บทที่ 11 ภารกิจหนีตายจากห้องประธาน
"เฮ้ย!"
ฉันรีบตะครุบเอวกางเกงไว้ได้ทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ดึงมันกลับขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาของพนักงานต้อนรับสาวสวยที่เคาน์เตอร์ และพนักงานหนุ่ม ๆ ที่กำลังเดินเข้าตึก
ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว... สายตาจ้องเขม็งมาที่ 'ยัยบ้าชุดดำ' ที่กำลังยืนดึงกางเกงอยู่กลางล็อบบี้
'จบกัน... ภาพลักษณ์กุลสตรีศรีเมืองจีนของฉัน... ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี'
ฉันก้มหน้าต่ำกว่าเดิม แล้วสับขาเดิน (ด้วยท่าเพนกวินติดเทอร์โบ) มุ่งหน้าไปที่ประตูหมุนหน้าตึก
"เดี๋ยวครับคุณ"
เสียงทุ้มเข้มทรงพลังดังขึ้นขวางทาง รปภ. ร่างยักษ์สูงเกือบสองเมตรเดินอาด ๆ เข้ามาขวางหน้าฉันไว้ ใบหน้าถมึงทึงราวกับ เทพทวารบาลหน้าศาลเจ้า
"รบกวนขอตรวจบัตรด้วยครับ บุคคลภายนอกห้ามเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต"
ฉันเหงื่อแตกพลั่ก มือไม้เย็นเฉียบ
'ฉิบหายแล้ว บัตรแม่บ้านหมดอายุไปแล้ว จะบอกว่ามาหาผัว... เอ้ย มาหาบอสก็ไม่ได้ ขืนโดนจับได้ว่าเป็นใคร ฉันได้ดังลงหน้าหนึ่งเว่ยป๋อแน่ ๆ '
"คือ... คือบัตร..." ฉันอึกอัก พยายามดัดเสียงให้แหบห้าว
"ลืม... ลืมไว้ข้างบน"
รปภ. หรี่ตามองอย่างจับผิด มือเอื้อมมาจะจับแขนฉัน "งั้นเชิญทางนี้ครับ เราต้องตรวจสอบ"
จังหวะที่เขาจะแตะตัวฉันนั่นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าอกเสื้อฮู้ดดี้
ตราสัญลักษณ์ 'GY' สีเงินวาววับที่ปักด้วยไหมราคาแพง ล้อมรอบด้วยลายกราฟิกรูปมังกรที่ดูดุดัน... มันคือโลโก้ประจำตัวของกู้หยาง ที่มีเฉพาะคนในระดับ VVIP หรือคนใกล้ชิดระดับเตียงเดียวกันเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ใส่
รปภ. ชะงักกึก ตาเบิกโพลง เขารีบชักมือกลับเหมือนแตะโดนของร้อน เปลี่ยนท่าทีจากยักษ์มารเป็นทหารองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ทันที
"ข...ขออภัยครับ ไม่ทราบว่าเป็นแขกของท่านประธาน เชิญครับ เชิญ!"
เขารีบกุลีกุจอไปเปิดประตูให้ฉัน แถมยังยืนวันทยหัตถ์ทำความเคารพให้อีกต่างหาก
ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก แต่สัญชาตญาณบอกว่า 'โอกาสมาแล้ว โกยเถอะโยม'
ฉันรีบก้มหัวงึก ๆ แล้ววิ่งเตาะแตะผ่านประตูหมุนออกไปสู่อากาศร้อนชื้นภายนอกตึกทันที กระโดดขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่อย่างทุลักทุเล (กางเกงเกือบหลุดอีกรอบ)
"ไปเขต X ค่ะพี่ ออกรถเลย เร็ว! มีคนตามล่า"
คนขับแท็กซี่สะดุ้งโหยง รีบเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไปจนตัวฉันกระแทกเบาะ
"เฮ้อ..."
ฉันถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทิ้งตัวพิงเบาะอย่างหมดสภาพ รอดตายแล้ว... รอดมาได้แบบหวุดหวิด
ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหน้าท้องของเสื้อฮู้ดดี้เพื่อจะหามือถือมาเช็กเวลา แต่ปลายนิ้วกลับไปสัมผัสโดนกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ แผ่นหนึ่ง
ฉันขมวดคิ้ว หยิบมันออกมาคลี่อ่าน
ลายมือหวัด ๆ แต่ทรงพลัง เขียนด้วยปากกาหมึกซึมราคาแพงปรากฏอยู่บนกระดาษ
"กางเกงตัวนี้ผมใส่แล้วหลวมนิดหน่อย หวังว่าเอวคุณจะ 'หนา' พอที่จะรับมันไหวนะ อ้อ... อย่าทำเลอะล่ะ ตัวนี้รุ่น Limited หาซื้อไม่ได้แล้ว"
'ไอ้บ้า! รู้ว่าหลวมแล้วเอามาให้ใส่ทำไม เกือบจะเดินแก้ผ้าโชว์กลางล็อบบี้แล้วมั้ยล่ะ'
ฉันขยำกระดาษโน้ตด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะก้มลงมองกางเกงเจ้าปัญหาที่ฉันยังต้องใช้มือขยุ้มเอวไว้แน่น
เอ๊ะ... เดี๋ยว...
ทำไมข้อมือขวาของฉันมันรู้สึกหนัก ๆ...
ฉันยกข้อมือขึ้นมาดู แล้วก็ต้องแหกปากร้องลั่นรถแท็กซี่แบบไม่มีเสียง
เชือกผูกเอวกางเกงสีดำเส้นหนา... มันไม่ได้หายไปไหน... แต่มันถูกดึงออกมาจากขอบกางเกง แล้วเอามา 'มัดเป็นปมเงื่อนตาย' ไว้ที่ข้อมือฉันต่างหาก!
ภาพความทรงจำเมื่อสิบนาทีก่อนย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวเหมือนเทปกรอถอยหลัง...
บทที่ฉันกำลังลนลานสวมกางเกงวอร์มตัวโคร่งนั่นในห้องนอน แล้วบ่นพึมพำว่า "ทำไมไม่มีเชือกผูกวะ หลวมชะมัด"
กู้หยางที่นอนเอกเขนกเปลือยอกอยู่บนเตียงก็กวักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้ ๆ ทำท่าทางใจดีเหมือนจะช่วย
"มานี่สิ... เดี๋ยวผมดูให้"
ฉันที่กำลังรีบหน้าตั้งและสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ก็หลงกลเดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย เขาคว้าข้อมือขวาของฉันไว้ ทำทีเป็นจับพลิกไปพลิกมาเหมือนจะสำรวจอะไรบางอย่าง
"ผอมแห้งจริง ๆ" เขาบ่นงึมงำ
"กินเยอะ ๆ หน่อยนะ"
ฉันมัวแต่หันไปมองนาฬิกาและกังวลว่าจะออกไปทันก่อนพนักงานมาไหม เลยไม่ได้สังเกตเลยว่ามืออีกข้างของเขากำลังทำอะไรยุกยิกอยู่ที่ขอบกางเกงฉัน
ที่แท้... ไอ้ปีศาจจอมเจ้าเล่ห์นั่นแอบดึงเชือกกางเกงออกมา แล้วเอามามัดเงื่อนตายใส่ข้อมือฉันบทที่ฉันเผลอนี่เอง!
แถมมัดแน่นชนิดที่ว่าต้องใช้กรรไกรตัดเท่านั้นถึงจะออก
มิน่าล่ะ... บทที่ฉันวิ่งออกมา เขาถึงได้ยิ้มมุมปากแปลก ๆ แบบนั้น!
'โรคจิต! อีตาบอสโรคจิต เอาเชือกกางเกงมาผูกข้อมือฉันทำไม นี่กะจะจองจำฉันไว้ด้วยเชือกกางเกงเรอะ?!'
ฉันกรีดร้องโหยหวนในใจ มองเชือกผูกเอวห้อยต่องแต่งอยู่ที่ข้อมือราวกับกุญแจมือแห่งพันธสัญญาปีศาจ
งานนี้... หนียังไงก็คงหนีไม่พ้นแล้วสินะ
