บทที่ 2 สนุกกะผีนะสิ
"สนุกกับผีบรรพบุรุษคุณสิ"
นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะตะโกนใส่หน้าเขาให้หูดับ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่หลุดรอดจากลำคอตีบตันออกมาได้มีเพียงเสียงร้องประท้วงอู้อี้เหมือนลูกแมวโดนเหยียบหางเท่านั้น
"อื้อ! ปล่อยนะ ไอ้คนโรคจิต"
วินาทีที่จมูกโด่งเป็นสันของกู้หยางกดลงมาสูดดมความหอมที่ซอกคอฉันอีกครั้ง ร่างกายของฉันก็ดีดดิ้นโดยอัตโนมัติเหมือนปลาเพิ่งถูกจับขึ้นบก
ความร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขาที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนบางทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน มันไม่ใช่ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนในซีรีส์เกาหลี แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงเข้มที่กรีดร้องว่า
'หนีเดี๋ยวนี้! ก่อนที่จะโดนจับกินตับ'
กู้หยางไม่ได้สนใจแรงขัดขืนอันน้อยนิดของฉันเลยแม้แต่น้อย วงแขนแกร่งที่โอบรัดเอวฉันไว้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าคีมเหล็กกล้า เขาเริ่มซุกไซ้ใบหน้าลงมาต่ำเรื่อย ๆ ไรหนวดจาง ๆ ที่ปลายคางของเขาครูดไปตามผิวเนียนละเอียด ทิ้งความรู้สึกสากระคายและความวาบหวามที่น่าหวาดหวั่นเอาไว้
ฉันพยายามบิดกายหนีแต่เขากลับเพิ่มแรงรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นกายชายฉกรรจ์วนเวียนอยู่รอบจมูกจนสติของฉันเริ่มพร่าเลือน
"อยู่นิ่ง ๆ" เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ เหมือนราชสีห์ที่รำคาญเหยื่อที่ดิ้นไม่หยุด
"ยิ่งคุณดิ้น... ผมยิ่งอยากจะรุนแรง"
'รุนแรงบ้านป้าคุณสิ นี่มันล่วงละเมิดทางเพศชัด ๆ ฉันจะฟ้องกรมแรงงาน ฟ้องศาลโลก ฟ้องเปาบุ้นจิ้น'
ฉันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะนั่นออกไป แต่ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ทำด้วยอะไร? หินผาเหรอ? ตัวเขาไม่ขยับเขยื้อนเลยสักมิลลิเมตรเดียว
แถมยังเบียดกายเข้ามาแนบชิดกว่าเดิมจนฉันสัมผัสได้ถึง 'บางสิ่ง' แข็งขืนและร้อนผ่าวบริเวณหน้าท้องน้อย ความเป็นจริงเริ่มตอกย้ำว่าลำพังเพียงแรงกายของนักเขียนสาวไส้แห้งไม่มีทางต้านทานอสูรในร่างมนุษย์คนนี้ได้เลย
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ทำงานอย่างฉับพลัน ในเมื่อแรงแขนสู้ไม่ได้ ก็ต้องใช้อาวุธลับที่เคยจำมาจากคลิปสอนป้องกันตัวในโต๊วอิน (TikTok จีน)
'ขอโทษนะน้องชายท่านประธาน แต่นายขวางทางรอดของแม่'
ฉันสูดหายใจเข้าลึก กัดฟันแน่น แล้วเกร็งข้อศอกขวาขึ้นมาเต็มแรง อาศัยจังหวะที่เขากำลังเผลอซุกไซ้ไหปลาร้าฉันอย่างเพลิดเพลิน กระทุ้งศอกกลับไปด้านหลังอย่างแรงโดยเล็งเป้าหมายไปยังจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางลำตัวของเขา...แบบสุดกำลังเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้
ปึ้ก!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังทึบ ๆ ฟังดูเจ็บปวดแทน
"อึก!"
กู้หยางชะงักกึกทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมัวเมาไปด้วยแรงอารมณ์เปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว จากขาวซีดกลายเป็นเขียวคล้ำ แล้วก็แดงก่ำสลับกันไปมาเหมือนไฟจราจรเสีย
ร่างสูงใหญ่ที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผาค่อย ๆ งอตัวลงช้า ๆ เหมือนตึกถูกระเบิดฐานราก มือที่เคยรัดเอวฉันแน่นคลายออกโดยอัตโนมัติเพื่อกุมเป้ากางเกงตัวเองไว้
ฉันรีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลักที่มุมห้อง หอบหายใจแฮ่ก ๆ มองผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองด้วยความตื่นตะลึงระคนสะใจ
'เชี่ย... แรงไปเปล่าวะ? ไข่แตกมั้ยนั่น?'
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ มีเพียงเสียงสูดปาก ซี๊ด ด้วยความเจ็บปวดของท่านประธานกู้ดังลอดไรฟันออกมา เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรม มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อทรงตัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมของเขาอย่างต่อเนื่อง
ฉันยืนตัวสั่นงันงก ความสะใจเมื่อครู่หายวับไปทันที แทนที่ด้วยความฉิบหายที่กำลังจะตามมาภายหลัง
'ตายห่าแล้วยัยเมิ่ง นั่นมันประธานบริษัทเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศนะเว้ย นั่นมันทายาทสืบสกุลตระกูลกู้ ถ้าเกิด... ถ้าเกิดน้องชายเขาใช้การไม่ได้ขึ้นมา ฉันต้องโดนฟ้องล้มละลายเจ็ดชั่วโคตรแน่ ๆ ดีไม่ดีโดนจับถ่วงแม่น้ำหวงผู่ข้อหาทำลายทรัพย์สินแห่งชาติ'
"บ...บอสคะ! ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันแค่จะ... แค่จะยืดเส้นยืดสาย" ฉันละล่ำละลักแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เตรียมจะวิ่งหนีไปที่ประตู ด้วยใจที่เต้นระทึกเหมือนกลองรัว
