บทที่ 8 หมอเวย์

หลายวันแล้วนะ... หลายวันจริง ๆ ที่ตั้งใจหลบหน้าอย่างเป็นทางการ

แม่ไปอบรมก็แค่ขับไปส่งหน้าโรงพยาบาลในตัวเมืองที่อยู่ห่างจากบ้านสิบกิโล แล้วปล่อยให้แม่เดินเข้าไปเอง

ส่งเสร็จปุ๊บก็ขับรถออกมาเลย ไม่อยากเสี่ยงเดินผ่านหน้าตึกที่หมอเวย์ทำงานอยู่

ไม่มีการเดินเข้าไปในเขตเสี่ยง

ไม่มีการเข้าใกล้พื้นที่ ‘หมอเวย์’

ตัดขาดความสัมพันธ์ระยะ 50 เมตร!

ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยินเสียง...โอ๊ย แล้วจะคิดถึงเขาทำไมวะพาย!

นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเสื่อเก่า ๆ ในกระท่อมจนได้ด่างลุกหนี มันคงรำคาญนั่นแหละ เพราะฉันก็รำคาญตัวเองเหมือนกัน

จะว่าไป...

พี่แพทก็น่าจะถึงบ้านแล้วนะ แม่โทรไปคุยเมื่อเช้า บอกว่าเขาจะกลับวันนี้ พอได้ยินแบบนั้น ฉันเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

นึกถึงหน้าพี่แพทตอนลงจากรถ เดินล้วงกระเป๋าเข้าบ้านแบบเท่ ๆ …ก็อดตื่นเต้นไม่ได้

ผู้ชายตัวสูง ผิวขาวอมชมพูนิด ๆ กับใบหน้าคมจัดแบบมีคลาส จมูกโด่งคม คิ้วเข้มเรียงสวย แถมทรงผมยังเซตมาเป๊ะ แบบที่เห็นแล้วต้องกลืนน้ำลายเบา ๆ

ผมด้านข้างไถเฟดจนเกลี้ยง แต่ด้านบนปล่อยยาวเซตเสยขึ้น เผยหน้าผากกับเส้นผมสีดำสนิท

รวม ๆ แล้ว…หล่อจัดจนเหมือนหลุดออกมาจากมังงะญี่ปุ่น

พี่แพทไม่ใช่แค่หล่อ แต่เขาโคตรหล่อ! ไม่ได้อวยพี่ชายตัวเองนะแต่พี่ชายพายหล่อจริง ๆ

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กอด ไม่ได้โดนดุ ไม่ได้นั่งฟังพี่บ่นเรื่องแต่งตัว

คืนนี้... บ้านน่าจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง...

‘คิดถึงพี่แพทโว้ย!!’ ฉันตะโกนในใจ

ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงอีกครั้ง ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางหันไปมองไอ้โต้งใต้ต้นมะม่วง มันยังคงเดินวนงุ่นง่านอยู่ตรงนั้น ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้

คราวนี้ฉันไม่ได้อยากจับมันลงหม้อ แต่ดัน...คิดถึงสายตาของใครบางคนแทน

หมอเวย์...

โอ๊ย พาย! พอได้แล้ว! จะนึกถึงเขาอีกทำไม! ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ

เฮ้อ!

ฉันหงายหลังลงอีกครั้ง มองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีไปทีละนิด แล้วบ่นในใจอย่างเหนื่อยหน่าย

‘จะคิดถึงเขาทำไมกันพาย... เขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ’

แต่ใจเจ้ากรรมกลับเถียงกลับมาทันที

‘ถ้าไม่คิด แล้วจะกอดทำไม?’

‘ถ้าไม่คิด แล้วจะจ้องแบบนั้นทำไม?’

เงียบ ไม่มีคำตอบใด ๆ มีแค่เสียงหัวใจของตัวเอง ที่ยังเต้นแรงทุกครั้งที่...คิดถึงชื่อหมอเวย์…

นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่พักใหญ่

สุดท้ายก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาจิ้มเล่นแบบหมดอารมณ์ ไถเฟซบุ๊กไปก็เจอแต่คนรีวิวร้านชาไข่มุก ไถติ๊กต๊อกไปก็เจอแต่คนมีแฟน

จะออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ แดดจ้าเหมือนพระอาทิตย์ตั้งใจจะเผาทุกอย่างให้มอดไหม้แบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัว

“เป็นแกนี่มันก็ดีเนอะไม่ต้องคิดอะไร มีแต่พายนี่แหละ... ที่เบื่อจะตายอยู่แล้ว”

ฉันพึมพำกับไอ้ด่างที่ตอนนี้นอนหงายแผ่พุงอยู่ใต้ต้นกล้วยข้างกระท่อม

มันเหลือบตามองมานิดหนึ่ง...

อารมณ์เหมือนจะถามว่า ‘แม่นหยังพาย’(มีไรพาย) ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งแล้วกรนเบา ๆ

แบบไม่แคร์อะไรทั้งโลก

ระหว่างที่นอนหงายไถโทรศัพท์ต่อแบบเรื่อยเปื่อย มือซ้ายเกาคางตัวเอง มือขวาเลื่อนหน้าจอ ตาก็เริ่มล้า ก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ มาจากหน้าบ้าน

“แพท บักหล่าอีแม่มาละบ้อลูก มาแม่กอดให้เซาคิดฮอดแน่ โอ๊ย~” (แพท ลูกแม่กลับมาแล้วเหรอ มาให้แม่กอดหน่อย หายคิดถึงหน่อยเถอะ โอ๊ย~)

หูฉันตั้ง

แพท!

พี่แพทกลับมาแล้วเหรอ! ไม่ต้องคิดแล้วว่าร้อนหรือเปล่า ร่างฉันดีดตัวขึ้นจากเสื่อเหมือนมีสปริงติดหลัง

ไอ้ด่างสะดุ้งตื่นตามด้วยความตกใจ ก็แหงล่ะ ฉันลุกแรงเกินเบอร์ไปเยอะ แต่นาทีนี้ไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้วจ้ะ! ปัดเสื้อยืดให้เข้าทรงนิดหน่อย ถึงจะยังดูเหมือนคนเพิ่งกลิ้งมากับพื้นก็เถอะ

ฉันสปรินต์ 4x100 ข้ามสนามหญ้า กระโดดหลบกะละมังซักผ้า พอพ้นมุมรั้วหน้าบ้าน...

นั่นมัน! กรี๊ด!!

แผ่นหลังที่คุ้นเคย สูง ๆ ล่ำ ๆ ในเสื้อกล้ามตัวใหญ่ ยืนคุยกับแม่อยู่

“อ้ายแพท!!”

ฉันตะโกนออกไปสุดเสียงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยิ้มกว้างแค่ไหน พี่แพทหันกลับมา พร้อมรอยยิ้มกว้าง เหมือนเดิม...เหมือนทุกที

พี่ชายยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉันก็พุ่งตัวเข้าไปกระโดดขี่เอว

พึ่บ!

“คิดถึง!!”

ฉันกอดแน่น หอมแก้มซ้ายขวาไม่แคร์ว่าเหงื่อเปียกแค่ไหน

“โอ๊ยพาย!! เบา ๆ หน่อยดิ! ตัวหนักขึ้นรึเปล่าวะเนี่ย!”

เสียงหัวเราะของพี่แพทดังลั่น เขารับน้ำหนักฉันได้แบบชินชาเหมือนเดิม ฉันยิ้มแป้น ทำแก้มพองแบบงอน ๆ

“ไม่ได้เจอกันตั้งชาติ! เค้าคิดถึงพี่จนจะเป็นบ้าเลยนะ!”

“แค่เดือนเดียวอย่าเวอร์ไปหน่อย”

“แต่ก็นานเหมือนชาติหนึ่งอะ!”

ฉันย่นจมูกใส่ “ก็พี่หายหัว ยุ่งแต่เรื่องจะไปเมืองนอก ไม่คุยกับเค้าเลย!”

“โวะ... ดราม่าอีกแล้ว”

พี่แพทหัวเราะพอใจ ก่อนจะยกมือมาลูบหัวฉันเบา ๆ แบบที่เคยทำตลอด...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี

“ก็เค้าคิดถึงพี่นี่นา” ว่าจบ ฉันกอดพี่ชายแน่น ซบหน้าลงบนไหล่กว้างอย่างออดอ้อน

เพราะมันคิดถึงจริง ๆ คิดถึงพี่ชาย…มากจริง ๆ

ก่อนเสียงแม่ใหญ่พิมพ์ดังขึ้นจากด้านข้าง น้ำเสียงนั้นฟังแล้วน่าเหนื่อยใจสุดขีดแบบที่ฉันรู้เลยว่าแม่คงส่ายหน้าใส่อยู่แน่ ๆ

“ทำตัวเป็นเด็กไปได้...ไม่อายหมอเวย์บ้างรึไง”

ฉันชะงัก

หมอเวย์?

ฮะ...เดี๋ยว หมอเวย์มาทำอะไรที่บ้าน!

รีบกระโดดลงจากเอวพี่แพทอย่างไว หน้าที่เมื่อกี้ยังยิ้มแป้น… เปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วทันที

สายตาไล่หาว่า ‘หมอเวย์’ ที่แม่พูดถึงว่าอยู่ตรงไหน แล้ว...ก็สบตากับร่างสูงของใครบางคน เป๊ะพอดี

ฉันยืนนิ่ง เหมือนมีใครกดปุ่ม Freeze มือที่ห้อยข้างตัวชา ขาที่เคยวิ่งเร็วเหมือนติดเทอร์โบ ตอนนี้แทบยืนไม่อยู่

เขายืนอยู่ตรงนั้น แค่สองก้าวจากพี่แพท แต่ฉันรู้สึกเหมือนระยะห่างมันใกล้จนแทบหายใจไม่ทัน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป