บทที่ 1 บทนำ
"รีบวางเร็วเข้า" เสียงแผ่วเบาดังออกจากปากชายหนุ่มในวัยไม่ถึงยี่สิบปี ใช่ เขากับหญิงสาวตรงหน้าต่างเรียนอยู่ในไฮสคูลเดียวกันและห้องเดียวกัน
"ขอโทษ อยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวก็มีคนมาเห็น" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แววตาวูบไหวน้ำตาของเธอเริ่มคลออยู่ที่รอบๆดวงตา เธอไม่กล้าแม้แต่เรียกตัวเองว่าแม่ เธอได้แต่ค่อยๆวางเด็กทารกเพศชายที่ห่อด้วยผ้าขนหนูขนาดใหญ่เท่านั้นก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากตรงรั้วของคฤหาสน์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ และเจ้าของก็เป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นคนที่มีจิตใจดี
เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้เป็นชายโสดที่ภรรยาของเขาเพิ่งเสียชีวิตจากโรคร้ายที่ไม่เคยมีใครได้รอดชีวิตหากพบว่าเป็นในระยะสุดท้าย ที่แห่งนี้คือที่ที่วัยรุ่นชายและหญิง ทั้งสองคนได้เลือกเอาไว้ เป็นสิ่งเดียวที่ทั้งสองคนนั้นทำได้ แต่มันก็ไม่สามารถล้างความผิดที่ติดอยู่ในใจหรือแม้กระทั่งกรรมที่ทั้งสองคนได้ก่อ มันจะยังคงติดตัวตลอดไป
เด็กทารกตัวเล็กๆส่งเสียงร้องไม่หยุดจนทำให้บอดี้การ์ดที่เดินอยู่ในรั้วได้ยิน พวกบอดี้การ์ดรีบวิ่งออกไปตามเสียงและก็พบว่ามีเด็กทารกนอนอยู่ที่พื้นหญ้าริมรั้วที่เริ่มมีมดมากัดตามแขนขาและลำตัวและยังมีแมลงมาตอมตามใบหน้าและลำตัวอีก
"เลวฉิบ! เป็นพ่อแม่คนไม่ได้แล้วทำไมไม่ไปทำแท้งว่ะ" บอดี้การ์ดคนหนึ่งสบถ แล้วพูดขึ้นด้วยความโกรธในขณะที่ตัวเองก็ก้มอุ้มเด็กขึ้นมาเอาไว้ในอ้อมอกของตนเองพลางเอามือปัดแมลงและหยิบมดออกจากตัวทารก
การทำแท้งในประเทศอิตาลีถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฏหมาย ต้องทำในช่วงสิบสองสัปดาห์แรกหรือเก้าสิบวัน และทุกวันนี้ก็ยังถูกกฏหมายอยู่
"ดูสิ พอมึงอุ้มเงียบเลย น่ารักน่าเอ็นดูจริง ไปหานายกันเถอะ นายเองก็อยากจะมีลูก มึงก็รู้แถมเด็กคนนี้ยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก" บอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างที่ใจคิดและรู้ดีว่านายของพวกเขาต้องการอะไร อยากได้อะไร พวกเขารู้ดีเพราะอยู่ด้วยกันมานาน บอดี้การ์ดพูดพร้อมกับช่วยกันเอาแมลงออกจากตัวเด็กทารก
"อืม ไปกันเถอะ ไอ้หนูเอ็งต้องทำตัวดีๆนะ นายของพวกลุงใจดีมากๆเลยล่ะ" คนที่อุ้มเด็กทารกหันไปตอบเพื่อนก่อนจะหันมาพูดกับเด็กทารกเพศชายที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ถ้าโตขึ้นก็คงจะหล่อไม่แพ้กับนายของพวกเขาอย่างแน่นอน
"มึงดูสีนัยน์ตาสิ สีฟ้าอ่อนสวยมาก" ใบหน้าของบอดี้การ์ดมีแต่ความชื่นชมเอ็นดูทารกตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมอกแกร่งของตน
"จริง คงหล่อสูสีกับนายของพวกลุงแน่ๆ" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูเด็กทารก ที่ตอนนี้นอนเงียบไม่มีเสียงร้องสักแอะ
บอดี้การ์ดทั้งสองคนต่างรีบเดินเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อไปหานายใหญ่ของพวกเขา ด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น ราวกับรู้ว่าจะได้มีเด็กเล็กๆมาวิ่งเล่นในรั้ว แค่คิดแค่นี้ก็รู้สึกดีใจเป็นที่สุด
คาร์ลอส เมตเตมัส ยืนนิ่งอุ้มตัวเด็กทารกเพศชายเอาไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองด้วยความเอ็นดูถึงใบหน้าจะไม่ได้แสดงออก แต่เหล่าบอดี้การ์ดและคนใช้ก็สัมผัสได้ เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ
"ต่อไปนี้ เด็กคนนี้คือลูกของฉัน ฉันจะตั้งชื่อว่า ลีออง เมตเตมัส"
หลังจากวันนั้น ลีออง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี และมีแม่นมและพี่เลี้ยงคอยเลี้ยงดู ลีอองได้รับความอบอุ่นราวกับเป็นลูกคนหนึ่ง จนกระทั่งผ่านมาหนึ่งปี...
...มีหญิงสาวอุ้มเด็กทารกที่เพิ่งคลอดมาได้ไม่กี่เดือน มาให้คาร์ลอสแล้วบอกว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก คาร์ลอสจำหน้าเธอได้ เธอเป็นหญิงสาวที่นอนกับเขาบ่อยที่สุดในช่วงนั้น น่าจะเมื่อประมาณปีกว่าๆ อาจจะด้วยความสวยและอัธยาศัยที่เธอมีเขาจึงจำเธอได้ดี คาร์ลอสยินดีรับเด็กไว้เพราะเขาได้ตรวจดีเอ็นเอแล้วว่าเป็นลูกของเขาจริง แต่ไม่ขอรับหญิงสาวคนนั้นเป็นภรรยาเพราะไม่มีใครสามารถเข้ามาแทนที่ภรรยาของเขาที่ได้เสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายได้แม้แต่คนเดียว หญิงสาวเดินออกจากคฤหาสน์กว้างใหญ่พร้อมกับเงินก้อนโตที่ทำให้เธอนั่งกินนอนกันไปอีกหลายปี ข้อห้ามคืออย่ามาให้เด็กหรือว่าคาร์ลอสได้เห็นหน้าอีกเป็นอันเด็ดขาด
"ลูกฉันคนนี้ให้ชื่อว่า โอทิส เมตเตมัส" คาร์ลอสยิ้มให้กับโอทิตที่กำลังนอนในอ้อมอกของแม่นมที่กำลังให้นมโอทิสอยู่ ในขณะที่แม่นมอีกคนก็กำลังอุ้มลีอองโยกตัวไปมาอยู่ข้างๆกันกับคาร์ลอส
คาร์ลอสให้ลูกทั้งสองเรียนในที่ที่ดีที่สุด เรียนทุกอย่างที่ทั้งสองอยากจะเรียน และสิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือการต่อสู้และการป้องกันตัว ฝึกความอดทนและการเอาตัวรอดหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด
ยี่สิบสองปีผ่านมา คฤหาสน์ใหญ่จัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โตที่ลีอองเรียนจบโท ในขณะที่โอทิสยังเรียนไม่จบแม้แต่ปริญญาตรี ถึงแม้คาร์ลอสจะหนักใจ แต่เขาก็ไม่อยากเข้มงวดจนเกินไป เขาอาจจะไม่ได้เป็นพ่อที่ดีสมบูรณ์แบบ แต่เขาก็ทำได้เต็มที่เพียงเท่านี้กับหน้าที่พ่อในแบบของเขาเอง
"ทำแบบนี้ทำไม"
