บทที่ 11 ตอนที่9

"วันนี้อยากได้ชุดอะหยังเจ้าคุณหมอ" (วันนี้อยากได้ชุดอะไรคะคุณหมอ)

เป็นเสียงของคนขายเสื้อผ้าที่เอ่ยทักทันทีที่เห็นไอหมอก เพราะเธอเพิ่งมาซื้อเสื้อผ้าร้านนี้ไปเมื่อวันก่อน

"เดี๋ยวให้พี่เขาเลือกเองได้เลยค่ะฝากด้วยนะคะ...เลือกได้เลยค่ะพี่ลีอองเอาไว้ใส่เวลาอยู่ห้องหรือไม่ก็วันไหนที่มีงานให้ทำค่ะ" ไอหมอกบอกกับคนขายเสื้อผ้าก่อนจะหันไปพูดกับลีอองที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน ลีอองยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยแต่ยอมพยักหน้ารับและเข้าใจในสิ่งที่ไอหมอกสื่อ

"ได้เจ้าคุณหมอ" (ได้ค่ะคุณหมอ) เมื่อคนขายเสื้อผ้ารับคำแล้วจึงเริ่มสังเกตรูปร่างเพื่อหาไซซ์เสื้อ กางเกงและอื่นๆหากผู้ชายคนตรงหน้าต้องการ

"สีนี้เหมาะกับอ้ายเน้อ ใส่แล้วยิ่งดูเลาแต๊ๆ (สีนี้เหมาะกับคุณนะ ใส่แล้วจะยิ่งดูหล่อมากๆ)

คนขายรีบพูดเมื่อเห็นว่าลีอองได้แต่มองตามราวแขวนที่โชว์ลายเสื้อโดยที่ไม่มีทีท่าที่จะชอบลายไหนหรือตัวไหนเลย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายร่างสูงใหญ่ชาวต่างชาติคนนี้คงฟังไม่ออกเธอจึงหันไปถามไอหมอกที่กำลังเลือกเสื้อยืดอยู่

"อ้ายฟังกำเมืองออกก่อ?" (คุณเขาฟังภาษาเหนือออกไหม)

"ลืมไปเลย เอาอย่างงี้ เดี๋ยวหมอเลือกให้พี่เขาทั้งหมดเลยก็แล้วกันง่ายดี ตามนี้นะคะพี่ลีออง"ประโยคแรกเธอพูดกับคนขาย แล้วจึงหันไปบอกกับลีออง

"อืม" ถึงแม้จะเป็นคำตอบสั้นๆแต่ก็ทำให้ไอหมอกยิ้มกว้างราวกับได้รอยยิ้มกลับมายังไงอย่างงั้น

เสื้อผ้าในร้านของตลาดนัดแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าผ้าฝ้ายพื้นเมือง ผ้าปักลวดลายหรือชุดม่อฮ่อมที่เอาไว้สวมใส่เวลาอยู่บ้านหรือเดินเที่ยวเล่นตามตลาด และเสื้อคลุมแขนยาวลายชนเผ่าดั้งเดิม เป็นเสื้อผ้าที่มีลวดลายสีสันที่สวยงามผสมผสานกับการปักผ้า นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัยอย่างเช่นกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตสีพื้น

ไอหมอกเลือกเสื้อเชิ้ตสีพื้นและกางเกงยีนส์อีกหลายๆตัวเมื่อเธอรู้สึกว่าเหมาะกับลีอองมากกว่าลายพื้นเมือง แต่เธอก็ยังเอาชุดม่อฮ่อมติดไปด้วยสองชุด

"พอแล้วซื้ออะไรเยอะแยะ" ลีอองเอ่ยปรามไอหมอกเมื่อเห็นว่าเธอยังคงไม่หยุดหยิบเสื้อผ้ามาวางกองที่โต๊ะคิดเงิน

"ถ้างั้นตัวนี้ตัวสุดท้าย ไหนลองเทียบตัวนี้ดูก่อนค่ะ"

ไอหมอกเธอเอาเสื้อไปทาบที่ช่วงบนของลีอองด้านหลังและด้านหน้า แววตาสดใสมองด้วยความพอใจจนเธอลืมไปว่าตอนนี้ทั้งสองคนกำลังยืนใกล้กันจนตัวแทบจะติดกัน เมื่อไอหมอกรู้สึกถึงลมหายใจร้อนที่สัมผัสผ่านหน้าผาก ใบหน้าสวยจึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังก้มมองเธออยู่ด้วยสีหน้าและแววตานิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่งก็ไม่ผิด

ใบหน้าของไอหมอกแดงก่ำทันตา หัวใจของเธอสั่นไหว เกิดความร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ถึงแบบนั้นต่างคนต่างไม่ยอมละสายตาออกจากกัน

"แข่งผ่อตากั๋นก๊ะ" (แข่งจ้องตากันเหรอ) หญิงสาวคนขายเสื้อผ้าพูดขึ้นยิ้มๆ แถมยังส่งยิ้มให้เธอจนตาหยี มีท่าทีที่เขินอายราวกับว่าเธอกำลังเขินกับสิ่งที่เห็น

ไอหมอกเบนสายตาออกคนแรก พร้อมกับกระแอ่มออกมาเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนเรื่อง ให้คนขายคิดเงินจะได้รีบเดินออกจากร้านเพื่อหนีอาการหน้าแดงของตนเอง

"พี่ลีอองพอจำได้ไหมคะว่าชอบกินอะไรเป็นพิเศษ แพ้อาหารหรือแพ้อะไรไหมอย่างเช่นแพ้เกสรดอกไม้ อะไรพวกเนี้ย" เมื่อเดินเล่นในตลาดมาสักพักหลังจากที่ออกจากร้านเสื้อผ้า ไอหมอกเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น ดวงตาแวววับมองใบหน้าหล่ออย่างเปิดเผย

"ไม่ พี่จำไม่ได้"

"อืม เอาไงดี ถ้าอย่างงั้นพี่ลีอองก็กินแบบหมอกก็แล้วกันนะคะ แต่หมอกทำกับข้าวไม่เป็นส่วนใหญ่จะซื้อเอาค่ะ"

"ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่ยังไงก็ได้ กินง่ายๆไม่ยาก"

ไอหมอกหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของใบหน้าหล่อถึงแม้ไม่มีรอยยิ้ม แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดีและอบอุ่นอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน

"ขอบคุณนะที่ให้ที่อยู่และก็ขอบคุณมากๆที่ช่วยชีวิตพี่เอาไว้ พี่สัญญาว่าถ้าพี่จำได้พี่จะรีบย้ายออกจากห้องแล้วก็จะรีบกลับมาหาเพื่อทดแทนบุญคุณ"

"..." เป็นประโยคที่ทำให้ไอหมอกถึงกลับใบหน้าถอดสี 'ไม่อยากได้ยินคำว่าย้ายออก'

"พี่จะไม่สร้างความเดือดร้อน พี่จะทำงานที่หมอกหาให้ ตกลงไหม หรือว่าหมอกอยากให้พี่ทำอะไรก็บอกพี่ได้เลย...หมอก?" ลีอองพูดประโยคร่ายยาว แต่เมื่อเห็นว่าไอหมอกเงียบไปเขาจึงหยุดเดินแล้วรั้งแขนขาวเอาไว้พร้อมกับเรียกชื่อ

"พี่ไม่รู้ว่า พี่เป็นคนดีไหม มีครอบครัวหรือยัง แต่สิ่งที่พี่อยากจะบอก อย่าคาดหวังกับพี่" ถึงแม้ความจำจะหายไปแต่ความรู้สึก ความคิดอ่านของเขาไม่ได้หายไป เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆที่ไอหมอกมีให้กับเขา

"...เราเข้าไปสั่งอาหารกันดีกว่าค่ะ หมอกหิวแล้ว" ไอหมอกกะพริบตาแรงๆต้านความรู้สึกบางอย่างแล้วหันไปคลี่ยิ้มให้ลีออง ทั้งที่ในใจของเธอในตอนนี้ปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป