บทที่ 15 แรงดีไม่มีตกเหมือนควายถึกไม่ผิดแน่

ปึก!

เสียงสมุดโน้ตปกดำคู่ใจของฉันถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกอกานีขัดเงาวับตัวมหึมา เสียงนั้นดังก้องกังวานในความรู้สึกของฉันราวกับเสียงค้อนของผู้พิพากษาที่เคาะตัดสินประหารชีวิต

"กริ๊ก..."

ตามมาด้วยเสียงที่น่ากลัวยิ่งกว่า... เสียงกดล็อกประตูห้องทำงานอัตโนมัติ

ทันทีที่เสียงล็อกประตูเงียบลง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ เครื่องปรับอากาศถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำจนเย็นเฉียบทำงานเงียบกริบ ตัดกับเหงื่อกาฬที่กำลังไหลพลั่กอยู่ภายใต้เสื้อกั๊กไหมพรมตัวหนาเตอะของฉัน

บรรยากาศในห้องตอนนี้มันชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง กำลังหอมเย็น ๆ ตีกันวุ่นกับกลิ่นสมุนไพรจีนฉุนกึกจากแผ่นกอเอี๊ยะที่ฉันแปะไว้ที่คอ สร้างมลภาวะทางกลิ่นที่ชวนเวียนหัวพิลึก

ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง มือสองข้างกำชายเสื้อกั๊กแน่น ขาที่สวมกางเกงทรงลุงยังคงสั่นระริกจากอาการบาดเจ็บเมื่อคืนและ... ความกลัว

กู้หยางไม่ได้จู่โจมเข้ามาทันทีเหมือนสัตว์ป่าที่หิวโหยอย่างที่ฉันคิด แต่เขากลับทำในสิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่า

เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานอย่างผ่อนคลาย ขาข้างหนึ่งเหยียดตึงอวดความยาวของช่วงขาภายใต้กางเกงสแล็คเนื้อดี อีกข้างยันพื้นไว้ประคองตัว ท่วงท่าดูสบาย ๆ ราวกับกำลังถ่ายแบบนิตยสาร GQ แต่สายตานั้น... ร้ายกาจ

มือหนาหยิบสมุดโน้ตของฉันขึ้นมาเปิดอ่านทีละหน้าอย่างเชื่องช้า ละเอียดลออ ราวกับซีอีโอที่กำลังตรวจสอบงบดุลประจำปีเพื่อหาจุดผิดพลาดของพนักงาน

'ไอ้บ้ากาม... อย่าอ่านนะ นั่นมันคัมภีร์ลับของฉัน'

ฉันกรีดร้องในใจแทบขาดสติ อยากจะพุ่งเข้าไปแย่งคืนมาแต่ขาเจ้ากรรมดันก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนมองเขาใช้นิ้วเรียวยาวกรีดไปตามหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยลายมือหวัด ๆ ของฉัน

"ไหนดูซิ"

กู้หยางเปรยขึ้นมาลอย ๆ ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก

"บทที่หนึ่ง การเปิดตัวพระเอก รูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ปักหลั่น ไหล่กว้างจนนกอินทรีสามารถลงจอดได้ อืม! เปรียบเทียบได้เห็นภาพดี"

เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงอ่านต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นและชัดเจนขึ้น ราวกับจงใจจะตอกย้ำทุกตัวอักษรให้ฝังลึกเข้าไปในสมองอันน้อยนิดของฉัน

"จุดเด่นทางกายภาพ พระเอกมีขนาดเท่าขีปนาวุธข้ามทวีป หัวมน ผิวเรียบและเส้นเลือดปูดโปนเหมือนรากไม้โบราณ"

กู้หยางชะงักกึก เขาเลิกคิ้วสูง เงยหน้ามองฉันด้วยสายตาตำหนิปนขบขัน

"รากไม้โบราณ?" เขาทวนคำเสียงสูง

"นี่คุณเห็นของผมเป็นต้นไทรพันปีหรือไง ผมเพิ่งจะสามสิบสองเองนะซูเมิ่ง ผิวยังตึงเปรี๊ยะ ไม่มีเหี่ยวย่นสักนิดหรือคุณว่าไม่จริง"

"บอส... พอเถอะค่ะ" ฉันร้องประท้วงเสียงสั่น หน้าแดงก่ำจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวทะลุรองพื้นเบอร์เข้มที่โบกมา

"มันเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญานะคะ คุณไม่มีสิทธิ์มาอ่านงานเขียนของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต"

"อ้อเหรอ" เขาทำหูทวนลม พลิกหน้ากระดาษต่อไปอย่างไม่แยแส

"แล้วข้อมูลพวกนี้ คุณไม่ได้เก็บมาจากตัวผมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรอกเหรอ เรียกว่าอะไรนะ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า"

เขาหยุดที่หน้านึง ซึ่งฉันจำได้แม่นว่าจดไว้บทที่แอบมองเขาในห้องน้ำเมื่อเช้า

"มาดูตรงนี้ดีกว่า น่าสนใจมาก"

เขากระตุกยิ้มร้าย แววตาเป็นประกายวาววับเหมือนเด็กที่เจอของเล่นถูกใจ

"ระยะเวลาในการใช้งาน ทนทานเหมือนควายถึก แรงดีไม่มีตก สามารถไถนาได้เจ็ดวันเจ็ดคืนโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน"

กู้หยางปิดสมุดดัง ปับ! แล้ววางมันลงข้างตัว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินเข้ามาหาฉันช้า ๆ

"ควายถึก?"

เขาถามเสียงต่ำ ย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวจนฉันต้องถอยหลังกรูด แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้ฉันหนี มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันแล้วดึงกระชากทีเดียว ร่างของฉันก็ปลิวหวือเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาเต็มรัก

"คุณเปรียบเทียบสามีทางพฤตินัยของคุณกับสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างนั้นเหรอ ซูเมิ่ง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป