บทที่ 10 10
แสนรักมองโทรศัพท์เครื่องดึกดำบรรพ์ที่เพื่อนงัดออกมาด้วยความซาบซึ้ง รอยยิ้มที่หาได้ยากในช่วงหลังปรากฏขึ้นบนใบหน้ารูปไข่
“ขอบคุณมากนะแก”
เบอร์โทรของชานนท์นั้นเธอจำได้ขึ้นใจโดยที่ไม่ต้องเปิดดู ปลายนิ้วเรียวแตะตัวเลขจนครบสิบหลักแล้วกดโทรออกทันที รอสายด้วยความคาดหวัง และดูเหมือนชานนท์จะยอมกดรับสายจริงๆ
“สวัสดีครับ”
“…” แค่ได้ยินเสียงหัวใจของแสนรักก็ดันปวดร้าว ลำคอตีบตันขึ้นมาชั่วขณะจนเปล่งเสียงออกไปได้ยาก
“ถ้าไม่พูดจะวาง...”
“แป้งเอง” แสนรักรีบพูดก่อนที่เขาจะตัดสายไปจริงๆ ดูเหมือนว่าพอชานนท์ได้ยินเสียงกันเขาก็เงียบไปทันที เพราะงั้นเธอเลยบอกความต้องการของตัวเอง
“คุณหมื่นมาคุยกับแป้งอีกสักครั้งเถอะนะ”
เขาเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนที่จะมีเสียงถอนหายใจกลับมาเป็นอย่างแรก ตามด้วยประโยคที่คล้ายดูจะเหนื่อยใจใส่กัน
“คุยกันไปหมดแล้วไงแป้ง”
“แป้งจะรออยู่ข้างล่าง” แสนรักยืนกราน “คุณหมื่นคุยอยู่คนเดียว แป้งยังไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณด้วยซ้ำ”
“ข้างล่างไหน” เจ้าของเสียงเข้มถึงกับชะงักปลายเท้าหลังจากที่ประตูลิฟต์เปิดออก หัวคิ้วมุ่นเข้าหากันเมื่อเห็นคนคุ้นเคยจากที่ไกลๆ
ฉิบหายแล้ว!
ตอนแรกก็คิดว่าเจ้าตัวแค่พูดเล่นๆ แต่อยู่ข้างล่างคอนโดฯ เขาจริงๆ ด้วย
“ไม่คุย อยากรอก็รอไป” ชานนท์ออกจากลิฟต์มายืนหลบมุม เขามีธุระต้องออกไปทำแล้วทางไปลานจอดรถมันต้องเดินผ่านส่วนกลางด้วยนี่สิ “ยิ่งแป้งทำแบบนี้ผมยิ่งอึดอัด ไม่เข้าใจคำว่าห่างกันสักพักหรือไง รีบกลับบ้านไปเลย”
ชานนท์ตัดสายไปแล้วปราศจากเยื่อใย มีเพียงความรำคาญที่เขามีให้กัน กระบอกตาร้อนผ่าวช่องอกบีบรัดจนร้าวราน
ถึงกระนั้นแสนรักก็ยังฝืนปักหลักที่เดิมหวังเพียงแค่เขาจะนึกถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเราบ้าง
แสนรักมั่นใจว่าเรื่องราวของเราสองคนที่เกิดขึ้นมันคือความรัก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เธอพยายามประคับประคองมานั้นจะจบลงง่ายๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่วันเชียวเหรอ
“เอาไงต่อ” จิรชญาเห็นอาการเพื่อนแล้วก็พอจะเดาได้
“กลับแหละ” คนเสียใจตอบเสียงสั่น “แต่ขอนั่งจูนสติสักพัก ตอนนี้มันตื้อไปหมดเลยว่ะแก”
การโดนบอกเลิกแบบไม่ทันได้ตั้งตัวถือเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับแสนรัก ถึงปากเขาจะบอกว่าให้เราห่างกันสักพักแต่มันก็ไม่ต่างอะไรจากประโยคบอกเลิกสักนิด
ใครจะไปคิดว่าคนที่เคยนอนกอดเราเกือบทุกวัน จู่ๆ วันหนึ่งจะบอกว่าความรู้สึกที่มีต่อกันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ต่อให้ระยะหลังมีสัญญาณเตือนอยู่บ้างก็เถอะ แต่แสนรักก็ไม่คิดว่ามันจะเดินมาถึงในจุดที่ต้องแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต บอกตามตรงว่าเธอยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อไป
แพลนในอนาคตของตัวเองที่วางไว้นั้นมันมีภาพของชานนท์ร่วมอยู่ด้วยทุกอย่าง พอรู้ว่าวันข้างหน้าจะไม่มีผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิตแล้วมันก็เลยเป๋จนเสียหลัก
“นังแป้ง” แรงเขย่าจากเพื่อนทำเอาแสนรักหลุดจากห้วงที่กำลังจมอยู่กับความเจ็บปวด “คนนั้นใช่อีพี่หมื่นผัวแกหรือเปล่าวะ”
หญิงสาวหันขวับรวมถึงเด้งตัวขึ้นไปยังจุดหมายนั้นทันที
“คุณหมื่น!”
เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งตกใจเหมือนคนที่กำลังหนีอะไรสักอย่าง ใช่แล้วก็หนีเธอยังไงล่ะ พอหันหน้ามาจนเผลอสบตากันเจ้าตัวทำหน้าไม่ต่างอะไรจากเห็นผี
แสนรักเห็นริมฝีปากหนาที่เคยแนบชิดกันสบถอย่างหัวเสีย ก่อนที่เขาจะรีบเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่ง หญิงสาวรีบสาวเท้าอ้อมไปอีกด้านเพราะรู้ว่าชานนท์กำลังจะตรงไปที่ลานจอดรถ
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน มาถึงก็เห็นไฟท้ายรถสัญชาติยุโรปผ่านไปต่อหน้าต่อตา เท้าเรียวออกแรงวิ่งตามปากก็ตะโกนร้องเรียก ความอายรวมถึงมารยาททางสังคมเลือนหายในเวลานี้ คิดเพียงว่าทำยังไงก็ได้ให้เขายอมหยุดรถแล้วลงมาเพื่อพูดคุยกันอีกสักครั้ง
อาจเป็นเพราะระยะทางหรือไม่ก็เป็นเพราะเธอทุ่มเรี่ยวแรงมากจนเกินไป ถึงได้รู้สึกเหนื่อยจนหายใจไม่ทัน เสียงร้องเรียกแผ่วลงกลายเป็นเสียงสะอื้น ภาพที่เคยฉายชัดกลับพร่าเบลอเพราะม่านน้ำตาบดบัง
“นังแป้ง!” จิรชญาหวีดร้องเมื่อเห็นเพื่อนสะดุดกลิ้งสามตลบที่พื้น ส่วนไอ้ผัวใจดำของเพื่อนก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถหนีไปไกลแล้ว ไม่น่าจะรู้ด้วยซ้ำว่าเมียตัวเองล้มคะมำลงไปกองกับพื้นแบบนั้น
“แกลุกไหวหรือเปล่า”
“ไหว” แสนรักตอบเสียงสะอื้นพลางใช้หลังมือปาดน้ำตา ในขณะที่แววตาของจิรชญาเบิกกว้างคล้ายตกใจอะไรบางอย่าง
“โอ๊ย! แกคิ้วแตกเลือดเต็มไปหมดเลย”
สุดท้ายโดนเย็บไปห้าเข็ม
เดิมทีแล้วแสนรักหวาดกลัวเรื่องพวกนี้ยิ่งกว่าอะไร แต่เพราะอะไรหลายๆ อย่างที่เจอในช่วงนี้มันหนักหนาและสาหัสเกินไป เลยทำให้การโดนเย็บแผลไม่ได้น่ากลัวเท่าที่เคยจินตนาการเอาไว้
แสนรักผ่อนลมหายใจออกหลังจากนั่งเหม่อจมอยู่กับความคิดตัวเองมาเกือบชั่วโมง ตอนนี้เธออยู่คอนโดฯ มุกดา เพราะจิรชญายื่นคำขาดไม่ยอมให้เธอกลับไปอยู่บ้านคนเดียวเด็ดขาด
แสนรักเกรงใจที่ช่วงนี้สร้างปัญหาให้เพื่อน แต่มันสองคนไม่มีใครว่าอะไรสักคำแถมยังคอยผลัดกันมาอยู่เป็นเพื่อน
ปลายเท้าเรียวเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่เต็มตัว ภาพที่สะท้อนกลับมาทำเอาแสนรักไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตรงหน้าคือตัวเอง
ใบหน้าอิดโรยไร้สีซับเลือด ตาก็ปูดเหมือนลูกมะนาว ริมฝีปากแห้งไร้การบำรุงจากลิปบาล์มดีๆ อย่างที่เคยทำเป็นประจำ ผมเผ้าฟูยุ่งเหยิงเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะหวีสางหรือไดร์ให้มันเป็นทรง
พิษรักมันอันตรายอย่างนี้นี่เอง
