บทที่ 8 นอนต่ออีกหน่อย
"อูย..."
ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาในสมองทันทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับเข้าร่าง คือความรู้สึกเหมือนร่างกายท่อนล่างของฉันเพิ่งถูกรถบดถนนวิ่งทับไปสักสามรอบ แล้วถอยหลังกลับมาทับซ้ำอีกสองรอบเพื่อความแน่ใจ
บาดแผลทางกายเริ่มประท้วงอย่างหนัก ทุกลมหายใจพ่วงมาด้วยความขัดยอกราวกับร่างกายจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ นี่คือค่าตอบแทนของเงินล้านที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกระแทกกระทั้นตลอดทั้งคืน
ความปวดร้าวระบมแผ่ไปทั่วสะโพกและเอว ลามลงไปถึงต้นขาด้านในสั่นระริกแม้กระทั่งตอนนอนเฉย ๆ เหมือนกระดูกเชิงกรานของฉันถูกจับถอดออกมาประกอบใหม่แบบผิด ๆ ถูก ๆ
ฉันค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่ลอดผ่านม่านทึบแสงเข้ามาแยงตา ทำให้รู้ว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือนแล้ว... เช้าวันใหม่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
เพดานห้องสีดำสนิท... โคมไฟระย้าดีไซน์โมเดิร์น... และกลิ่น...
กลิ่นอายอบอวลอยู่ในห้องนี้มันช่างเจือจางไปด้วยความคาวหวานของสมรภูมิรักที่เพิ่งสงบลง กลิ่นเหงื่อบุรุษเพศที่เข้มข้นผสมกับกลิ่นมินต์เย็น ๆ จากเจลหล่อลื่นและกลิ่นกายสาวของฉันเอง มันเป็นกลิ่นที่ปลุกความทรงจำเมื่อคืนให้ฉายชัดขึ้นมาในสมองระดับ 4K
กลิ่นอายเหล่านั้นฝังลึกลงไปในทุกรูขุมขน ราวกับเขาต้องการประทับตราความเป็นเจ้าของไว้บนตัวฉันด้วยกลิ่นกายที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
ภาพของกู้หยางที่โหมกระหน่ำพายุอารมณ์ใส่ฉันไม่ยั้ง...
ภาพกล้ามเนื้อแผ่นหลัง เกร็งกระตุก...
และเสียงครางต่ำพร่าที่สั่งให้ฉันเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
'โอ๊ย... ร่างจะแตก... นี่ฉันไปออกรบชายแดนมาเหรอวะเนี่ย?'
ฉันก่นด่าในใจ พยายามจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อหนีกลับไปเลียแผลใจที่ห้องรูหนูของตัวเอง แต่ทว่า... ร่างกายของฉันกลับถูกตรึงไว้กับที่ด้วยพันธนาการมีชีวิต
กู้หยางนอนตะแคงอยู่ด้านหลังฉัน ท่อนแขนล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงพาดทับเอวฉันไว้แน่นราวกับงูเหลือมยักษ์ รัดเหยื่อไม่ให้ดิ้นหนี ขาแกร่งข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยขนหน้าแข้งเซ็กซี่ก่ายทับขาฉันไว้ ล็อกการเคลื่อนไหวของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ
'ไอ้บอสม้าศึก! นี่คนหรือเครื่องจักรสังหาร! เมื่อคืนกี่ยกกันแน่? สี่? ห้า? หรือหก? จำได้แค่ว่าฉันสลบไปบทที่เขาละเมอจัดรอบสอง... แล้วตื่นมาจัดรอบสามตอนตีสาม... แล้วก็... โว้ย! เลิกนับเถอะซูเมิ่ง ยิ่งนับยิ่งเจ็บใจ'
ฉันนอนนิ่ง กลั้นหายใจ ค่อย ๆ เหลือบตามองคนที่ยังหลับพริ้มอยู่ด้านข้าง ใบหน้ายามหลับของท่านประธานกู้นั้นดูไร้พิษสงราวกับเทพบุตร ขนตายาวงอนทาบลงบนแก้มใส จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป บวมเจ่อเล็กน้อย (ฝีมือฉันเองแหละ... กัดไปหลายทีอยู่)
'หล่อ... หล่อวัวตายควายล้มจริง ๆ ให้ตายเถอะ ถ้าไม่ติดว่าเป็นปีศาจบ้ากาม ฉันคงหลงรักเขาไปแล้ว'
ความสง่างามที่ขัดกับนิสัยดิบเถื่อนทำให้ฉันเริ่มสับสน ท่าทางอ่อนโยนยามนิทราหลอกให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งที่รู้ดีว่าคนตรงหน้าคือตัวอันตรายที่สุดในชีวิต
ฉันส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาตัวรอด ฉันต้องรีบกลับไปเช็กยอดเงินในบัญชีให้แน่ใจว่าเช็คใบนั้นขึ้นเงินได้จริง แล้วก็ต้องรีบไปร้านขายยาซื้อยาแก้ปวดกับยาคุมฉุกเฉินมากินดักไว้ก่อน
ฉันเกร็งหน้าท้อง ค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ท่อนแขนของเขา แล้วพยายามยกมันออกอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา
หนึ่ง... สอง... ซึ๊บ...
"ซี๊ด..."
ทันทีที่ฉันขยับสะโพกเพียงนิดเดียว ความเจ็บจี๊ดที่จุดกึ่งกลางกายก็แล่นปราดขึ้นมาจนฉันเผลอสูดปากออกมาเบา ๆ
หมับ!
ทันทีที่มีเสียงเล็ดลอด ท่อนแขนที่ฉันเกือบจะยกออกได้สำเร็จก็ตวัดกลับมารัดเอวฉันแน่นกว่าเดิม กู้หยางขยับตัวเข้ามาแนบชิดแผ่นหลังของฉัน ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวจนขนลุกซู่
"จะไปไหน"
เสียงแหบพร่าของคนเพิ่งตื่นดังขึ้นข้างหู ฟังดูเซ็กซี่จนน่าโมโห เขางัวเงียถามทั้งที่ตายังหลับพริ้ม
"ยะ... ยังไม่เช้าเลย"
"เช้าแล้วค่ะบอส" ฉันรีบแย้งเสียงแข็ง ทั้งที่ตัวสั่นระริก
"แดดส่องก้นแล้วเนี่ย ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันต้องรีบกลับ"
"กลับไปทำไม" เขาพึมพำ ริมฝีปากอุ่นชื้นเริ่มขบเม้มที่ติ่งหูฉันเบา ๆ
"นอนต่ออีกหน่อย"
