บทที่ 6 ตอนที่4
สองเท้าเล็กรีบเดินมาถึงชั้นพักฟื้นผู้ป่วยชาย เธอไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมต้องรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเธอคิดว่า เธอกำลังจะได้พูดคุยกับคนคนนี้
'เพราะอะไรกันนะ'
"ก็ดีใจไง ที่คนไข้ของแกฟื้น จะเพราะอะไรกันล่ะ" ไอหมอกพูดขึ้นมาเพื่อทำลายความคิด ซึ่งตอนนี้มันดูแปลกๆ เมื่อไอหมอกเดินพ้นผ้าม่านที่เป็นฉากกั้น สายตาเรียวเบิกโพลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคนไข้ของเธอกำลังจะลุกขึ้นจากเตียง
"ไม่ได้นะคะ หมอยังไม่อนุญาตให้เดินไปไหนนะคะ" ไอหมอกทำเสียงดุก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องพูดภาษาอังกฤษ
"You can't walK around yet; the doctor hasn' t given permission."
"..." สีหน้าที่นิ่งสงบ ดวงตาที่ว่างเปล่าใบหน้าก็เช่นกัน ไร้ซึ่งอารมณ์ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา เขาทำได้แค่ค่อยๆล้มตัวลงนอนอีกครั้งแล้วมองคนที่ใส่เสื้อกาวน์เดินตรงมาหา
"ผมพูดไทยได้" น้ำเสียงทุ้มแหบพูดแผ่วเบา
"ถ้าอย่างนั้น ขอหมอดูม่านตาหน่อยนะคะ มองหน้าหมอก็ได้ค่ะ" ไอหมอกพูดเมื่อเห็นคนไข้ทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะมองไปทางไหน สายตาคมมองใบหน้าของไอหมอก ดวงตาที่ว่างเปล่าไม่ได้บอกถึงความรู้สึกอะไร แต่กลับเป็นไอหมอกที่รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ม่านตาหดตัวลงเมื่อโดนแสง บอกถึงภาวะปรกติของสมอง ไอหมอกดูชาร์ตที่พยาบาลจดเอาไว้ ไข้ไม่มี ความดันร้อยสิบ เจ็ดสิบ
'เกือบสมบูรณ์แบบ' ความคิดของไอหมอก (ความดันที่สมบูรณ์แบบ 120/80)
"...หิวน้ำ" เสียงแหบแห้งพูดขึ้นเมื่อเห็นหมอตรวจเสร็จ
"เดี๋ยวหมอกเทให้เองค่ะ" ไอหมอกหันไปบอกพยาบาลเมื่อเห็นว่าพยาบาลกำลังจะเทน้ำเปล่าใส่แก้ว
"ค่ะ ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวพี่ไปดูเตียงอื่นก่อนนะคะ"
"ได้ค่ะ" ไอหมอกตอบระหว่างที่รินน้ำให้กับคนคอแห้งด้วยความดีใจ เป็นปรกติที่หมอและพยาบาลจะดีใจเมื่อคนไข้ที่นอนนิ่งมาหลายวัน วันนี้ได้ฟื้นขึ้นมา
“คนไข้! คุณตีตูดหมอทำไมคะ” ไอหมอกพูดด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งออกมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“มือผมไปโดนเอง ผมไม่ได้ตั้งใจนะ” ก็เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆนี่ แค่จะดูว่าอะไรติดอยู่ที่กางเกง หวังดีจะปัดออกให้แต่ก็นั่นแหละเขาไม่กล้าพอที่บอกตรงๆ ได้แต่พูดออกไปแบบนั้น
“ช่างเถอะถ้าคุณบอกว่าไม่ตั้งใจ ฟื้นแล้วก็ดีแล้ว หมอจะถามคุณตรงๆ ว่าคุณไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือว่าไปมีเรื่องกับใครที่ไหนมาหรือเปล่า แล้วใครทำคุณ แล้วคุณชื่ออะไร แล้วคุณ...”
ไอหมอกรัวคำถามเป็นชุดทันทีเมื่อเห็นว่าใบหน้าขอคนไข้กำลังดูเจ้าเล่ห์แปลกๆ ทำเอาคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยถึงกับส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา ก่อนจะสวนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่คุณ!! พักหายใจบางเถอะ ถามแบบนี้เป็นตำรวจหรือยังไงกัน” คิ้วหนาๆผูกกันเป็นปมแน่น พอๆกับนัยน์ตาสีอ่อนที่กำลังฉายประกายชวนให้คนที่เห็นขนลุกขนพอง
“ตกลงคนไข้ชื่ออะไรคะ” เหมือนไอหมอกนึกได้ว่าตอนนี้เธอกำลังใช้อารมณ์กับคนไข้เกินไป เธอจึงได้ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าแล้วยิงคำถาม
“...ชื่อเหรอ ผมไม่รู้ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ทันทีที่ไอหมอกได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนไข้บนเตียง ที่นอนไม่ได้สติมานานหลายวัน สองเท้ารีบเดินออกไปจากห้องผู้ป่วย แล้วโทรหาอาจาร์ยหมอเจ้าของเคสทันที เมื่อกดวางสายเธอจึงให้พยาบาลที่อยู่บริเวณนั้นให้พาตัวคนไข้ไปทำเอ็มอาร์ไอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผลของเอ็มอาร์ไอก็อยู่ในมือของไอหมอก เธออ่านดูและประเมินทั้งหมดก่อนจะโทรหาอาจาร์ยหมอเพื่อรายงาน ทั้งสองคนคุยสายกันอยู่สักพักก่อนจะวางสายแล้วหันมาหาคนที่นอนนิ่งมองเธออยู่
"ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ไม่ว่าจะเนื้อสมอง เส้นเลือดสมอง...แต่ตอนนี้คนไข้อาจอยู่ในภาวะสูญเสียความจำเฉียบพลัน" ไอหมอกพูดจบทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบ
ข้อสรุปที่อาจารย์หมอกับไอหมอกได้พูดคุยกันก็คือ ต้องให้คนไข้รื้อฟื้นความจำด้วยตัวเองและที่ลืมไม่ได้ก็คือ ไอหมอกปรึกษากับอาจารย์หมอแล้วว่า อย่าเพิ่งโทรหาตำรวจเพื่อตามหาญาติ เพราะไอหมอกไม่มั่นใจว่า จะเป็นผลดีหรือว่าผลเสียมากกว่ากัน เมื่อปรึกษากันแล้วสรุปว่าในเมื่อคนไข้ฟื้นแล้วก็ให้หมอไอหมอกเป็นคนดูแลเคสเองได้เลย
"แล้ว?" เสียงทุ้มพูดขึ้น
"คนไข้จำอะไรได้บ้างคะ"
"ผมว่า ผมจำได้แล้ว ผมชื่อลีออง เมืองเกิดผม...ผมจำไม่ได้" ถึงจะบอกว่าจำไม่ได้ แต่คนที่พูดกลับไม่มีสีหน้าหรืออาการที่ตกใจ มีเพียงความเรียบนิ่ง ดวงตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกแต่อย่างใด
"ไม่เป็นไร หมอจะช่วยคนไข้รื้อฟื้นความจำให้นะคะ ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป"
"จะช่วยผมยังไง ในเมื่อหมอเองก็ไม่ได้รู้จักผม"
จริงอย่างที่คนไข้ของเธอพูด เธอไม่ได้รู้ลึกตื้นหนาบางอะไร 'หรือว่าเราจะขอตรวจดีเอ็นเอดีนะ' ไอหมอกสลัดความคิด ล้มเลิกความคิดนั้นออกแล้วพูดออกไปใหม่
"ได้สิค่ะ ก่อนอื่นคนไข้ต้องแข็งแรงก่อนแล้วค่อยว่ากันค่ะ"
สีหน้าของลีอองเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง ไม่ได้รู้สึกขอบคุณหรือดีใจอะไร มีแต่ดวงตาที่ดูเหนื่อยล้าที่ดูนิ่งจนน่ากลัว
"ถ้าแข็งแรง แล้วผมจะไปอยู่ไหน หมอมีห้องให้ผมอยู่ไหมล่ะ"
อ้างอิง
[1]Army Retractor อุปกรณ์ตัวถ่างเนื้อเยื่อ มีความยาวที่แตกต่างกันออกไป
[2]CT Scan หรือ Computerized Tomography Scan คือการตรวจวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ชั้นสูง ใช้เครื่องเอกซเรย์หมุนรอบร่างกายร่วมกับคอมพิวเตอร์ ตรวจอวัยวะภายใน กระดูก เนื้อเยื่ออ่อนและหลอดเลือดได้ละลายและชัดเจนกว่าเอกซเรย์ทั่วไป ช่วยให้แททย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
[3]OPD [Out Patient Department] หมายถึง แผนกผู้ป่วยนอก
[4]มอดิฟายเคส [Modefy Case] การปรับเปลี่ยนแผนการรักษาหรือลำดำความสำคัญของคนไข้ที่กำหนดไว้แต่เดิม
