บทที่ 14 สายลับจับบ้านเล็กในดง HR
"พนักงานใหม่!"
เสียงแหลมสูงทรงอำนาจดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือกจนปากกาในมือแทบหลุดร่วง
ฉันเงยหน้าขึ้นจาก 'สมุดโน้ตปกดำ' คู่ใจที่กำลังกางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็ก ๆ ในซอกมุมสุดของแผนก (ซึ่งถ้าเดินอีกก้าวเดียวก็จะเป็นห้องชงกาแฟแล้ว) พบกับร่างของผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ารูปเนี้ยบกริบ ผมเกล้าตึงเปรี้ยะ และแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟนีออนวูบวาบราวกับเลเซอร์
'หัวหน้าหลิน' หรือ เจ๊หลิน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและเลขาอาวุโสประจำชั้นผู้บริหาร ผู้มีฉายาว่า 'เครื่องสแกนมนุษย์' ที่สามารถมองทะลุทุกความผิดพลาดของพนักงานได้ในสามวินาที
"คะ... คะ? หัวหน้า?" ฉันรีบขยับแว่นหนาเตอะของตัวเองแก้เก้อ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
"ใครอนุญาตให้เธอมานั่งวาดรูปเล่นในเวลางาน?" เจ๊หลินกอดอกแน่น สายตาจิกกัดมองลงมาที่สมุดโน้ตของฉันราวกับเห็นแมลงสาบ
"ที่นี่บริษัทเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศนะยะ ไม่ใช่โรงเรียนอนุบาลหมีน้อย จะมานั่งวาดการ์ตูนเพ้อเจ้อไม่ได้"
ฉันรีบตะครุบสมุดปิดดัง ปับ! แล้วกอดมันไว้แนบอกแน่น
'ซวยแล้ว เมื่อกี้ฉันวาดอะไรลงไปนะ? อ๋อ... รูปจรวดมิสไซล์มีปีกงอกออกมา... แทนของอีตาบอสนั่นเอง'
ขืนเจ๊หลินเห็นรูปวาดนั้น มีหวังโดนเรียกไปปรับทัศนคติข้อหาลามกอนาจารในที่ทำงานแน่ ๆ
"ปะ...เปล่านะคะ!" ฉันแก้ตัวเสียงสั่น (ดัดเสียงแหบ ๆ ให้สมบทบาทป้า)
"ฉัน... เอ่อ... ฉันกำลังจดบันทึกตารางทำความสะอาดค่ะ ว่าห้องไหนต้องถูตอนไหน จะได้ไม่ไปรบกวนท่าน ๆ ผู้บริหารไงคะ"
"ตารางทำความสะอาดบ้านป้าเธอสิมีรูปจรวด?!" เจ๊หลินไม่เชื่อ น้ำเสียงเริ่มเกรี้ยวกราดขึ้น
"เอามาดูเดี๋ยวนี้ ฉันสงสัยว่าเธอจะเป็นสายลับจากบริษัทคู่แข่งแฝงตัวมาขโมยข้อมูล"
"ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่นะคะ"
"ส่งมา!"
"ไม่ให้ค่ะ นี่มันของส่วนตัว"
เราสองคนยื้อแย่งสมุดโน้ตกันไปมาเหมือนเด็กแย่งของเล่น ฉันพยายามยึดไว้สุดชีวิต แต่สังขารที่ระบมไปทั้งตัวจากการโดน 'ใช้งานหนัก' เมื่อคืนทำให้เรี่ยวแรงฉันถดถอยลงไปเยอะ
'โอ๊ย... เอวแม่... เจ็บชะมัด... อย่าดึงแรงสิเว้ยยย'
เสียงเอะอะโวยวายของเราเริ่มเรียกความสนใจจากบรรดาสาว ๆ เลขาหน้าห้องคนอื่นที่แต่งตัวสวยเช้งวับเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น พวกหล่อนหันมามองแล้วซุบซิบหัวเราะคิกคัก
"ดูสิ... ยัยป้าคนนั้นกล้ามีเรื่องกับเจ๊หลินด้วย"
"สงสัยอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนแน่ ๆ"
"สภาพแบบนี้ท่านประธานรับเข้ามาได้ไงนะ? เสียภาพลักษณ์บริษัทหมด"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และสมุดโน้ตกำลังจะหลุดจากมือฉัน...
แอ๊ด...
ประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายมังกรวิจิตรบรรจงของห้องทำงานท่านประธาน ถูกเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังดัง ปัง!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งฟลอร์ในเสี้ยววินาที ราวกับมีคนกดปุ่ม Mute
กู้หยางก้าวเดินออกมาจากถ้ำมังกรด้วยท่วงท่าสง่างามและน่าเกรงขาม เขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่งและไหล่กว้างให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น (ดูดีจนน่าหมั่นไส้!) ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้อารมณ์ แต่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นลงไปสิบองศา
เจ๊หลินรีบปล่อยมือจากสมุดโน้ตของฉันทันที แล้วถอยหลังไปยืนกุมมือสงบเสงี่ยม "ทะ... ท่านประธาน... มีอะไรให้รับใช้คะ?"
กู้หยางไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปรายตามองเจ๊หลินแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาเย็นชาไปรอบ ๆ จนมาหยุดอยู่ที่... ฉัน
ฉันรีบก้มหน้าซ่อนตัวหลังแว่นหนาเตอะ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่ากลองศึก
'จำไม่ได้หรอก... สภาพป้าขนาดนี้ แม่ฉันยังจำไม่ได้เลย เขาจะจำได้ไง?'
รองเท้าหนังราคาแพงขยับเข้ามาใกล้... ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ... จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของฉัน
ฉันกลั้นหายใจ ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนตัวฉันเมื่อเช้านี้
"นี่น่ะเหรอ... พนักงานใหม่?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบ ๆ ฟังดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"คะ... ค่ะท่านประธาน" เจ๊หลินรีบตอบ
"ดิฉันกำลังอบรมสั่งสอนเรื่องวินัยอยู่ค่ะ หล่อนแอบวาดรูปเล่นในเวลางาน"
กู้หยางไม่สนใจคำฟ้อง เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนฉันเห็นเงาตัวเองสะท้อนในดวงตาคู่คมกริบของเขา
เขากำลัง... ดม?
ใช่! จมูกโด่งเป็นสันนั่นขยับฟุดฟิดนิดหน่อย เหมือนกำลังดมกลิ่นพิสูจน์ทราบ
'ฉิบหายแล้ว ลืมไปว่าหมอนี่จมูกไวอย่างกับหมาตำรวจ แต่ฉันแปะกอเอี๊ยะมาแล้วนะ กลิ่นสมุนไพรแรงขนาดนี้ เขาต้องไม่ได้กลิ่นอะไรสิ'
กู้หยางชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้กลิ่นยาแก้ปวดฉุนกึก แต่แทนที่เขาจะถอยหนี เขากลับ... ยิ้ม
มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แทบมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกตดี ๆ แววตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายรู้ทันอย่างน่าประหลาด
เขาเอื้อมมือมาดึงสมุดโน้ตปกดำออกจากมือที่สั่นเทาของฉันไปอย่างง่ายดาย
"อ๊ะ! ทะ... ท่านประธาน" ฉันร้องท้วงเสียงหลง จะคว้าคืนก็ไม่ทันแล้ว
เขาถือวิสาสะเปิดสมุดออกดูอย่างหน้าตาเฉย... และแจ็กพอตก็แตกที่หน้ากลางพอดี
รูปวาดลายเส้นการ์ตูนลวก ๆ ของ 'จรวดมิสไซล์หัวมน' ที่มีปีกงอกออกมา พร้อมกับข้อความกำกับข้าง ๆ ว่า:
· ความยาว: XL (คับปาก)
· ความอึด: 5 ดาว (ทนเหมือนควายถึก)
· นิสัย: ดุร้าย ตะกละ และชอบกินไม่เลือกเวลา
กู้หยางเลิกคิ้วสูง มองรูปวาดสลับกับหน้าฉันที่ตอนนี้ซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม
เขาปิดสมุดดัง ปับ! แล้วใช้สันสมุดเคาะลงบนหัวฉันเบา ๆ สองที ป๊อก ป๊อก
"จินตนาการล้ำเลิศดีนี่" เขาเปรยขึ้นมาลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงที่คนอื่นฟังอาจจะคิดว่าชม แต่ฉันรู้ดีว่ามันคือการประชด
"โดยเฉพาะเรื่อง... ความยาว"
"ท่านประธานคะ?" เจ๊หลินทำหน้างง
"หมายความว่ายังไงคะ?"
"ไม่มีอะไร" กู้หยางหันไปตอบเลขาคนสนิทหน้าตาย
"ผมแค่จะบอกว่า... อย่าไปกวนเธอ เธอกำลังจดรายละเอียด 'งานสำคัญ' ของผมอยู่"
"งานสำคัญ?"
"ใช่..." เขาหันกลับมามองฉันอีกครั้ง นัยน์ตาสีเข้มวาววับ
"งานที่ต้องใช้ความละเอียด... ความอดทน... และต้องลงลึกถึง รายละเอียด ทุกซอกทุกมุม"
คำพูดสองแง่สองง่ามที่เน้นเสียงหนักแน่นทำเอาหน้าฉันร้อนวูบวาบจนแทบจะทะลุรองพื้นออกมา
"ตามผมเข้ามาข้างใน" เขาออกคำสั่ง
"เอาสมุดเล่มนั้นเข้ามาด้วย ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมจะให้คุณจด... อีกเพียบ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานไปอย่างมาดมั่น ทิ้งให้เจ๊หลินและบรรดาเลขาไฮโซยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจคว้าสมุดโน้ตแล้วลากสังขาร (และขาที่ยังเจ็บ) เดินก้มหน้าก้มตาตามหลังเขาเข้าไปในถ้ำเสืออีกครั้ง
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องและบานประตูไม้ปิดลงพร้อมเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติ กริ๊ก...
กู้หยางก็หันขวับกลับมาทันที
เขากอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แสยะยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ฉันขนลุกเกรียว
"ไง" เขาเอ่ยทักทายเสียงกวนประสาท สายตาโลมเลียมองสำรวจชุดป้าแว่นของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
"แต่งหน้าผีอะไรของคุณเนี่ย? รสนิยมเหรอ? หรือกะจะมาหลอกให้ผมกลัวจนสมรรถภาพเสื่อม?"
"นี่มันการปลอมตัวย่ะ" ฉันแหวใส่ลืมตัว
"เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน"
"หึ..." เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะชูสมุดโน้ตในมือขึ้นมาแกว่งไปมา
"แล้วนี่... คุณเห็นของผมเป็น 'จรวดมิสไซล์' เหรอ? ...สร้างสรรค์ดีนะ"
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ ต้อนฉันจนหลังไปชนกับประตู สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะ
"งั้นคืนนี้..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้ม
"อยากลอง 'ขึ้นยาน' ไปดวงจันทร์ดูอีกรอบมั้ยล่ะ? ผมรับประกันว่า... รอบนี้จะพาขึ้นไปให้ถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดเลย"
ฉันหน้าแดงแปร๊ดจนควันแทบออกหู อยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
'ไอ้บอสลามก ใครจะไปอยากขึ้นยานแกวะ แค่เมื่อคืนก็เข็ดจนตายแล้ว'
