บทที่ 7 อยากกอดก็ไม่บอก
รถแล่นช้า ๆ ผ่านคันนาข้างทางที่แห้งแตกระแหง หลังฤดูกาลเพาะปลูกหมดลง ลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าเบา ๆ จากทางไหล่เขา
ขามาแค่สิบกว่านาที
แต่ทำไมขากลับ...มันถึงรู้สึกไกลกว่าเดิม
ฉันถอนหายใจรัว ๆ ในใจ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ย้ำกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ‘ใจเย็นไว้พาย...ใจเย็นไว้ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว’
หมอเวย์...เขามันพวกผู้ชายเจ้าชู้ หน้านิ่ง แต่คำพูดกับสายตามันไม่เคยนิ่งตามไปด้วยเลยสักที
‘อันตราย’ ใช่ เขามันผู้ชายที่อันตรายสำหรับหัวใจคนอื่น
และนั่นแหละ...คือเหตุผลที่ไม่ชอบ ไม่เคยคิดจะหลงอะไรแบบนี้เลยสักนิด แต่ในจังหวะที่กำลังมองเหม่อออกไปข้างทาง…
เอี๊ยด!
“กรี๊ด!”
เสียงเบรกดังลั่น! รถหยุดกระชั้นชิดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ร่างฉันพุ่งกระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้างเต็มแรง!
สองแขนกอดรัดเอวหมอแน่น ใบหน้าแนบสนิทกับแผ่นหลัง...ชนิดที่ได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจอีกฝ่าย
เดจาวู หมาตัวเดิม วิ่งตัดหน้าตรงที่เดิมเป๊ะ ราวกับถูกวางสคริปต์ไว้ล่วงหน้า
“เป็นอะไรรึเปล่า”เสียงนิ่งของหมอเวย์ดังขึ้นจากด้านหน้า เขาหันมามองเพียงนิด
“เปล่า” ‘เปล่า’ที่แปลว่าหัวใจเต้นแรงเหมือนมีใครตีกลองอยู่ข้างหู
“แต่กอดแน่นเลยนะ”
น้ำเสียงเรียบเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์พร้อมหางตายกขึ้นเล็กน้อย แค่หันมามองก็ทำให้หายใจติดขัด
“.....ใครกอดหมอกัน!”
แทบกรี๊ดใส่หน้าหมอ! รีบผละตัวออกทันที เมื่อรู้ว่าหน้าอก ‘แนบ’ อยู่กับแผ่นหลังเขาอย่างจัง ใบหน้าเห่อร้อนรู้เลยว่าสองแก้มแดงแค่ไหนตอนนี้ แต่ก็ยังเป็นเก่งกลบเกลื่อนความเขิน “หมอนั่นแหละขับรถยังไงของหมอ! ไม่ดีเลย!”
“หึ...อยากกอดก็ไม่บอก” ไอ้...โอ๊ย! คนตรงหน้าตอนนี้เขาเป็นหมอจริง ๆ ใช่ไหม พูดจากออกมาแต่ละอย่างฟังได้ที่ไหน
“ใครเค้าอยากกอดหมอกัน ขับรถน่ะให้มันดี ๆ หน่อย!” แต่คนอย่างพายไม่ยอมหรอกเถียงกลับทันควัน
“หมาวิ่งตัดหน้า” คำตอบสั้น ๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ฉันรู้...รู้ว่าเขา ตั้งใจ
และก่อนที่จะได้พูดอะไรสวนกลับ เขาก็เอ่ยต่อ “ถ้ากลัวก็กอดไว้แน่น ๆ ไม่คิดค่ากอด”
…โอ๊ย ไอ้หมอบ้า!
แต่ก็ได้แค่กัดฟันแน่นดึงเสื้อเขาแรง ๆ แทนคำด่า เพราะถ้าอ้าปาก...อาจเผลอกรี๊ดลั่น
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจับเอวเขาไว้
ไม่ใช่เพราะอยากแตะเนื้อต้องตัวหรอก...
แต่เพราะหมอเวย์แม่ง...ขับรถเร็วมาก!
เข้าสู่เดือนเมษายนอย่างเป็นทางการ อีกไม่นานก็ถึงวันสงกรานต์
เสียงนก เสียงไก่ เสียงลม เสียงอะไรต่อมิอะไร มันรวมกันเป็นซาวด์แทร็กประจำบ้านตั้งแต่เด็กยันโต และตอนนี้... ฉันก็นอนหงายอยู่ในกระท่อมหลังบ้าน ข้างตัวมีหมอนข้างหนึ่งอัน กับหมานิสัยเสียอีกหนึ่งตัว ‘ไอ้ด่าง’
“อย่าเลียขานะด่าง แกน่ะ...ไอ้หมาบ้า”
ฉันหันไปพูดกับมันที่กำลังนอนอยู่ข้าง ๆ แบบหน้าตาไม่รู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น
มันเหลือบตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจใส่ราวกับจะบอกว่า ‘พูดมาก เดี๋ยวก็เลียอีก’ แล้วมันก็แลบลิ้นออกมาแตะขาฉันอีกรอบ แบบไม่สนใจโลก
“อีหมาบ้า!”
แต่ก็นั่นแหละ...มันก็น่ารักอยู่ดี ไอ้ด่าง โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ผู้ไม่สมกับชื่อ
หมาพันธุ์โกลเด้นฯ อายุ 3 ขวบ ตัวโต ขนสวยฟูอย่างกับผ่านซาลอนทุกวัน แต่ชื่อกลับไม่หวานเลย เพราะเดิมทีตั้งชื่อให้มันว่า “น้องมะยม” หวังให้ดูน่ารักเข้ากับหน้าตา
แต่ความจริง... มันซน! มันชอบไปเล่นโคลน! สุดท้าย...จากน้องมะยม ก็กลายเป็น “ไอ้ด่าง” ไปโดยปริยาย
ฉันยิ้มขำ ๆ พลางเหม่อมองฟ้าผ่านหลังคาหญ้าคาที่เริ่มผุพังตามกาลเวลา อากาศช่วงบ่ายแก่ ๆ แบบนี้ มันไม่ได้ร้อนจนแสบผิว แต่ก็ร้อนพอจะทำให้ต้องหรี่ตา
ลมโชยมาเบา ๆ ผ่านต้นมะม่วงหน้ากระท่อม ‘ไอ้โต้ง’ ไก่สุดที่รักของพ่อใหญ่เพลิน กำลังเดินอวดโฉมอยู่ข้าง ๆ แบบไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
“ถ้าเอาแกไปทำต้มยำ พ่อใหญ่เพลินจะร้องไห้มั้ยน้า~”
ฉันพูดเหมือนบ่นกับลม แล้วก็ดันขำออกมาเองกับมุกไร้สาระของตัวเอง
เออ...มุกมันไม่ได้ตลกหรอก แต่ก็ยังขำจะทำไม
หัวเราะอยู่คนเดียวได้สักพัก ความเงียบก็ค่อย ๆ กลับมา และเหมือนสมองที่ควรจะว่าง...
จู่ ๆ ก็เหมือนโดนเปิดเทปซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง เพราะอยู่ดี ๆ ก็เผลอ...นึกถึงชื่อใครบางคน ‘หมอเวย์’
ชื่อที่ไม่อยากนึกถึง แต่แม่งก็โผล่มาเองทุกที
ไอ้หมอคนนั้นอีกแล้ว ฉันเบะปากนิด ๆ แล้วพลิกตัวหนีไอ้ด่างที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้
หมออะไร… ทำตัวไม่เหมือนหมอเอาซะเลย ขับมอเตอร์ไซค์ก็เร็วเหมือนจะไปแข่งกับพญามัจจุราช ชอบพูดจากำกวม ชอบเว้นจังหวะให้คนอื่นคิดไม่ดี แล้วก็ชอบ...มองด้วยสายตาแบบนั้นอีก
‘สายตาเจ้าชู้’ ใช่ หมอเวย์มันพวกผู้ชายเจ้าชู้ชัด ๆ
บุคลิกก็ใช่ สายตานี่ตัวดีเลย!…แล้วดูฉันสิ ยังต้องมานอนถอนหายใจเพราะคิดเรื่องเขาอีก!
‘แน่ใจเหรอว่าจะให้ปล่อย...ตัวสั่นขนาดนี้’
‘อยากกอดก็ไม่บอก’
บ้าเอ๊ย!! จะมาเล่นซ้ำในหัวฉันทำไมอีกวะ!
