บทที่ 5 4. เดทแรก

“น้องพายของพี่นกน่ารักที่สุดเลย!”

พี่นกคว้ามือฉันเขย่า “ไว้พี่เลี้ยงชานมไข่มุกหวาน 100 ของโปรด 10 แก้วเลย!”

“พี่นกคะ…สิบแก้วนี่จะให้หนูวิ่งรอบหมู่บ้านด้วยมั้ยคะ”

ฉันแซวกลับยิ้ม ๆ แต่ในใจคือ…จินตนาการถึงชานมหอม ๆ แล้วลืมเรื่องหมอเวย์ไปได้แวบหนึ่ง

…แวบเดียวจริง ๆ

เพราะไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฉันก็กำลังขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่ง พาหมอเวย์ซ้อนท้ายตรงไปยังบ้านคุณตาหมาน

และใช่...หมอเวย์นั่งซ้อนท้าย ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจนุ่ม ๆ ที่แตะต้นคอแผ่ว ๆ

บ้าเอ๊ย…

ใครจะไปมีสมาธิขับรถกัน!

บ้านตาหมานอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเท่าไหร่…

จริง ๆ ถ้าขับดี ๆ ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้วด้วยซ้ำ

แต่ไม่รู้ทำไม…

วันนี้มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังขับรถไปเชียงใหม่

สายลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าผาก ราวกับจะช่วยเตือนให้มีสมาธิกับทางข้างหน้า

แต่ฉันไม่มีสมาธิเลย…ไม่เลยสักนิดเพราะคนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่

“ขับดี ๆ มีสมาธิหน่อย”

เสียงทุ้มจากด้านหลังดังขึ้นข้างใบหู ฉันเผลอกลั้นหายใจนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบรับในลำคอ

“อือ…”

ให้ตายเถอะ…

แค่พาหมอไปบ้านตาหมานเฉย ๆ แต่ไอ้ความรู้สึกว่ากำลัง ‘ขับไปเดทแรก’ มันคืออะไร?

มือที่จับแฮนด์เริ่มเหงื่อซึม หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆโดยเฉพาะตอนที่ลมหายใจจากคนข้างหลังมันแตะต้นคอแบบจัง ๆ ไม่รู้ว่าเขานั่งใกล้ หรือฉันคิดไปเอง

แต่แน่ ๆ คือ…

“ว้าย!!”ร้องเสียงหลง หมาวิ่งตัดหน้ารถแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย! ฉันเบรกกะทันหันแบบหัวใจแทบกระเด็นออกมา

และในเสี้ยววินาทีนั้น…

แขนแข็งแรงที่โอบรัดแน่นขึ้นอีกนิดจนฉันขยับตัวไม่ได้ …ลมหายใจเขารินรดตรงข้างแก้ม

“บอกให้ขับดี ๆ”

เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู พร้อมกับแขนที่ยังไม่ได้คลายออก

ฉันนั่งนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนด้านหลังจะได้ยิน ไม่ใช่เพราะตกใจ…แต่เพราะโดนกอดต่างหาก

นอกจากพ่อใหญ่เพลินกับพี่แพท ก็ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ถึงเนื้อถึงตัวแบบตอนนี้…

“หมอ…”

เรียกชื่อเขาเบา ๆ

“ครับ”

เขาตอบ แต่ไม่ได้ถอยห่าง ฉันหันกลับไปมองเล็กน้อย สายตาใต้กรอบแว่นมองมา…ไม่หลบเลยสักนิด

“ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้”

ฉันว่าเสียงเรียบ แม้หน้าเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

แต่เขากลับพูดเสียงนิ่ง “ยังตกใจอยู่…”

ฮะ! แทบจะดับเครื่องแล้วเดินหนีพฤติกรรมของหมอคนนี้

โอ๊ยหมอ! แบบนี้ไม่เรียกเจ้าชู้แล้วจะเรียกว่าอะไร! ไอ้คนฉวยโอกาส!

“หมอเวย์!”

“ครับ?”

“…อย่าทำแบบนี้อีก”

“แบบไหน?”

แววตาฉายชัดว่าเขายิ้มใต้หน้ากาก…

ฉันหันกลับไปมองเขาแบบเอาเรื่อง ทั้งหงุดหงิด ทั้งเขิน ทั้งอยากเอาศอกกระแทกหมอแรง ๆ แต่พอเห็นดวงตาใต้แว่นนั่น…ฉันก็ทำไม่ลงไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“หมอเวย์… ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้!”

“หืม?” เขาขานรับเสียงต่ำ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด “แน่ใจเหรอว่าจะให้ปล่อย…ตัวสั่นขนาดนี้”

“ไม่ได้สั่น...” เถียง แต่เสียงกลับเบาลงแทบพูดไม่ออก เออยอมรับก็ได้ว่าสั่นจริงแต่แล้วไงละ!

มือหมอยังวางอยู่ตรงเอวพอหลวม

“หมอ…” ฉันเอ่ยอีกครั้ง กลั้นใจขยับจะถอย

“อยู่นิ่ง ๆ” เสียงเขาต่ำลงกว่าเดิม คล้ายคำสั่งมากกว่าเตือน “หรือที่ดิ้นอยากให้ทำมากกว่ากอด”

ฉันหน้าเหวอ…หมอที่ไหนเขาพูดอะไรแบบนี้กัน!

“หึ...”เสียงหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนเขาจะยอมปล่อยมือออกจากเอว

พอเริ่มขี่ต่อ เขาก็ยังไม่วายพูดทิ้งท้าย

“ขับดี ๆ …ถ้าเบรกอีก…อาจไม่ใช่แค่กอดก็ได้”

ไอ้หมอเวย์!

ฉันแทบจะเบรกรถอีกทีแล้วหันไปเตะเขา แต่เอาเถอะ…อีกไม่ถึงห้านาทีก็ถึงบ้านตาหมาน แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว สาบานพายจะไม่เข้าใกล้หมออีก! ไอ้หมอเจ้าชู้ไอ้คนฉีกอ...

ใจเย็นไว้พาย…ใจเย็นไว้!

ในที่สุดก็มาถึงบ้านตาหมานสักที

ให้ตายเถอะ...ลมหายใจอุ่น ๆ ที่ยังรินรดตรงต้นคอไม่ทันจาง ฉันก็รีบจอดรถแล้วดับเครื่องแทบไม่ทัน หัวใจเต้นแรงเหมือนจะกระเด็นออกจากอกอยู่แล้ว

แต่คนซ้อนท้ายกลับ…

ยังนั่งนิ่ง ไม่ยอมลง

เหมือนตั้งใจจะทำให้ประสาทเสียเล่น ๆ

“หมอ ลงค่ะ ถึงแล้ว”

ฉันหันไปบอก แต่พอเจอสายตาใต้กรอบแว่นที่มองมาเงียบ ๆ ตรง ๆ... ฉันก็เผลอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

เขาไม่พูด ไม่ตอบ

มีแค่แววตาที่เย็นเฉียบ...แต่แม่งโคตรมีอะไร

อยู่ดี ๆ เขาก็ขยับตัว

ก้าวลงจากเบาะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“กวนประสาท...” ฉันบ่นในใจ ก่อนจะรีบเดินตามเขาไปหาคุณตาหมาน

“ตาหมาน สวัสดีค่ะ”

สองมือยกขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมทันทีที่เจอคุณตานั่งอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน

ดูจากสีหน้าแล้ว…ยังเจ็บอยู่ไม่น้อย

“อ้าวหนูพาย ไหว้พระลูก”

คุณตาทักพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะคุณตาหมานคือบุคคลสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังไก่ชนตัวละล้าน หรือ ‘ไอ้โต้ง’ ลูกชายสุดที่รักของพ่อใหญ่เพลิน ตาเลยรู้จักฉันเป็นอย่างดี

“เอ่อ…แล้วนี่ไผล่ะลูก”(แล้วนี่ใครละลูก)

คุณตาเลิกคิ้วถาม

ฉันยังไม่ทันจะตอบ หมอเวย์ที่ยืนข้าง ๆ ก็ก้าวเข้ามานิดหนึ่งแล้วพูดด้วยเสียงนิ่งเรียบ

“หมอเวย์ครับ มาจากโรงพยาบาล มาช่วยดูแผลให้คุณตา”

“อ๋อ หมอบ่ลูก! คือมาผู้ขาวผู้งามแบบนี้ ปิดหน้าปิดตากะยังเบิงออกว่าเป็นตาหล่อ! พาให้คิดฮอดตาตอนหนุ่ม ๆ เลยเด้”( อ๋อ หมอเหรอลูก! ทำไมขาวหล่อแบบนี้ ถึงจะปิดหน้าไว้ก็ยังดูออกว่าหล่อ! เห็นแล้วนึกถึงตาตอนหนุ่ม ๆ เลยนะ”)

คุณตาหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะเสริมแบบไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัว

“เป็นแฟนกับหนูพายบ่ลูก สมกันคักแท้ ๆ” (เป็นแฟนกับหนูพายเหรอลูก เหมาะสมกันมาก)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป