บทที่ 7 ตอนที่5

"ถ้าแข็งแรง แล้วผมจะไปอยู่ไหน หรือว่าหมอมีห้องให้ผมอยู่ไหมล่ะ" ลีอองถามภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้ซึ่งอารมณ์

ไอหมอกหยุดคิดเพียงแค่ไม่กี่วิ ดวงตาเรียวรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป "ก็ได้นะไม่ติด"

คำตอบของคนเป็นหมอทำเอาลีอองนิ่งไปชั่วขณะ เขาแค่พูดเล่น ในหัวของเขากำลังประมวลผลอยู่ว่าสิ่งที่เขาได้ยิน มันเป็นคำพูดของคนตรงหน้าหรือเพียงเพราะเขาหูฝาดไป

"อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะ รอให้แข็งแรงกว่านี้ หมอจะถามคนไข้อีกครั้งก็แล้วค่ะ"

"ใครเป็นคนส่งผมมาที่โรงพยาบาลครับ"

"ทีมแพทย์ฉุกเฉินค่ะ ที่พาคนไข้มาส่ง" สีหน้าของคนรอคำตอบ ยังคงนิ่งแต่แววตากลับมืดลงพอๆกับหัวใจของเขาที่กำลังมืดสนิทไร้หนทาง ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหนแล้วใครกันที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้

"แล้วใครเป็นเจอผมคนแรกล่ะครับ" ลีอองยังคงถามต่อ

"หมอเองค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีเคสรออยู่ค่ะ"

"เดี๋ยวครับ"

"คะ?"

"ผมนอนมานานแค่ไหนแล้วครับ"

"พรุ่งนี้ก็ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วค่ะ...ตอนเย็นถ้าหมอออกเวรแล้วจะมาหานะคะ อยากกินอะไรไหมคะ" ไอหมอกก้มใบหน้ามองลงแล้วอ่านที่ชาร์ตพร้อมกับนับวัน เมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเงียบไปเธอจึงชวนพูดเรื่องอื่น

"ไม่ครับ ขอบคุณครับ"

ไอหมอกมองลีอองด้วยแววตาที่น่าเห็นใจ ในใจของเธอได้แต่คิดว่า ลีอองเป็นใครกันแน่แล้วเขามาทำอะไรที่ประเทศไทย เป็นคนร้ายหรือว่าเป็นคนดี

อิตาลี

ภายในห้องทำงานของคาร์ลอส บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งเมื่อมือขวาของตนเองรายงานว่า กล้องวงจรปิดที่มีภาพของลีอองที่สุดท้ายก็คือ ตอนเดินออกจากประตูของสนามบินที่ไทย และมันทำให้คาร์ลอสรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่กล้องวงจรปิดจะเสียพร้อมๆกันภายนอกบริเวณที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อ

"ส่งคนไปไทยอีก ไม่ว่าจะใช้เงินแค่ไหนก็หาให้เจอ มีกี่จังหวัดก็ส่งไปให้หมด" คาร์ลอสคนเป็นพ่อประกาศกร้าว เสียงที่ทรงอำนาจทำให้ลูกน้องต่างรู้สึกเกรงกลัวมากขึ้นกว่าเดิม จึงได้แต่พากันก้มศีรษะมองลงที่ปลายเท้าของตนเอง

"ครับนายใหญ่"

"โอทิสอยู่ไหนตอนนี้"

"อยู่ที่ผับครับนายใหญ่" บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูดขึ้น เพราะเขามีหน้าที่ดูแลความเคลื่อนไหวของโอทิสที่เขาได้แอบติดจีพีเอสที่รถยนต์

"คงไม่ได้อยู่ในห้องทำงานสินะ เมื่อไหร่จะคิดได้สักที พี่หายตัวไปทั้งคนยังมีกะจิตกะใจมั่วผู้หญิงอีก...ออกไปได้!"

"ครับนายใหญ่"

มหาวิทยาลัยประเทศอิตาลี สองเท้าเล็กก้าวยาวๆเดินตรงไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดรอเธออยู่ที่หน้าป้ายคณะ ใบหน้าหวานส่งยิ้มให้คนรอที่กำลังยืนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ และเธอก็รู้ดีว่าใครกันที่เป็นเจ้าของช่อดอกไม้นั่น

"รถคันใหม่อีกแล้ว รอนานไหมคะ" เสียงใสถามขึ้นเมื่อมายืนตรงหน้าชายหนุ่มที่เธอเผลอใจให้กับเขา

"ไม่ครับ พี่รู้ว่าหนูชอบดอกไม้พี่ก็เลยซื้อมาให้" เขาตอบกลับเสียงนุ่มและทุ้ม มันดูอ่อนโยนจนทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับคำไพเราะ แล้วยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้กับเธอ

"ขอบคุณค่ะ" เธอรับช่อดอกไม้พร้อมกับก้มลงดมกลิ่นหอมจากดอกไม้ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

"เชิญครับ" เขาเปิดประตูรถให้เธอนั่งด้านหน้าแล้วปิดเบาๆภายใต้ความคิด สองเท้าใหญ่เดินอ้อมด้านหน้ารถเพื่อเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ

ไม่กี่สิบนาทีคนทั้งสองก็มาถึงโรงแรม แล้วเปิดห้องที่ทั้งสองคนมักจะมาร่วมรักกันเท่าที่มีโอกาส ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มให้กันในขณะที่เธอมีใจให้กับเขาหมดหัวใจ แต่เขากลับเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นที่เอาไว้เพื่อต้องการเย้ยหยัน เหยียดหยามคนบางคนที่เขาไม่เคยชอบขี้หน้า ตั้งแต่ที่จำความได้ ให้รู้สึกเจ็บใจและโกรธ เกลียดยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

"เมื่อไหร่พี่จะไปบอกพ่อแม่หนูเรื่องหมั้นล่ะคะ" ใบหน้าหวานแนบแก้มขาวกับแผ่นอกแกร่ง และยังคงหายใจหอบเหนื่อยจากการร่วมรักที่ยาวนานเกือบชั่วโมง

"รออีกหน่อยนะ พี่สัญญา" เธอยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินคำมั่นสัญญา

"หนูกลัว ถ้าพี่เขารู้ว่าเราสองคน..."

"ไม่ต้องกลัวนะ ทุกอย่างจะเรียบร้อย" เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะยกร่างบางให้มานอนบนตัวเขาแล้วเอามือเล็กมาจับที่ความใหญ่โตที่กำลังผงาดอีกครั้ง...

ไอหมอกใช้เวลาหลังจากที่ออกตรวจคนไข้นอก และดูเคสที่เป็นเจ้าของคนไข้เรียบร้อยแล้ว เข้ามาภายในห้องพักที่มีเพื่อนของเธอนอนอยู่ ซึ่งกำลังจะหลับไม่หลับแหล่ แต่ทว่าต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ต้องทนฟังคนที่กำลังระบายความรู้สึกอยู่ในตอนนี้

"แล้วไงต่อ" นิวเยียร์เพื่อนสนิทของไอหมอก ฟังและคิดตาม หลังจากที่ไอหมอกบอกว่าจะเป็นคนคอยดูแลคนไข้คนนั้นที่ชื่อลีออง

"ฉันคิดว่า เขาก็ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยอะไรและฉันก็ยินดีที่ให้อยู่กับฉันไปก่อน แล้วจะหางานให้ทำเพื่อที่จะได้มีรายได้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป