บทที่ 6 ตอนที่ 5 ปลอกสวมนิ้ว สั่นได้

ตอนที่ 5 ปลอกสวมนิ้ว สั่นได้

หนึ่งคืนของเราไม่เท่ากัน

หนึ่งคืนที่ว่า สิงหาลากยาวมาจนครบสัปดาห์

ขอบคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ขอบคุณที่ทำให้ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยสักคืน!

คืนนี้คงจะเป็นอีกคืน..

“เมื่อไหร่นายจะกลับห้องตัวเองไปสักที”

“ผมนอนตรงนี้ก็สบายดีนะครับ หรือคุณรัณนอนไม่สบาย”

“ฉันนอนไม่หลับ ถึงหลับก็หลับไม่สนิท” อาจเพราะมีผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่าไว้ใจได้มากแค่ไหนมาอาศัยอยู่ในห้องด้วยละมั้ง เธอถึงกึ่งหลับกึ่งตื่นทุกคืน จนขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้าแบบนี้

“แลกที่นอนกันไหมครับ”

“สมองนายยังดีอยู่ไหม?”

“ผมแค่เสนอความคิดเห็น เผื่อจะทำให้คุณรัณรู้สึกผ่อนคลายขึ้น”

“ด้วยการให้ฉันลงไปนอนบนฟูกแข็ง ๆ บนพื้น แทนที่นายอะเหรอ?” จะบ้าหรือไง คิดเหรอว่าคนอย่างเธอจะยอมลากสังขารจากเตียงนุ่ม ๆ ไปนอนบนฟูกแข็ง ๆ ของเขาน่ะ เอาสมองส่วนไหนคิดไม่ทราบ?

“นอนสบายไหมครับ”

“ก็ดี” ฟูกที่ปูบนพื้นไม่ได้แข็งอย่างที่คิด แปลกใหม่ดีเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอยังไม่เคยปูที่นอนนอนแบบนี้เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

“ไว้คุณรัณหลับสนิท เดี๋ยวผมอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียง”

“ไม่ ฉันจะนอนตรงนี้ นายนั่นแหละ ไปนอนบนเตียง”

“เดี๋ยวผมนอนโซฟาดีกว่าครับ”

“ฉันบอกให้นอนบนเตียงก็นอนบนเตียงสิ”

“…”

“จะนอนดี ๆ หรือให้ฉันลากนายไปนอน?”

“นอนครับ” นอนก็นอน ลูกน้องนอนบนเตียง เจ้านายนอนบนพื้น ถ้าคุณลีนหรือใครเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพนี้ กูตกงานแน่!

“คิดยังไงถึงมารับงานนี้”

“…” คุณรันถามเขาใช่ไหม?

“ถามไม่ตอบ ปากอมอะไร”

“เงินมั้งครับ”

“ถ้าฉันให้นายมากกว่าที่พ่อฉันให้ นายจะยอมลาออกไหม”

“ทำไมถึงอยากเฉดหัวผมทิ้งขนาดนั้นล่ะครับ”

“ฉันไม่ชอบให้ใครมาตามติดชีวิตฉัน ฉันชอบอิสระ”

“ผมไม่ได้ก้าวก่ายชีวิตคุณรัณขนาดนั้น”

“ถึงขั้นมานอนเฝ้า ยังกล้าพูดว่าไม่ก้าวก่ายอีกเหรอ”

“เป็นคำสั่งของคุณโฬมครับ ผมทำตามคำสั่ง”

“อีกนานแค่ไหน?”

“หมายถึงอะไรครับ”

“พ่อให้นายมานอนเฝ้าฉันนานแค่ไหน”

“ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็วันนี้วันสุดท้ายครับ แต่ถ้าคุณรัณหนีเที่ยว..”

“นายนอนเฝ้าขนาดนี้ฉันจะหนียังไง”

“ยอมรับแล้วใช่ไหมครับว่าคิดจะหนี”

“นี่! อย่ามาจับผิดฉันนะ บอกว่าไม่ก็คือไม่ไง” พูดขนาดนี้ยังมองไม่ละสายตา ต้องการอะไรกันแน่ แค่มาเฝ้าหรือตั้งใจมาจับผิดไปรายงานคุณโฬมฮะ? “ตกลงนายเป็นคนของใคร ฉันหรือพ่อ”

“ผมเป็นคนของคุณรัณครับ”

“เป็นคนของฉัน แต่ขัดใจฉันทุกเรื่อง!”

“…” คุณรัณประชด?

“ไปปิดไฟสิ ห้าทุ่มแล้วไม่นอนหรือไง”

“ครับ” ตอบรับทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อหลายวันก่อนคุณรัณนอนบ่นทั้งคืน เธอบอกว่าห้าทุ่มไม่ใช่เวลานอนของเธอ แล้วเธอนอนเวลาไหน?

ตีสามเหรอ?

จะขยันนอนเล่นไอแพดอะไรขนาดนั้น นอนบ้างเถอะแม่คุณ!

“ฉันลืมหยิบไอแพด อยู่ใต้หมอน ส่งมาให้หน่อย”

“วางเครื่องมือสื่อสารไว้ใต้หมอนมันรบกวนคลื่นสมองนะครับ”

“เรื่องของฉัน”

“มันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณรัณนอนไม่หลับ”

“ปกติห้าทุ่มฉันก็ไม่นอนอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเด็กอนามัยเหมือนนาย”

“เด็กอนามัย?”

“กินนมก่อนนอนหรือยัง เดี๋ยวไม่โตนะ ไปกินซะสิ”

“ผมบรรลุนิติภาวะแล้ว”

“แต่ก็อายุน้อยกว่าฉันอยู่ดี หรือจะเถียง?”

“ไม่เถียงครับ”

“นอนซะเด็กน้อย พี่จะทำงาน”

“ทำงานตอนนี้เหรอครับ?”

“ฉันเพิ่งพูดไปเมื่อกี้” อายุแค่นี้ หูตึงแล้วหรือไง

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

“ช่วยหุบปากแล้วนอนซะ รบกวนสมาธิ” ปกติเวลานี้ดารัณมักจะรีบเคลียร์งาน จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วตั้งเวลาตอบกลับ เพื่อที่ตอนเช้าจะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาทำงาน

เธอไม่ชอบการตื่นเช้า ขนาดเรียนยังเลือกเรียนภาคค่ำ นับประสาอะไรกับเรื่องงาน

ใครขยัน ทำไปก่อนเลย ดารัณไม่รีบ

ร่างเล็กนั่งทำงานลากยาวตั้งแต่ช่วงห้าทุ่มจนเกือบจะตีสอง ป่านนี้คนบนเตียงคงนอนหลับน้ำลายไหลไปแล้ว ดารัณเลยสบโอกาสนี้รีบไปล้างหน้าล้างตา อย่างน้อยคงได้ออกไปสูดอากาศด้านนอกสักชั่วโมง สองชั่วโมงก็ยังดี สมองคงปลอดโปร่ง สดชื่นขึ้นเยอะ

ทว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด..

“ทำงานเสร็จแล้วก็ควรนอนพักนะครับ”

“ฉันอยากออกไปสูดอากาศด้านนอก”

“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”

ระหว่างที่เดินผ่านความมืด ดารัณจับชายเสื้อร่างสูงเอาไว้แน่น จนเขาเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้ กระทั่งเดินผ่านประตูบ้านที่พอมีแสงสว่างบ้างแล้ว

“ปล่อยได้แล้ว” ดารัณบิดข้อมือให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวจะได้รีบผละมือออก แต่เขากลับกระชับจับข้อมือเธอไว้แน่น อีกทั้งยังกึ่งดึงกึ่งลากเธอเดินไปที่ประตูรั้ว

“ตอนนี้คงทำได้แค่มองด้านนอก มองไปก่อนนะครับ เช้าแล้วค่อยว่ากัน”

“อะไร?” สิงหาหมายถึงอะไร

“ก็คุณรัณอยากออกมาสูดอากาศด้านนอกไม่ใช่เหรอ นี่ไงครับ ด้านนอก” ชี้นิ้วออกไปนอกรั้วบ้าน

“…”

“แค่นี้ก็เรียกว่าสูดอากาศด้านนอกแล้ว”

“ทำแบบนี้บ้านฉันเรียกกวนตีน” ถ้าไม่รู้ก็รู้ไว้เลย หรือต้องให้ใช้คำพูดที่แรงกว่านี้

“แล้วรู้สึกดีขึ้นไหมครับ?”

“ประชดปะ?” โดนกวนตีนไม่เว้นแต่ละวัน เที่ยวก็ไม่ได้เที่ยว แสงสีก็ไม่ได้เจอ อุดอู้เป็นบ้า ยังมีหน้ามาถาม รู้สึกดีขึ้นไหม ไอ้บ้าเอ๊ย!

เวรกรรมอะไรของเธอทำไมถึงต้องมาเจอคนแบบนี้

“อดทนนะครับ อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นอิสระแล้ว”

“สาธุ!” ขอให้จริงเถอะ

“วันหลังเก็บของเล่นดี ๆ อย่าวางไว้ใต้หมอนอีก เพราะรอบหน้าผมจะไม่ใจดีเก็บให้แล้วนะครับ”

“พูดอะไรของนาย”

“ปลอกสวมนิ้ว สีชมพูอ่อน ใต้หมอน”

“!!!”

“ต้องให้ผมบอกอีกไหมว่ามันสั่นได้ด้ว..” ไม่ทันพูดคำว่า ด้วย ริมฝีปากเขาก็ถูกมือเล็กตะครุบปิดปากจนต้องกลืนคำพูดลงคอ

“หุบปากเดี๋ยวนี้!” เธอเอ็ดเขาไม่เต็มเสียง สีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาคว้ามือเธอที่ปิดปากเขาอยู่ออก จากนั้นค่อย ๆ โน้มใบหน้ามากระซิบข้างหู

“ของเล่นของคุณรัณเล็กกว่านิ้วผมอีกนะครับ”

“!!!” กรี๊ด! เธออยากจับเขามาเขย่าแล้วกรี๊ดอัดหน้าจริง ๆ ไอ้คนบ้า ไอ้เด็กเวร ชักจะรู้เยอะเกินไปแล้ว!

แล้วไอ้ที่บอกว่าเล็กกว่านิ้วเขาคืออะไร ลองใส่แล้วเหรอ กรี๊ด!! ไอ้เด็กบ้า!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป