บทที่ 4 ตอนที่2
แต่ที่สำคัญ ที่มันมากกว่าการเดินเล่นนั้นก็คือ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเชื่อว่า การขอพรเนื้อคู่ จะสมหวังก็ต่อเมื่อทั้งสองมีความผูกพันธ์กันมาแต่ปางชาติก่อนหรือไม่ก็ ความรักมักจะมาคู่กันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
โดยเฉพาะการไปบนบานหรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือวัดที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรให้เจอคู่ครองตามความปรารถนาของตนเอง ซึ่งเป็นความเชื่อในความศรัทธากับสิ่งที่เหนือธรรมชาติเพื่อเสริมดวงความรัก และไอหมอกเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อในความเชื่อของผู้คนในเมืองนี้ เธอจึงมักจะมาขอพรที่บริเวณแอ่งน้ำแห่งนี้ในช่วงเวลาที่ออกเวรช่วงเช้าหรือทุกครั้งที่มีโอกาส
สองเท้าเล็กเดินไปตามริมแอ่งน้ำในมุมที่เธอนั่งขอพรอยู่เป็นประจำ ใบหน้าเรียวได้รูปไข่ ปลายจมูกเชิดรั้น มีดวงตาเรียวราวกับกวางน้อยรูปร่างเล็กแต่ได้สัดส่วนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ผิวขาวราวกับหยวกกล้วยเดินมาหยุดอยู่ตรงที่เธอมานั่งขอพรเป็นประจำแล้วพูดขึ้น
"เฮ้อ เมื่อไหร่จะเจอเนื้อคู่ ไม่สิต้องพูดว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกเจอคนที่ถูกใจ ลูกจะจีบเขาและถ้าจีบติด ลูกจะรำแก้บนถวายพร้อมกับแฟนเจ้าค่ะ" ไอหมอกพูดขอพรประโยคนี้ทุกครั้งเมื่อเดินมาถึงแอ่งน้ำ ด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เพราะเธอเองก็อยากจะมีแฟนเหมือนกับคนที่อยู่รอบๆตัวเธอ
สายตาเรียวหันมองไปรอบๆ แล้วเธอก็เห็นอะไรบางอย่างที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ สองเท้าเล็กไม่รอช้า เธอรีบวิ่งเข้าไปราวกับว่าเป็นสัญชาตญาณของความเป็นหมอ
"คนจริงๆด้วย นี่คุณ!" ไอหมอกนั่งลงข้างๆ ยังไม่ได้พลิกตัวให้นอนหงาย แต่เธอกำลังสังเกตแล้วใช้นิ้วสัมผัสที่ลำคอ เพื่อตรวจหาชีพจร เมื่อเห็นว่าคนที่นอนบาดเจ็บอยู่ยังมีชีวิต ทำให้ใบหน้าของไอหมอกดูผ่อนคลายลง
"โชคดีจัง"
'ที่ได้มาเจอเร็ว ถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่รอดก็ได้' ไอหมอกพูดออกมาแค่สามคำ แล้วเธอก็อดที่จะคิดต่อไม่ได้
ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์มือถือรีบโทรไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อขอรถพยาบาลมารับคนเจ็บด่วนๆ แต่ทว่าตรงที่เธอยืนอยู่กลับไม่มีสัญญาณ
"ไม่มีสัญญาณอะไรตอนนี้เนี่ย"
ไอหมอกกดวางสายแล้วหงายลำตัวของคนเจ็บขึ้นเพื่อสำรวจบาดแผลตามร่างกาย มือทั้งสองช่วยกันแกะกระดุมเสื้อออกเพื่อสำรวจบาดแผลอีกครั้ง เธอประเมิณอาการและบาดแผลที่เห็นด้วยตาเปล่า
เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน ดิน ทรายและเลือดที่ไหลอาบลงมาที่ใบหน้า ไอหมอกประเมิณเบื้องต้นว่าศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง ข้อมือข้อเท้ามีร่องรอยของการมัด สายตาของเธอไปหยุดตรงที่ช่วงบนหน้าอกบริเวณปอดมีกิ่งไม้เล็กๆหักเสียบคาเอาไว้อยู่
เมื่อประเมิณอาการแล้ว ไอหมอกก็รีบวิ่งกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้รถพยาบาลมารับคนเจ็บ ไอหมอกได้แต่หวังว่ารถพยาบาลจะไปถึงภายในไม่กี่นาที ทันทีที่รถพยาบาลถึง ร่างใหญ่ก็ถูกยกขึ้นใส่เปลย้ายผู้ป่วยจากแอ่งน้ำ เพื่อเข้าไปในรถพยาบาลแล้วนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่รอ ไอหมอกวิ่งกลับไปเปลี่ยนชุดและเก็บของตนเองที่ห้องพักแพทย์ในขณะที่มือกดโทรศัพท์ภายในของโรงพยาบาล
"อาการเบื้องต้น ปอดถูกกิ่งไม้เสียบแต่ไม่ทะลุ เตรียมห้องผ่าตัดด้วยค่ะ" ไอหมอกพูดสายกับพยาบาลที่อยู่ห้องER[1] ในขณะที่สายตายังคงมองออกไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อและขอให้รถพยาบาลมาถึงไวๆ
"ต้องเอกซเรย์ก่อน" ไอหมอกพูดขึ้นราวกับย้ำเตือนตัวเอง
รถพยาบาลจอดไม่ทันสนิทประตูหลังก็ถูกเปิดออกกว้าง เจ้าหน้าที่คอยอยู่รับคนเจ็บก็รีบเข้ามายกเปลลงบนเตียงเข็นทันที
"ตรวจกรุ๊ปเลือด เอกซเรย์ด่วน แล้วเข้าห้องผ่าตัดเลยค่ะ" น้ำเสียงที่มั่นใจพูดอย่างชัดเจนจ่ายงานให้กับพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
รอได้สิบนาทีผลเอกซเรย์ออกมา ไอหมอกยืนอ่านผลคือตับแตก เส้นเลือดภายในฉีก ไม่มีร่องรอยที่เนื้อปอด รอยต่อบริเวณซี่โครงและกะบังลมหักสองซี่ ไอหมอกยิ้มให้กับความโชคดีที่ไม่มีของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอด กระดูกทรวงอกปกติ แต่ทว่าศีรษะกลับแตก เป็นรอยทุบตีอยู่หลายจุด
'หรือว่านี่คือการทำร้ายแล้ว พอคนเจ็บแก้เชือกได้เลยวิ่งหนีจนทำให้พลัดตกลงเนินเขากัน?' ไอหมอกคิด
"ไม่มีบัตรติดตัวเลยค่ะหมอ" เจ้าหน้าที่ในห้องพูดขึ้น
"ช่วยชีวิตก่อน ตามหมอนิวด้วยค่ะ" ไอหมอกพูด แล้วเดินไปเตรียมตัวเพื่อเข้าห้องผ่าตัด
ห้องผ่าตัด [OR]
"หมอค่ะ หมอนิวติดอีกเคสค่ะ" ผู้ช่วยศัลยแพทย์พูดหลังจากที่เธอโทรไปอีกห้อง
"ไม่เป็นไรค่ะ" ไอหมอกตอบในขณะที่ผ่าตัดพยายามที่จะเอากิ่งไม้ออก เธอแค่ต้องการหมออีกคนหากว่ามีเหตุฉุกเฉิน ไอหมอกเข้าใจดีกับจำนวนบุคลากรที่จำกัด รวมถึงจำนวนหมอที่จะมาอยู่ที่นี่ น้อยคนนักที่อยากจะมา
โรงพยาบาลแห่งนี้จะมีสต๊าฟที่นานๆจะมา และมีหมออินเทิร์นสองคน และแพทย์ประจำบ้านหนึ่งคนที่จะเข้าเวรแค่ช่วงเช้าถึงเย็น นอกนั้นก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ห่างไกลความเจริญ การเดินทางก็ลำบากเวลาที่จะลงไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ และจะยิ่งแห้งแล้งมากขึ้นหากว่าเป็นหน้าร้อนและหน้าหนาว
ห้องER
ภาพหมอนิวเยียร์กำลังปั๊มหัวใจให้กับคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันระหว่างที่ถูกเข็นเข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อชีพจรกลับมาเต้นแต่ยังไม่เป็นที่น่าวางใจนัก นิวเยียร์จึงบอกพยาบาลให้คอยดูระดับเลือดอย่าให้ต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปากสั่ง แต่มือของเธอไม่ได้หยุดห้ามเลือดเลยแม้แต่วินาทีเดียว
อ้างอิง
[1] ER [Emergercy Room] หรือแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน คือ แผนกในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด24ชั่วโมง ตั้งแต่กรณีเร่งด่วนถึงวิกฤต
