บทที่ 4 3. ยิ่งหนียิ่งเจอ

หมอหมี่หันมายิ้มให้ฉัน แล้วพูดต่ออย่างอารมณ์ดี

“น้องพายคะ นี่หมอพาริส หรือที่เราทุกคนเรียกว่าหมอเวย์ เป็นนิสิตแพทย์ที่มาฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับหมอแพท พี่ชายหนูค่ะ วันนี้หมอเวย์มาร่วมกิจกรรมในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาล เพื่อให้ความรู้กับชุมชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่วงสงกรานต์”

หืม... หมอเวย์?

ฉันกะพริบตาสองที ก่อนจะรีบยกมือไหว้เพื่อรักษามารยาทไว้สุดชีวิต

“สวัสดีค่ะ…หมอพาริส”

“ครับ…น้องพาย”

เสียงตอบรับเรียบเฉย พร้อมดวงตาคม ๆ ใต้แว่นที่ดูยังไงก็ไม่ได้ใสซื่อ

มันมีอะไรบางอย่าง...เลศนัยนิด ๆ เจ้าเล่ห์หน่อย ๆ ฉันพยายามไม่แสดงสีหน้า

แต่ยิ่งพยายาม…มันก็ยิ่งดูออก น้องพายบ้าน้องพายบออะไร มีพี่ชายคนเดียวคร่า!

ฉันเม้มปากแน่น กลอกตาหน่อย แล้วหันไปยิ้มให้หมอหมี่แทน ใครก็ได้…ช่วยพายที ไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้เลยสักนิด!

ฉันนั่งอยู่กลางห้องประชุมเล็ก ฟังสไลด์สอนเรื่อง ‘สุขอนามัยในช่วงสงกรานต์’เก้าอี้เรียงชิดจนแทบไม่มีที่ขยับ เหมือนกลัวที่นั่งไม่พอ ทั้งที่คนก็น้อยจะตาย

เนื้อหามันก็โอเคแหละ ถ้าไม่ได้นอนดึกเมื่อคืน…เพราะมัวแต่ฝันถึงเรื่องบ้า ๆ นั่น

“หาว…”

ฉันกลั้นหาวแทบไม่ทัน ต้องแกล้งยกมือขึ้นลูบผม ทำเป็นเกาคิ้ว ทั้งที่ในใจอยากจะงับหมอนให้จบ ๆ ไป

นิ้วอีกข้างเลื่อนจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย หาข่าวดู หาคลิปแมวดู หาอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่อง ‘ป้องกันการติดเชื้อจากน้ำสกปรก’ เป็นชั่วโมง ๆ แบบนี้

แต่พอจิ้มไปสักพัก

ความรู้สึกบางอย่างก็แทรกขึ้นมา

มันเหมือนมีใคร...กำลัง จ้อง อยู่

ฉันชะงักนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

แล้วก็ต้องเม้มปากแน่นทันที

หมอเวย์…หมอเวย์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของห้อง ไม่ได้ฟังอบรมอยู่หรอก เขากำลังมองมาที่ฉัน และมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง

แม้จะยังสวมหน้ากากอนามัย แค่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นก็บอกหมดแล้วว่าหมอกำลังยิ้ม

แต่ทำไมนะ....สายตาใต้กรอบแว่นคู่นั้นมันคุ้น คุ้นแปลก ๆ แบบที่รู้ว่าเคยเจอที่ไหนสักแห่ง แต่ก็นึกไม่ออก

“หมอดูดีเนอะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างตัว

ฉันหันขวับไป พี่เจ้าหน้าที่สาวที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“หมอเวย์น่ะ หมอที่นั่งตรงนั้น” พี่เขาพยักพเยิดไปทางหมอเวย์ที่ตอนนี้…ยังแอบเหลือบมามองอยู่นิด ๆ

“ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย แต่แบบ...โห! หล่อขนาดนึกว่าหลุดออกมาจากซีรีส์หมอเกาหลีเลยอะน้องพาย”

เสียงพี่เขาเริ่มสูงเหมือนกำลังเปิดรีวิวหมอในยูทูบ

“คะ?” ฉันพูดในลำคอ ยิ้มแห้งแบบคนที่กำลังจะขำแต่ต้องเก็บฟอร์ม

“หน้าเป๊ะ แถมเสียงยังหล่ออีก พูดทีไรใจสั่นทุกที ยิ่งตอนหมอเงียบ ๆ นิ่ง ๆ แบบนี้ ยิ่งมีฟีลแบบ ‘คุณหมอเย็นชาที่แสนอบอุ่น’ เข้าไปอีก! โอ๊ย พี่นี่ใจจะละลายเลยน้องพาย ฮือ~”

ฉันกลั้นหัวเราะไว้สุดแรง

เพราะพี่เขาพูดจริงจังมาก

มีใส่จริต มีทำมือประกอบ มีเสียงสูงเสียงต่ำแบบ ติ่งหมอเวย์ระดับสิบ

“จริง ๆ นะ พี่ไม่เคยเจอหมอคนไหนที่แบบ…ใส่หน้ากากแล้วยังดูดีขนาดนี้มาก่อนเลยนะ!”

“เอ่อ…” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม กลัวพี่เขาจะเสียหน้า

หมอเวย์ก็หล่อแหละ…

หล่อแบบ ‘รู้ตัวว่าหล่อ’

และสายตาแบบนั้นน่ะ...อาวุธชัด ๆ

ผู้ชายอะไร…จ้องเฉย ๆ ก็ทำคนอื่นใจสั่น

แต่ขอโทษนะคะ ทางนี้ไม่ได้ใจสั่น ‘อยากเอาไฟฉายส่องตาเขากลับ’ มากกว่า!

ฉันหลบมุมเข้าห้องน้ำเพราะอยากพักสายตา...แล้วก็พักใจ

แต่ยังไม่ทันจะได้เงยหน้าดูสิวที่ข้างแก้ม เสียงพึมพำเหมือนคนกำลังกลุ้มใจก็ดังขึ้นเบา ๆ จากมุมอ่างล้างมือ

“พี่นก?”

ฉันเอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่สนิทกับแม่ใหญ่พิมพ์ แกยืนทำหน้าจะร้องไห้ปนเครียดใส่กระจกอยู่คนเดียว

“น้องพาย พี่ตายแน่ โดนหมอหมี่ดุแน่เลย…”

เลิกคิ้วงุนงง “ดุเรื่องอะไรคะ?”

พี่นกถอนหายใจรัว ๆ “ก็พี่ลืมน่ะสิ ลืมไปล้างแผลให้ตาหมาน”

ฉันเอียงคอนึก ก่อนจะถามต่อ”…บ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านใช่มั้ยพี่?”

“จ้าน้องพาย พอดีคุณตาแกพารถล้ม ลูกชายแกไม่อยู่ พี่รับปากว่าจะช่วยดูแผลให้จนกว่าเขาจะกลับเย็นนี้ แล้วพี่ก็มัวแต่วิ่งวุ่นเรื่องอบรม ฮือ…”

ฉันพยักหน้าเข้าใจได้เลยว่าถ้าโดนหมอหมี่รู้เข้า มีหวังโดนสวดจนหูชา

แต่…ฉันเองก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเรื่องล้างแผล ถึงจะเป็นลูกหัวหน้า อสม. ก็เถอะ

ในจังหวะที่กำลังช่วยกันหาทางออก เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ผมไปให้เองก็ได้ครับ”

ฉันกับพี่นกหันขวับพร้อมกัน

…ใช่ ไม่ผิดแน่ หมอเวย์

“หมอเวย์! จริงเหรอคะ?” พี่นกพูดเสียงสูง สีหน้าดีใจเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ

ส่วนฉัน…ยืนนิ่ง

‘อีกแล้ว…ยิ่งหนี ยิ่งเจอ’

ไม่อยากเข้าใกล้ ก็ต้องได้ใกล้

“ครับ แต่ผมไม่รู้จักบ้านคุณตา แล้วก็ฟังภาษาท้องถิ่นไม่ค่อยเข้าใจ…”[1]

เขาหันไปพูดกับพี่นก แต่สายตากลับ...จ้องมาที่ฉัน

โอ๊ย สายตาแบบนั้นอีกแล้ว ทำไมไม่เลิกมองนะ!

พี่นกทำหน้าหงออยู่แป๊บเดียว ก่อนจะหันมาหาฉันพร้อมรอยยิ้มแป้น ทำตาปริบ ๆ เหมือนจะส่งสัญญาณ

ฉันถอนหายใจเฮือก “ค่ะ เดี๋ยวพายพาคุณหมอไปเองก็ได้”

หมอเวย์ฝึกอยู่แผนกเวชกรรมฟื้นฟูหรืองานผู้ป่วยนอก เลยได้รับอนุญาตให้มาช่วยในกิจกรรมภาคสนามของโรงพยาบาลและออกเยี่ยมบ้านได้ในบางกรณีภายใต้การดูแลของทีมแพทย์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป