บทที่ 9 ตอนที่7
"มองเหรอ หมอเปล่ามองเสียหน่อย หมอมองข้าวต่างหาก" ไอหมอกพูดออกไปแบบนั้นแต่สายตาของเธอก็ยังแอบชำเลืองมองแนวสันกรามที่กำลังขยับไปมาเวลาที่เคี้ยวข้าว
ลีอองยังคงมีสีหน้าที่นิ่งเฉยแต่มันกลับยิ่งดูมีเสน่ห์สะกดใจไอหมอกมากยิ่งขึ้น แต่ทว่าภายในใจของลีอองกลับรู้สึกอยากแกล้งหญิงสาวตรงหน้าเมื่อเห็นว่าเธอมีท่าทีกับตนเองยังไง หรือว่านี่จะเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขากันถึงแม้จะแอบคิดแบบนั้นแต่ลีอองก็เลือกที่จะนิ่ง และเงียบพยายามไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกไปเพราะที่นี่คือโรงพยาบาล
"ผมอยากออกจากที่นี่ เมื่อไหร่ผมจะออกจากโรงพยาบาลครับ" ลีอองพูดในขณะที่วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
"พรุ่งนี้ หรือไม่ก็อีกวันหรือสองวันค่ะ"
"ทำไม" น้ำเสียงที่เหมือนจะงอแง แต่คิ้วเข้มกลับขมวดขึ้นทันทีราวกับว่าไม่ค่อยสบอารมณ์เสียเท่าไหร่ เพราะเขาไม่อยากนอนอยู่แบบนี้ทั้งๆที่รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้น ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหนแล้ว
"เพราะต้องทำเอ็มอาร์ไออีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรแล้วส่วนเรื่องแผลเดี๋ยวหมอจะเป็นคนดูแลให้เองค่ะจะได้จางลงเร็วๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้ว" ไอหมอกอธิบาย
"แล้วค่าใช้จ่ายล่ะ ผมไม่มีเงินเลยสักบาท" ใช่ เขากำลังกังวลเรื่องนี้ แต่อีกความรู้สึกเขาคิดว่าครอบครัวของเขาต้องมีเงินแน่ๆไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ใส่เสื้อผ้าราคาแพงแบบนั้นแน่ๆ ลีอองนึกถึงตอนที่พยาบาลถือถุงพลาสติกที่มีเสื้อผ้าตอนที่เจอครั้งแรกเอามาให้ดู
"ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวหมอจัดการให้" ไอหมอกพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส จนมันทำให้ลีอองรู้สึกว่าอะไรกันที่ทำให้คนคนหนึ่งยิ้มแย้มสดใสได้ตลอดเวลากัน
"อาชีพหมอคงรวยน่าดู" ลีอองพูดประโยคนี้ออกมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากซึ่งไม่เหมือนกับคุณหมออินเทิร์นที่กำลังทำหน้าถมึงทึงใส่ลีอองอยู่
'ปากแบบนี้ช่วยดีไหมเนี่ย หรือว่าเขาอาจจะใช้คำผิดก็ได้นะไอหมอก ไม่เป็นไรหล่อให้อภัย'
ไอหมอกคิดในใจอดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างคนที่นั่งอยู่บนเตียง ด้วยสีหน้าของเธอที่กำลังทำปากยู่ ใบหน้าบิดเบี้ยวไปมาทำให้ลีอองพออ่านออกว่าคุณหมอตรงหน้ากำลังแอบนินทาเขาในใจ อดไม่ได้ที่แอบยิ้มเล็กๆที่มุมปาก และก่อนที่จะกลั้นยิ้มไม่ไหวลีอองจึงรีบพูดขึ้นมาเมื่อกินข้าวเสร็จ
"ผมอยากนอนแล้วก็...ขอบคุณที่ซื้อข้าวซื้อขนมปังมาให้ผม" ลีอองพูดพลางเอนหลังนอนที่เตียงผู้ป่วย
ไอหมอกลุกขึ้นแล้วก้มหน้าลงที่ข้างหูเล็กน้อยพอให้ได้ยินกันสองคน แล้วพูดในสิ่งที่ตนคิด "แต่เมื่อคุณลีอองหายดี คุณต้องทำงานเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้พ่อแม่ของหมอค่ะ" ไอหมอกพูดพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากแล้วหันหลังเดินออกไป
ลีอองมองตามแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินออกไปจนลับสายตา เขาหลับตาลงเพื่อที่จะนอนหลับพักผ่อน แต่ทว่าในหัวของเขากลับคิดตลอดเวลาไม่เคยหยุดว่าเขาเป็นใคร ทำยังไงถึงจะนึกออกแล้วที่สำคัญเขามีครอบครัวหรือยัง มีใครตามหาเขาอยู่หรือไม่ จนกระทั่งผล็อยหลับไปเพราะร่างกายของเขายังคงต้องการพักผ่อน
ดุจแสงฟาร์ม เป็นฟาร์มเชิงท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่าการขี่ม้าที่เน้นแบบเที่ยวชมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางวิวภูเขาที่สวยงามและอาณาบริเวณทุ่งหญ้าที่กว้างขวางเหมาะสำหรับการขี่ม้าเทรล [Trail Riding] [1] และทางฟาร์มยังมีบริการรับสอนขี่ม้า และเพาะพันธุ์ม้าอีกด้วย
บริเวณรางให้อาหารม้า มีคเชนทร์กับดวงเนตรกำลังยืนทำหน้าเคร่งเครียด แต่ก็แอบแฝงไปด้วยรอยยิ้มนิดๆอย่างรู้ทันคนเป็นลูกสาว ทั้งสองคนวางอุปกรณ์ในมือแล้วเดินคุยไปตามทางเดินเชื่อมต่อระหว่างคอกม้า เสียงที่ดังออกมาจากสปีคโฟนที่กำลังพูดอยู่นั้นก็คือไอหมอกลูกสาวคนเดียวของคเชนทร์และดวงเนตรสองสามีภรรยาที่ดูแลกิจการของครอบครัวในที่ดินของตนเอง
เมื่อทั้งสองคนตั้งสติและจับใจความได้ เป็นคเชนทร์ที่ถามกลับ
"ลูกชอบเขาเหรอ แต่ลูกเพิ่งเจอเขาเองนะแถมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน หลบหนีหรือว่ามีคดีติดตัวมาหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"เขาหล่อใช่ไหมยัยหมอก" ดวงเนตรพูดเสริม และเป็นประโยคที่ทำให้ปลายสายถึงกลับกระแอ่มขึ้นมา แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูดแต่คนเป็นแม่กลับรู้ทันจึงได้พูดสวนกลับไป
"ยัยหมอกไม่ต้องทำเป็นเรื่องพูดเลย จะจีบใช่ไหมคนนี้"
"จีบเจิบอะไรกันแม่ ลำพังแค่ตอนนี้พูดกันไม่กี่ประโยคก็จะกินหัวกันจะแย่อยู่แล้ว" ไอหมอกเถียงกลับคอเป็นเอ็นในขณะที่แววตาของเธอดูวิบวับขึ้น แล้วภาพตรงหน้าก็ฉายออกมาเป็นใบหน้าของลีอองที่กำลังทำคิ้วขมวดใส่เธออยู่ แต่ถึงแบบนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมทุกคนรู้ทันเธอ ทำไมกันล่ะก็ปรกตินะที่คนสวยแบบเราจะชอบคนหล่อ
