บทที่ 9 ตอนที่ 7 เลือกมา
ตอนที่ 7 เลือกมา
รัชชานนท์ยืนหันหลังให้ประตูที่ถูกถีบจนแทบพัง ก้มลงมองเป้ากางเกงตนเองที่ตุงออกมาจนคับแน่น วันนี้ตอนแรกตั้งใจจะไปจัดคู่ขาสักยกให้สบายตัว แต่นารีกานต์ก็ดันปวดหัวทำเอาเขาหมดอารมณ์
ครั้นกลับมาถึงบ้านก็ถูกคุณพ่อด่าและยังประกาศกร้าวว่าต้องการหลาน ก็ได้!!!...ในเมื่อต้องการหลานเขาก็จะทำหลานให้คุณพ่อตอนแรกที่เข้าไปในห้องก็คิดว่าจะทำ ๆ ไปตามหน้าที่ แต่พอมาเห็นเรือนร่างขาวปานหิมะ หน้าอกที่ใหญ่โตจนเท่าหัวเด็ก ก็ไม่คิดจะทำตามหน้าที่แล้ว แต่จะทำจริง ๆ ต่างหาก
ไม่รู้ละอย่างไรวันนี้ไอ้ลูกชายก็ต้องได้หลั่งน้ำ ใครจะใช้มือทั้งห้าชักกันข้างล่างเธอป่วยแต่ข้างบนไม่ได้ป่วยสักหน่อย ร่างหนาหมุนตัวเปิดประตูเดินกลับเข้าไปในห้องใหม่อีกครั้ง
“กลับมาทำไมอีก”คนตัวเล็กรีบเด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง มือดึงผ้าห่มปิดมาถึงต้นคอ โผล่แต่หัวออกมามอง
ยิ่งเห็นแบบนั้นก็ยิ่งโมโห แต่งมาแล้วไม่ทำหน้าที่ จะแต่งเข้ามาทำไม เล่นตัวทำไมกันไม่ใช่กลวงโบ๋ไปหมดแล้วหรือ ไปเรียนต่างประเทศไม่พ้นถูกไอ้พวกฝรั่งกล้วยใหญ่ทะลุทะลวงไปหมดแล้ว ยังกล้าเล่นตัวเรียกเรตติ้งอะไรอีก
“ฉันอยาก!!.”ประกาศกร้าวพลางยืนกางขา แอ่นเป้ากางเกงที่ตุงเป็นลำโชว์ต่อหน้าเมียแต่งไร้รัก
ณัฐวดีอยากจะถามว่าอยากกินข้าวก็ไปกินสิ แต่เห็นเด้งเป้ามาขนาดนี้ คงจะไม่อยากข้าวแล้วละ
“ก็บอกให้ไปใช้บริการเมียน้อยทั้งห้าไง ไปชักเองเลยไป หรือไม่ก็ไปหาเด็กของนายโน่น”คนตัวเล็กไล่อย่างไม่เกรงใจ ก็บอกแล้วว่าเป็นเมนส์ ๆ มันฟังไม่เข้าใจอีกหรือแน่นอนว่าไม่ให้ผ่าไฟแดงแน่ เธอเป็นหมอย่อมรู้ข้อเสียของการผ่าไฟแดงเป็นอย่างดี ไม่มีวันเสียหรอก
“ฉันบอกแล้วไง เธอเป็นเมียฉัน เมียที่ต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง ฉันอยากเธอก็ต้องทำให้ฉันหายอยาก”
“ก็บอกว่าฉันเป็นเมนส์”
“นี่ยัยหนูผีอย่ามาทำ innocentหน่อยเลย ไม่ให้เอาเข้าไปก็ใช้ปาก”
“โนวว...เสียใจย่ะ นายมั่วขนาดนี้ฉันจะมั่นใจได้ไงว่านายจะสะอาด ถ้าเราสองคนไม่ได้ไปตรวจร่างกายกันให้เรียบร้อยก่อน เรื่อง Sex ก็ฝันไปได้เลย”
รัชชานนท์กระชากผ้าห่มออกมาเหวี่ยงลงไปบนพื้น ถลึงตามองอย่างมาดร้าย ยัยบ้านี่มันหาว่าเขามั่วหรืออย่างไร หรือคิดว่าเขาจะมีโรคติดต่อ หากวันนี้คนอย่างรัชชานนท์จะให้ยัยหนูเน่าปลดปล่อยเจ้าน้องชายให้เขาไม่ได้ พรุ่งนี้เขายอมใส่กระโปรงไปทำงานเลย
มือหนาถอดปลดเข็มขัดดึงกางเกงลง ใช้ขาสะบัดออกไปจนพ้นตัว แก่นกายใหญ่ดีดเด้งเป็นอิสระ ณัฐวดีเบิกตาขึ้น แอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มันจะเอาให้ได้เลยหรืออย่างไร
“เลือกมาจะใช้ปากหรือจะใช้...”สายตาคมจ้องไปยังกลางกาย หญิงสาวรีบหุบขาตนเองแน่น ส่ายหน้าไปมา แต่มีหรือเขาจะสนใจ
“หรือจะให้ฉันบอกคุณแม่ว่าเมียอย่างเธอไม่ยอมให้ผัวเอา นี่จะบอกอะไรให้ฉันเชื่อฟังคำสั่งพ่อแม่แล้ว แต่เธอต่างหากที่ทำตัวเรื่องมาก”
“ฉันไม่อม ไม่ให้เอาเข้าด้วย”เธอถอนหายใจออกมา ท่องเอาไว้ แต่งงานกันแล้ว เรื่องแบบนี้เขามีสิทธิ์เรียกร้อง
“ฉันใช้มือให้ก็แล้วกัน”รัชชานนท์ยักไหล่มือหนาถอดเสื้อที่เหลือเพียงชิ้นเดียวโยนทิ้ง ขยับตัวไปนอนพิงหัวเตียงถ่างขาออกกว้าง จับแท่งเนื้อโยกไปมา เหมือนกำลังกวักมือเรียกเมียแต่งไร้รักให้รีบมาทักทายมันเสียที
ณัฐวดีถอนหายใจก้าวขาลงจากเตียงนอน เดินไปเปิดลิ้นชักหยิบเอาสเปรย์แอลกอฮอล์และถุงมือยางมาสวมใส่ เธอฉีดสเปรย์ลงไปที่มือจนเปียกชุ่ม ถอนหายใจอีกครั้งกัดฟันยื่นมือไปจับแท่งเนื้อที่ชูชันมันสั่นทันทีที่เธอสัมผัสมัน
“อ๊ะ..”ความเย็นแล่นเข้ามาทั้งลำ ร่างบางเหลือบตาขึ้นมองทว่าเห็นเพียงสีหน้าเรียบเฉย ร่างหนาเชิดหน้าพยักพเยิดเหลือบตาลงไปมองแก่นกาย เหมือนเร่งให้ทำ
ได้!!!...แล้วอย่ามาร้องก็แล้วกัน ณัฐวดีแสยะยิ้มสาวมือขึ้นลงช้า ๆ จากนั้นก็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น พักมือมาฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคที่มือเป็นระยะ
“อ้าส์...”รัชชานนท์ห่อปากครางออกมา ทั้งเสียวทั้งแสบแต่จะหนักไปทางแสบมากกว่า หากจะบอกให้หยุดทำก็ฝันไปเถอะ
“อู๊ย...”มือหนาคว้าไปที่เต้านมใหญ่บีบมันอย่างเต็มมือ ณัฐวดีปัดมือออก ทว่าก็ถูกล็อกตัวเอาไว้ ริมฝีปากหยักจูบไซ้ไปที่ลำคอระหง พลางคำรามเสียงแหบพร่า ไม่ยินดีจะจูบปากเล็ก ๆ นั่น ถึงแม้จะน่าจูบเพียงแต่เขาไม่มีวันจูบให้ยัยนั่นได้ใจหรอก
“เร่งมือหน่อยจะแตกแล้ว...อ้าส์...”ร้องพลางบีบหน้าอกตามอารมณ์ เพียงไม่นานน้ำขาวข้นก็แตกพุ่งมาเต็มฝ่ามือ กระเด็นไปถูกชุดนอนสีชมพูที่เธอใส่อีกด้วย
หญิงสาวเบ้ปากอย่างรังเกียจ ขยับตัวลุกขึ้นแต่กลับถูกดึงรั้งเอาไว้
“ยังไม่พอ...คนอยากฉันไม่เคยแตกรอบเดียว”คนตัวเล็กเบิกตามองคนหน้าหนาที่กระหยิ่มยิ้มย่อง กระชากร่างบางเข้ามากระแทกอกแกร่ง บังคับมือเล็กให้กอบกุมแท่งเนื้อที่ไม่ได้หดลงไปแม้แต่น้อย เขาเงยหน้ามองหญิงสาวที่แทบจะพ่นไฟออกมา ก็พลันอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ยกคิ้วข้างเดียวท้าทายเธออย่างไม่เกรงกลัว
“ไอ้ลูกวัวบ้ากามเอ๊ย!!!...” ณัฐวดีตะโกนด่าลั่นห้อง มองมือที่น่าสงสารของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เช้าวันต่อมาณัฐวดีตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยล้า เธอนวดข้อมือที่ปวดหนึบ หมุนทีกระดูกมือก็ลั่นดังก๊อกแก๊ก ถลึงตาใส่คนตัวโตที่นอนกรนอยู่ข้าง ๆ
หญิงสาวรีบลุกขึ้นอาบน้ำและลงไปข้างล่าง วันนี้เธอต้องไปทำงานแล้ว ครั้นลงมานั่งที่โต๊ะอาหาร ป้าสีนวลก็รีบยกข้าวต้มขึ้นมาเสิร์ฟ
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถหน้าจอดูเพจ Nunut Dental Clinicเพจนี้ก็เพิ่งสร้างขึ้นพร้อมกับวันเปิดตัวคลินิกเมื่อสามวันก่อน อาจเพราะเธอเปิดตัวด้วยความยิ่งใหญ่ จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น
แต่เมื่อเลื่อนไปดูคะแนนรีวิวกลับเจอไอดีนิรนามมากดดาวให้เพียงแค่หนึ่งเดียว
‘เห็นว่าคลินิกใหญ่โต แต่ไม่คิดว่าจะเลือกปฏิบัติ พนักงานต้อนรับพูดจาหมาไม่แดก ไม่ประทับใจค่ะและไม่แนะนำให้มาใช้บริการ’
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธอกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของไอดีนั้น แต่ก็เป็นเหมือนแอ็กเคานต์ที่เพิ่งสร้าง มีสิทธิ์ที่จะเป็นพวกว่างเข้ามาก่อกวน หรืออาจจะเป็นลูกค้าของคลินิกจริง ๆ หญิงสาวรีบกดเบอร์โทรต่อสายหาพี่เป็ดผู้จัดการคลินิกทันที
“พี่เป็ดคะเมื่อวานพนักงานเราพูดกับคนไข้ไม่ดีหรือเปล่า หนูนัดเข้ามาเช็กที่เพจเห็นมารีวิวไม่โอเคน่ะค่ะ”
“เอ๋...ไม่มีนะคะ แต่เดี๋ยวพี่เป็ดไปตรวจสอบให้อีกทีค่ะ”ผู้จัดการสาวพยายามนึกถึงท่าทีของลูกค้าในคลินิก แต่ก็ไม่พบว่าจะมีใครที่ไม่พอใจเลยสักคน แต่อีกเดี๋ยวเธอจะต้องกลับไปดูกล้องวงจรปิด และสอบถามพนักงานต้อนรับอีกที
“ดีค่ะ... ถ้าพนักงานเราไม่มี Service Mind ก็ทำงานกับเราไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงพี่เป็ดสอดส่องให้หนูนัดด้วยนะคะ”สอบถามอีกไม่กี่คำก็วางสายลง แต่ใจก็กังวลเรื่องคอมเมนต์ไม่หยุด ถึงรู้ดีว่าจะให้คนชอบทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรเธอก็อยากทำให้ดีที่สุด
ณัฐวดีตักข้าวต้มปลาเข้าปาก ข้าวต้มร้อน ๆ กลืนลงไปแล้วอุ่นท้องเป็นอย่างมาก แต่ใบหน้าหวานก็ปกปิดความซีดเซียวเอาไว้ไม่มิด
เธอนั่งงอตัวน้อย ๆ อาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยรุนแรงกว่าทุกครั้ง อาจเพราะช่วงนี้เธอเครียดและไม่มีเวลาออกกำลังกาย อาการปวดท้องจึงกลับมาหนักหนาอีกแล้ว
“คุณนนท์รับอาหารเช้ากับคุณหนูนัดเลยไหมคะ”ป้าสีนวลหันไปเห็นหมอหนุ่มที่เดินหน้าตึงมาจากชั้นสอง
“ยกมาเลยครับ”
ณัฐวดีมองสามีของเธอที่เดินขาถ่าง ๆ ก็อยากจะหัวเราะ เมื่อคืนไอ้ลูกวัวนั่นเอาแต่ครางบ้าง บ่นว่าแสบบ้าง แต่ก็ไม่ยอมให้เธอหยุด ทว่าเมื่อมองมือตัวเองก็หัวเราะไม่ออกแล้ว
