บทที่ 2 บทนำ

"ทำแบบนี้ทำไม" เสียงทุ้มกดต่ำ ใบหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา ลีอองพูดกับคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาในห้องนอนของเขา เมื่อเห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางเขาจึงเปิดประตูเดินเข้ามา

"ของขวัญเรียนจบไง เผื่อนายจะชอบ" โอทิสไม่พูดเปล่า เขาเดินตรงไปที่หญิงสาวที่กำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนที่นอนของลีออง

ลีอองไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินไปหยิบเสื้อแจ็กเกตแล้วทิ้งท้ายแค่ประโยคสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของตัวเอง

"ฉันจะไปนอนที่อื่น ตามสบาย"

โอทิสได้แต่ยืนกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจที่ลีอองมีท่าทีที่นิ่งเฉย ไหนจากท่าทางที่ดูหยิ่งยโสอีก ลีอองมักจะทำอะไรก็ถูกใจพ่อไปเสียหมดทุกอย่าง มีแต่เขาที่ไม่เคยได้รับคำชมจากคนเป็นพ่อ มีแต่การเปรียบเทียบตลอด โอทิสเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันกลับไปสนใจกับหญิงสาวที่นอนอ้าขากว้างรอเขาอยู่ จากใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวก็แปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

สิบสองปีต่อมา ตอนนี้ลีอองอายุได้สามสิบห้าปี เขายังคงครองโสดให้หญิงสาวได้แต่มองอย่างเสียดายและมีไม่น้อยที่เข้ามาจีบและอ่อยและให้ท่าเขา ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่ผับหรือแม้กระทั่งตอนที่เขาเข้าห้องน้ำในผับ ลีอองไม่เคยสนใจหญิงสาวคนไหน ไม่รักใคร ไม่เคยคบกับใครแต่เรื่องบนเตียงเขาเองก็ไม่เคยขาดหากว่าต้องการ

จนกระทั่งคนเป็นพ่ออย่างคาร์ลอส ต้องหาหญิงสาวมาหมั้นหมายให้ และแน่นอนหญิงสาวที่จะมาเป็นสะใภ้ต้องเป็นคนดี มีการศึกษา และที่สำคัญต้องเข้ากับลูกชายของเขาได้

"พ่อมีอะไรเหรอครับถึงได้เรียกผมมา" ลีอองเอ่ยถาม

"ไปรับช่วงบริหารโรงพยาบาลต่อจากพ่อที ตอนนี้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากพอ แล้วอีกอย่าง พ่อขึ้นเครื่องบินไม่ค่อยไหวแล้ว" คาร์ลอสในวัยหกสิบกว่าที่ดูแข็งแรงดีในสายตาของลีอองพูดขึ้นพลางไอเบาๆให้ลีอองเห็น

"คงไม่ไหวจริงๆ พ่อถึงได้มีแรงแกล้งไอ" คำพูดของลีอองทำเอาคาร์ลอสยิ้มกว้างแล้วหยุดไอทันที แววตาที่ใช้มองลีอองเต็มไปด้วยความรัก ราวกับว่าลีอองคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริงๆ

"ไปรับตำแหน่งผอ.ศูนย์ รายละเอียดอยู่ในซองนี้"

"ทำไมไม่ให้น้องไปล่ะครับ"

"ก็เราพูดได้หลายภาษา ไทยก็พูดได้ ไปอยู่ที่โน้นจะได้ไม่ลำบากในการใช้ภาษา ส่วนน้องให้ดูแลบริษัทแทนเรา"

ลีอองเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับคาร์ลอสโดยที่ไม่ได้เปิดอ่านเอกสาร แล้วพูดขึ้น

"ทำไมพ่อไม่จัดการเรื่องของโอทิสครับ"

"ปล่อยไปก่อน ถ้ามันเต็มที่แล้วก็คงหยุดเอง พ่อผิดเองที่ปล่อยโอทิสจนเสียคน"

"แต่ถ้าโอทิสกลับไปติดยาอีกล่ะครับ"

"พ่อสั่งลูกน้องให้ตามดูอยู่ แล้วสั่งห้ามให้ใครขายยาให้น้องด้วย"

"ถ้าโอทิสรู้ว่าผมไปบริหารโรงพยาบาลที่ไทย คงจะอาละวาดอีก" ลีอองรู้ดีว่าโอทิสเป็นคนยังไง

"ทุกอย่างอยู่ในซองพ่อเตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว ไม่ต้องห่วงน้องหรอก อีกไม่ถึงเดือนต้องเดินทางแล้วเตรียมตัวให้เรียบร้อยล่ะ" คาร์ลอสพูดตัดบท แต่คาร์ลอสก็เข้าใจในสิ่งลีอองพูดและกังวลดี แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดต่อ

"ครับพ่อ" ลีอองลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปกอดคาร์ลอส ทั้งสองคนมักจะแสดงออกแบบนี้อยู่บ่อยๆ จนบอดี้การ์ดและคนสนิทเห็นจนเคยชิน

"พ่อให้คนสนิทของเราไปอยู่ที่นั่นเป็นเพื่อนด้วย มีอะไรโทรมาล่ะ"

"ครับ ผมจะทำให้เต็มที่ครับ"

"อย่ามัวทำแต่งาน โทรหาคู่หมั้นเราด้วยล่ะ"

ลีอองยิ้มให้รับกับคำพูดของคาร์ลอสก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทำให้คาร์ลอสส่ายหน้าไปมา เขารู้ดีว่าลีอองไม่ได้สนใจคู่หมั้นแต่อย่างใด ไม่รู้จะครองโสดอีกนานแค่ไหน ใจเขาอยากจะอุ้มหลานจะแย่

สนามบินนานาชาติ

ลีอองอ่านรายละเอียดในซองและเขาก็ตัดสินใจมาก่อนกำหนดโดยที่ไม่ได้บอกใครเลยแม้แต่บอดี้การ์ดคนสนิท สองเท้าเดินออกจากสนามบินพร้อมกับกระเป๋าใส่เอกสารแค่ใบเดียว เขายืนกดหน้าจอเพื่อโหลดแอปเรียกรถของประเทศไทย แต่ไม่ทันจะได้เรียกรถ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอดที่ตรงหน้าที่ลีอองยืนอยู่

"ไปไหมครับ" คนขับรถลดกระจกด้านข้างแล้วถามขึ้น

ลีอองมองซ้ายมองขวา ภายในใจคิดว่าดีเหมือนกันไม่ต้องรอรถในแอปนาน "ครับ" เขาตอบสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

เมื่อขึ้นมาบนรถ คนขับรถถามไถ่และชวนพูด ชวนคุยเป็นภาษาไทย แถมยังชมว่าเป็นคนต่างชาติที่พูดไทยได้ดีและชัดมาก ไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อขับมาถึงจุดทางโค้งที่ลับสายตาผู้คน

คนขับรถเปิดไฟกะพริบเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง ลีอองไม่ได้สังเกตความผิดปรกติเพราะคิดว่าคนขับน่าจะเป็นคนดีเหมือนอย่างที่เขาได้ยินมาว่าประเทศนี้มีแต่คนดีมีน้ำใจโดยไม่ทันระวังภัยที่กำลังมาถึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป