บทที่ 10 ตอนที่8
"จะจีบก็ดูให้ดี ถ้าเป็นคนดี พ่อกับแม่ก็ไม่ขัดเข้าใจที่แม่จะสื่อไหมยัยหมอก"
"ขอบคุณนะคะแม่ และก็พ่อด้วยที่เข้าใจหมอก แต่ลูกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนูกับเขาจะยังไง จะได้ไปต่อหรือเปล่าแต่ถ้าไม่ พ่อกับแม่จะโอเคใช่ไหมคะ"
"อะไรที่ลูกทำ พ่อกับแม่เชื่อใจลูกเสมอ"
"แต่ที่สำคัญก็คือ เขาแต่งงานหรือว่ามีแฟนแล้วหรือยัง อย่าได้ไปเป็นมือที่สามใครเขานะลูก" ดุจดาวพูดเตือนลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
"ค่ะแม่"
"แล้วทำไมลูกไม่ขอตรวจลายนิ้วมือล่ะลูก"
"เขาไม่ใช่คนไทยค่ะพ่อ จะตรวจดีเอ็นเอก็ไม่มีดีเอ็นเอเทียบกัน ได้แต่รอว่าเขาจะจำได้ตอนไหนเท่านั้นค่ะพ่อ"
"อืม ถ้างั้นเดี๋ยวพ่อจะให้คนโทรไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายของเขาให้ก็แล้วกัน"
"ขอบคุณมากๆค่ะพ่อ หนูรักพ่อกับแม่มากที่สุดเลยค่ะ"
"พ่อก็รักลูก แม่ด้วยนะ" คเชนทร์พูดตอบก่อนจะตามด้วยเสียงของดุจดาว
สองวันต่อมา ไอหมอกคุณหมอสาวเธอเดินเข้ามายังที่เตียงของลีอองพร้อมกับถุงเสื้อผ้าของผู้ชายหนึ่งชุด เป็นเสื้อยืดธรรมดาตราสัตว์ปีกสีขาวกับกางเกงสแล็กขายาวสีดำไม่ใช่แบรนด์ดังอะไรและขาดไม่ได้เห็นจะเป็นชั้นใน หนึ่งแพคจะมีสามตัวที่มัจะมีขายทั่วไปตามร้านค้าเล็กๆ สามอย่างราคาไม่ถึงใบแดงสี่ใบเลยด้วยซ้ำ มือเล็กยื่นถุงพลาสติกสีขาวให้กับลีอองที่กำลังมองหน้าเธออย่างใช้ความคิด
"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหมอกจะพาคุณไปซื้อเสื้อผ้าเพิ่มที่ตลาดนัดในเมือง"
"หมอก คุณหมอชื่อหมอกเหรอครับ" มือใหญ่ยื่นมือไปรับถุงไว้แล้วถามกลับ
"ชื่อเล่นไอหมอกค่ะ แต่เรียกว่าหมอกจะดีกว่า เพราะหมอกจะให้คนที่หมอกสนิทเรียกเท่านั้นค่ะ" เป็นประโยคที่แอบแฝงถ้าคนฟังได้ตั้งใจฟังจับใจความได้
"ถ้าความจำผมกลับมาเมื่อไหร่ ผมจะตอบแทนคุณหมอมากกว่าที่คุณหมอให้แน่นอนครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ...คุณหมอก"
"ไม่อยากให้ตอบแทนค่ะ แต่อยากได้เป็นแฟนจะได้ไหม" น้ำเสียงแผ่วเบาที่พูดออกมา ทำให้ลีอองถามกลับเมื่อได้ยินในสิ่งที่ไอหมอกพูด แต่เขาก็ยังทำเหมือนไม่ได้ยินทั้งๆที่ได้ยินชัดเจนทุกคำ
"เมื่อกี้คุณหมอกพูดอะไรนะครับ" ลีอองถามกลับด้วยสีหน้าที่งงงวยเหมือนไม่ได้ยินจริงๆ
"อ๋อเปล่าค่ะ ไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ เปลี่ยนชุดสิค่ะจะได้ไปเดินตลาดนัดกัน เสร็จแล้วจะได้พากลับที่พักค่ะ"
"อ่า ครับได้ครับ" ถึงแม้ลีอองจะรู้สึกเกรงใจ แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่ทำตามที่คนตรงหน้าบอก สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือเขาต้องพยายามจำให้ได้ว่าเขาเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาอยู่ในที่นี่ แล้วใครกันที่ทำร้ายเขาเพราะเขาเชื่อว่า ยังไงเขาก็ไม่เคยคิดสั้นที่จะทำร้ายตัวเองอย่างแน่นอนความรู้สึกภายในใจบอกเขาอย่างนั้น
การเดินทางไปตลาดนัดในเมือง ไอหมอกเลือกใช้รถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนสาวเพราะจะสะดวกตอนที่หาที่จอดรถมากกว่าเอารถยนต์ไป
"ไม่มีหมวกกันน็อกหรือคุณหมอก" ลีอองถามเมื่อไอหมอกมาหยุดอยู่ตรงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ดูแล้วมีอายุเก่าแก่ น่าจะมากกว่าคนที่กำลังขี่อย่างแน่นอน
"เรียกหมอกเฉยๆดีกว่าค่ะพี่ลีออง อืม...เอาอย่างนี้ไหมคะ ต่อไปนี้เราสองคนมาพูดกันแบบเป็นกันเองดีกว่าค่ะ หรือว่าพี่ลีอองคิดว่ายังไงคะ"
"แล้วแต่หมอกเลยครับ"
ลีอองจะรู้ไหมนะว่าการที่เรียกชื่อไอหมอกแบบคนกันเอง มันกำลังทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเธอพองโตขึ้นทุกวินาที
"ค่ะพี่ลีออง"
'ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งเนื้อคู่มาให้หนูค่ะ หนูจะไม่ลืมแก้บนแน่ๆค่ะถ้าหากว่าผู้ชายคนนี้ คนที่ชื่อลีอองคือเนื้อคู่ของหนู'
"ตกลงไม่มีหมวกเนอะ"
"ค่ะพี่ลีออง" คำพูดและใบหน้าที่ยิ้มแย้มของไอหมอก กำลังแสดงออกมาให้ลีอองได้เห็นอย่างไม่คิดจะปกปิดว่าเธอกำลังคิดกับเขายังไง
"ถ้าพี่ลีอองกลัวตกกอดเอวหมอกแน่นๆได้เลยนะคะ"
"ครับ" คำตอบสั้นๆ ที่ทำให้ไอหมอกอยากเห็นหน้าคนตอบว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอจึบหันหน้าไปมองคนที่นั่งซ้อนท้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเธอกับเขาจะห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว เป็นไอหมอกที่ต้องรีบหันหน้ากลับเพราะกลัวว่าลีอองจะเห็นว่าหน้าเธอแดงแค่ไหนในตอนนี้
"ไปแล้วนะคะ เกาะดีๆล่ะ" ไอหมอกพูดเพื่อทำลายความเขินของตนเองแล้วรีบสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ออกจากที่จอดรถของโรงพยาบาล
ลีอองมองท่าทางของคนตรงหน้าอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ยังแสดงสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับไม่ได้รับรู้ความในใจของไอหมอกแต่นิดเดียว
บรรยากาศตลาดนัดของคนในท้องถิ่น เต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นกันเองเสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าที่เดินผ่านแผงหรือร้านของตนเอง แผงขายของเรียงรายอยู่สองข้างทาง มีทั้งผัก ผลไม้ ร้านเสื้อผ้าที่วันนี้ไอหมอกตั้งใจมาซื้อโดยเฉพาะ ลีอองมองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทุกคนล้วนเป็นกันเองและยิ้มให้เขาราวกับว่ารู้จักกันท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตรและเขาเองก็ส่งยิ้มเล็กตอบกลับไปเช่นกัน
อ้างอิง
[1]การขี่ม้าเทรล [Trail Riding] คือ กิจกรรมการขี่ม้าท่องเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจไปตามเส้นทางธรรมชาติ เช่น ป่า เขา ชายหาด หรือทุ่งหญ้า ไม่เน้นการแข่งขัน แต่เน้นความเพลิดเพลินและการผสานความเป็นหนึ่งเดียวกับม้าและสิ่งแวดล้อม เป็นรูปแบบการขี่ที่ให้ความรู้สึกอิสระ แตกต่างจากการขี่ม้าในคอก
