บทที่ 12 ตอนที่10

เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วไอหมอกไม่ลืมที่จะสั่งกับข้าวมาเผื่อไว้เพราะถ้าเย็นเมื่อไหร่ร้านค้า ร้านอาหารก็เริ่มปิดร้านผู้คนต่างปิดบ้าน ปิดไฟนอนกันตั้งแต่หัวค่ำเหลือเพียงความเงียบเท่านั้นในย่านนี้ ไอหมอกกับลีอองเดินกลับมาที่ลาดจอดรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ ลีอองเริ่มรู้สึกว่าเขาน่าขี่รถมอเตอร์ไซค์เป็นเขาจึงหันไปบอกกับไอหมอก

"พี่ว่า พี่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็น ขอพี่ลองได้ไหม"

"ได้ค่ะ เดี๋ยวหมอกบอกทางกลับให้" ไอหมอกตอบกลับแล้วยื่นกุญแจรถให้กับลีออง เขารับไว้แล้วเสียบกุญแจบิดไปทางขวากางคันสตาร์ท เข้าเกียร์ว่าง แล้วออกแรงใช้เท้าเหยียบคันสตาร์ท เสียงสตาร์ทรถของมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นทำให้ไอหมอกส่งยิ้มให้กับลีอองทันทีที่เขาหันมามองเธอ

"วางของที่ตะกร้าหน้ารถสิ เอามาเดี๋ยวพี่วางให้"

"ขอบคุณค่ะ" ลีอองยื่นมือรับถุงกับข้าวไว้เหลือแค่ถุงเสื้อผ้าเพราะตะกร้าหน้ารถค่อนข้างเล็กและไม่ลึกมาก ไอหมอกจึงคิดว่าเธอควรถือเอาไว้เอง

"หมอกจับเอวพี่ได้ไหมคะ"

"ได้สิ จับดีๆล่ะระวังตก แต่พี่คงไม่ขับเร็วหรอก ไม่ชินทางน่ะ"

"พี่ตรงไปเรื่อยๆนะคะถึงแยกก็เลี้ยวขวา เดี๋ยวหมอกคอยบอกทางเรื่อยๆค่ะ"

"ครับ ออกรถแล้วนะจับดีๆ"

"เรียบร้อยแล้วค่ะ" ไอหมอกเอาถุงเสื้อผ้าคั่นตรงกลางแล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกไปจับที่เอวหนาจนสัมผัสได้ถึงความแน่นของเนื้อช่วงเอว 'อยากกอดเอวจัง' ไอหมอกคิดในใจในขณะที่สายตามองทางด้านหน้าแล้วไม่ลืมที่จะแอบมองใบหน้าของลีอองผ่านกระจก

ใกล้ถึงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน แสงแดดค่อยๆหายไปแทนที่ด้วยอากาศที่เริ่มเย็น สองข้างทางมีบ้าน ร้านค้าอยู่ห่างๆกันสลับไปด้วยต้นไม้ยางพารากับทุ่งนาถนนที่ราบเรียบเป็นบางช่วงนั้นเพิ่งจะทำเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อากาศที่บริสุทธิ์ไร้ความวุ่นวายของจราจร เสียงชวนคุยเจื้อยแจ้วที่ดังติดต่อกันสลับกับการบอกทาง ทำให้ลีอองไม่รู้สึกเหงาถึงแม้จะไม่ได้มีเสียงพูดของเขาก็ตาม

"พี่ลีอองอยากตัดผมไหมคะ"

"ได้นะ ถ้าหมอกจะออกเงินให้พี่" ลีอองพูดด้วยน้ำเสียงที่กึ่งน้อยใจกับโชคชะตาของตนเองในตอนนี้

"ถ้าอย่างงั้นพรุ่งนี้ตอนเช้าหมอกจะพาไปนะคะ"

"แล้วหมอกต้องเข้างาน เอ่อพี่หมายถึงเข้าเวรน่ะกี่โมงเหรอ"

"พรุ่งนี้หมอกต้องอยู่เวรเช้า จนถึงเช้าอีกวันค่ะ"

"เหนื่อยแย่เลย"

"เป็นหมอก็อย่างนี้แหล่ะค่ะ หมอกชินแล้วเดี๋ยวพี่เลี้ยวขวาตรงแยกหน้านะคะแล้วตรงอีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วค่ะ"

"..." ลีอองพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเลี้ยวตามที่ไอหมอกบอก ไม่กี่นาทีก็ถึงตึกที่ไอหมอกเช่าอยู่

ร่างสูงใหญ่เดินตามคนร่างบางที่กำลังเดินนำหน้าเข้ามายังตึกที่มีอยู่ไม่กี่ชั้น และตอนนี้เขายืนอยู่ในห้องที่มีขนาดไม่กว้างนัก มีห้องสองห้อง ห้องน้ำหนึ่งและห้องนั่งเล่นมีโทรทัศน์ตั้งอยู่บนโต๊ะ แต่เมื่อเดินเข้ามาภายใน กลิ่นของไม้อัดที่กระจายอยู่ตามอากาศภายในห้อง ทำให้ลีอองแตะดูที่ผนัง และก็สังเกตเห็นว่าห้องนี้เพิ่งทำใหม่

"พี่นอนห้องนี้นะคะ หมอกเตรียมที่นอนและก็ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นให้แล้วค่ะ"

"ขอบคุณนะครับหมอก แค่เตรียมที่นอนให้ก็เกรงใจแย่แล้ว นี่ยังเตรียมของใช้กับทำห้องให้พี่ใหม่อีก"

มือเล็กยกขึ้นมาโบกไปมาราวกับปฏิเสธว่าไม่เป็นอะไรอย่างพัลวัน "ไม่ต้องเกรงใจนะคะพี่ลีออง ก็พี่เป็นคนบอกเองนี่น่าว่าถ้าจำได้เมื่อไหร่จะมาตอบแทน เอาไว้วันนั้นมาถึงค่อยว่ากันนะคะ" ไอหมอกพูดจบก็เผยรอยยิ้มกว้างอีกครั้งหลังจากที่เงียบมาตลอดทาง

"วันนี้พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ตอนเย็นหมอกจะหุ้งข้าวและอุ่นกับข้าวให้นะคะ"

"เดี๋ยวพี่จัดของเสร็จจะออกไปช่วยนะ"

"ค่ะพี่ลีออง แต่ความจริงแล้วพี่แค่มานั่งเล่นกับหมอก ดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนก็พอค่ะ"

"จริงสิ แล้วหมอกเข้าเวรตอนไหนเหรอ"

"เช้าค่ะ หกโมงเช้าหมอกก็ออกจากห้องแล้วค่ะ เลิกก็หกโมง แต่ถ้ามีเคสหรือไม่มีหมอท่านอื่นอยู่ หมอกก็ต้องอยู่เวรแทนค่ะ แต่วันนี้หมอกแลกเวรกันกับเพื่อนค่ะ"

"อ๋อ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ออกมานะ"

"ค่ะออกมาเร็วๆนะคะพอดีหมอกเป็นคนขี้เหงา เอ้ย!ไม่ใช่ค่ะ เราจะได้คุยรายละเอียดเรื่องงานกันค่ะ" ไอหมอกยิ้มเจื่อนให้กับลีออง

"ครับ" ถึงแม้ลีอองจะไม่ให้ไอหมอกคาดหวังในตัวเขา แต่เขาเองก็อดยิ้มไม่ได้กับท่าทาง คำพูดคำจาของไอหมอกที่คอยทอดสะพานให้เขาตลอด

ร่างบางย่อตัวลงนั่งที่โซฟากลางห้องแล้วกดเปิดโทรทัศน์แล้วหาซีรีย์ที่เข้าใหม่ดู เพื่อรออีกคนออกมาจากห้อง ไอหมอกนึกคำพูดของลีอองตอนที่เดินตลาด ใบหน้าของเธอก็กลับมาห่อเหี่ยวอีกครั้ง

'พอจะจีบคนที่ตรงสเปกแต่ทำไมมันยากจัง'

"พี่จะรู้ไหมว่าพี่โชคดีแค่ไหน ถ้าได้เป็นแฟนกับหมอก" ไอหมอกพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาพอได้ยินแค่คนเดียว ในขณะที่สายตาหันไปมองประตูห้องที่อยู่ติดกันกับห้องเธอ ก่อนจะตัดสินใจเดินเขย่งปลายเท้าไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของคนมาอาศัยอยู่แล้วเอียงหูฟังติดกับประตูไม้เนื้อบาง

เมื่อประตูห้องปิดลง สองมือที่ถือถุงเสื้อผ้าอยู่ก็ค่อยๆวางลงที่พื้นข้างเตียงขนาดเล็ก แล้วจึงหย่อนตัวลงนั่งที่เตียงนอนที่ตรงข้ามกันกับกระจกบานใหญ่ที่ติดกับผนังไม้อัดขนาดหนาพร้อมกับติดวอล์เปเปอร์สีสันสดใส สายตาคมมองตัวเองในกระจก สำรวจใบหน้า ลำคอที่เต็มไปด้วยรอยสักเช่นเดียวกันกับแขนทั้งสอง ลีอองปล่อยให้ความคิดของตัวเองไหลออกมา ภาพที่เขาเห็น ผู้ชายคนหนึ่งที่มีอายุรุ่นราวคราวพ่อ ใบหน้าไม่เหมือนตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนภาพจะค่อยๆลางหายไป ลีอองหลับตาลงแล้วพยายามนึกถึงใบหน้านั้นอีกครั้ง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร

"อยากอาบน้ำจัง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป