บทที่ 3 ตอนที่1

ประตูทั้งสองข้างที่ด้านหลังถูกเปิดออกแล้วเข้าไปนั่งประชิดตัวลีอองโดนมีปืนจี้อยู่ที่เอว อีกคนรีบเอาผ้าที่ผสมยาสลบมาปิดที่จมูก ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากราวกับเป็นมืออาชีพ ในขณะที่ลีอองสลึมสลือเขาก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกฉีดยาเข้าที่แขนจนกระทั่งเปลือกตาหนาก็ค่อยๆปิดลงจนสนิท...เขากำลังหลับเพราะฤทธิ์ยา

ผ่านไปหลายชั่วโมง บริเวณเนินเขาของภาคเหนือมีเชือกไนล่อนเส้นใหญ่ที่มัดแน่นอยู่ที่ข้อมือและข้อเท้าของชายร่างสูงใหญ่ที่มีความสูงเกือบถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร แต่ยังคงนอนสลบไม่ได้สติ มีเพียงลมหายใจที่แผ่วเบาและช้าไม่เป็นจังหวะในอย่างที่ควร กำลังนอนอยู่ตรงหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังเผาเอกสารต่างๆเพื่อทำลายหลักฐานรวมถึงหักซิมและทำลายโทรศัพท์มือถือก่อนจะเอาซิมและมือถือใส่ถุงเอาไว้กับตนเองเพื่อนำไปทิ้งที่ไกลจากที่นี่ ทุกคนล้วนเป็นมืออาชีพ...แต่บางครั้งก็พลาดได้เช่นกัน

"พวกมึง! เอาร่างมันไปที่บนเนินแล้วกลิ้งมันลงไป ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุล่ะ เข้าใจไหม!"

"ครับลูกพี่"

"เดี๋ยว!! แก้เชือกออกสิว่ะไอ้พวกโง่ แล้วถ้าพวกมึงพลาด พวกมึงรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกมึงและก็กู"

"ครับลูกพี่"

คนสั่งเดินตามชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนที่หามร่างที่แน่นิ่ง ยืนมองร่างใหญ่ที่ลูกน้องของตนค่อยถีบร่างให้กลิ้งไปตามเส้นทางที่ขรุขระเต็มไปด้วยโขดหินและดงหญ้า

"คงไม่รอด หวังว่าจะไม่มีใครมาเจอร่างมันเสียก่อนล่ะ ไปเว้ยพวกเรา"

ห้องทำงานของคาร์ลอส

"นายใหญ่ครับ คุณลีอองเดินทางไปประเทศไทยแล้วครับ เพราะวันนี้ผมรอที่หน้าห้องตั้งแต่เช้าก็ไม่เห็นออกมาผมเลยเข้าไปดูในห้องก็ไม่เห็นครับ และก็ไม่เข้าบริษัทแถมยังติดต่อไม่ได้อีกครับ ผมก็เลยให้คนของเราไปขอดูกล้องที่สนามบินและเช็ครายชื่อคนบินเข้าไปไทยครับ" อีวานบอดี้การ์ดคนสนิทของลีอองรีบรายงานกับคาร์ลอส

"...ปล่อยให้เขาเที่ยวพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยตามไปอย่าเพิ่งตามตอนนี้เลย" คาร์ลอสหยุดคิด ก่อนจะบอกกับอีวาน อาจเป็นเพราะลีอองคงอยากจะไปก่อนวันที่กำหนดเพื่อที่จะได้เที่ยวในสถานที่ต่างๆก่อนจะเริ่มงานที่โรงพยาบาล

"ครับนายใหญ่"

อีวานก้มศีรษะให้กับคาร์ลอสแล้วเดินออกจากห้องทำงาน อีวานกดโทรหาลีอองอีกครั้งและอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะโทรอีกกี่ครั้งก็ติดต่อไม่ได้เหมือนอย่างเคย

'ไปประเทศไทยไม่เห็นต้องปิดเครื่องเลยแปลกจัง' อีวานคิดในใจอย่างกังวลแต่อีกใจก็คิดว่าอาจจะเพิ่งถึงไทยแล้วหลับเลยทำให้ลืมชาร์จแบตของโทรศัพท์

"แล้วจะไปไหนล่ะทีนี้ นายก็ไม่อยู่ ลูกน้องอย่างเราก็เหงาเป็นนะ" อีวานพูดขึ้นลอยๆแล้วเดินเข้าไปยังด้านหลังของคฤหาสน์ที่เป็นลานฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวเองและการฝึกใช้อาวุธต่างๆอย่างครบครัน

โรงพยาบาลชุมชนแม่ดอย เวลา 06.20น.

"ตอนนี้โคฟเป็นอะไร" ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องพักแพทย์ นิวเยียร์ถามคนตรงหน้าที่กำลังนั่งแหงนหน้าอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับเอาสมุดปิดหน้าตัวเองอยู่

"ไม่ตอบ อ๋อรู้แล้วว่าแกกำลังโคฟเป็นอะไร" นิวเยียร์พูดในขณะที่ใส่เสื้อกาวน์

"อาราย" น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยราวกับคนที่ไร้ชีวิตชีวา ขาดพลังงานถามขึ้น

"โคฟเป็นเด็กมีปัญหาไง"

พรึ่บ!

"ไม่พูดกับแกแล้ว หมดเวรฉันแล้ว กลับห้องพักก่อนก็แล้วกัน" ไอหมอกลุกขึ้นยืนอย่างปุบปับทำให้สมุดตกลงพื้น แต่เธอก็ไม่ได้ก้มเก็บ ไอหมอกหันไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วรีบเดินออกจากห้องพักแพทย์ทันที เสียงของเพื่อนสาวคนสนิทก็ดังตามหลังเช่นกัน

"กลับดีๆล่ะ ไม่ต้องแวะไปนั่งขอพรที่แอ่งน้ำล่ะ"

นิวเยียร์เดินมาเก็บสมุดเลคเชอร์ให้กับไอหมอกแล้ววางเอาไว้บนโต๊ะ แล้วพูดขึ้นมาลอยๆ "เมื่อไหรจะมีแฟนกับเขาสักที มัวแต่เลือกอยู่นั่นแหละ จะขึ้นคานอยู่แล้วเพื่อนฉัน"

อาจเป็นเพราะวันนี้ ไอหมอกโดนสารภาพรักอีกตามเคยเพราะทุกครั้งที่โดนสารภาพรัก ไอหมอกมักจะเอาสมุดเลคเชอร์วางเอาไว้บนใบหน้าในเวลาที่แหงนใบหน้าขึ้นมองเพดาน เพราะมันเป็นทำให้ไอหมอกรู้สึกได้มองความมืดและว่างเปล่า ทำให้สมองสั่งการว่าจะไม่เอาเรื่องที่ไร้สาระมาให้ใส่หัว เว้นแต่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนที่เธอเลือกเอง...เพื่อนเธอเคยพูดเอาไว้แบบนั้น

แล้วก็คงเป็นเพื่อนของเธอ ที่ปฏิเสธอีกเช่นกันทำให้เพื่อนของเธอมานั่งอารมณ์เสียหลังจากที่ออกเวร ด้วยความสวยน่ารัก พูดจาขี้เล่นทำให้คนที่ได้อยู่ใกล้ที่ได้พูดได้คุยถึงกับตกหลุมรักไอหมอกแทบจะทุกคน

นิวเยียร์กลับมาที่โต๊ะของตนเองเพื่อหยิบสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋ากางเกงแล้วรีบขึ้นไปราวน์วอร์ดในช่วงเช้า

ไอหมอก ดุจแสง หมออินเทิร์นที่มาอยู่ภาคเหนือ

ประจำโรงพยาบาลที่นี่ในที่ห่างไกลความเจริญ เธอมักจะมาเดินเล่นที่บริเวณแอ่งน้ำที่ตีนเขาเหมือนอย่างเคย เพราะเป็นทางกลับห้องพักอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป