บทที่ 12 12

แสนรักเลือกกลับมานอนที่บ้านหลังจากจบจากมื้อชาบูที่แสนจะอิ่มแปล้ แม้เพื่อนจะค้านบอกให้นอนค้างที่คอนโดฯ พวกมันแต่เธอก็ยังยืนยันว่าอยากกลับมานอนที่บ้านมากกว่า

หลายวันที่ผ่านมานี้เธอรบกวนพวกมันมามากเกินพอแล้ว ถึงจะอยู่ในช่วงโศกเศร้าแต่ถึงยังไงแต่ละคนก็ยังต้องดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไป

“แน่ใจนะว่าจะไม่ให้ฉันค้างเป็นเพื่อน” จิรชญารับหน้าที่มาส่งถึงประตูบ้านยังไม่วางใจเท่าไรเลยถามอีกรอบ

“เออออ ไม่ต้อง ฉันอยู่ได้” คนตอบลากเสียงยาวแถมยังส่งยิ้มกว้างกลับไป “จะช้าจะเร็วยังไงก็ต้องกลับมาอยู่คนเดียวอยู่ดี อีกอย่างตอนนี้ก็โอเคขึ้นแล้วด้วย”

“แกไม่ได้คิดจะจากโลกนี้ไปใช่ปะ”

“จะบ้าเหรอ!”

“เอ้า! ใครจะไปรู้ เมื่อวานยังร้องไห้วิ่งตามรถผัวอยู่เลย วันนี้มาบอกว่าพอทำใจได้บ้างแล้ว ฉันก็ระแวงสิยะ”

“ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก” แสนรักเข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูดมาแล้วก็รับรู้ถึงความเป็นห่วงของมันด้วย

“ยังเหลืออะไรอีกหลายอย่างที่ฉันอยากทำด้วย”

“ได้ยินงี้ก็โอเค” กะเทยสาวผ่อนลมหายใจ “แต่ถ้ามีไรแกรีบโทรหาฉันเลยนะ”

“จ้า กลับไปได้แล้วเนอะ ถึงบ้านแล้วไลน์บอกด้วย”

ย่ำเท้ากลับเข้าบ้านมา สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือความเงียบเหงา

แต่ถ้าให้พูดตามตรงละก็มันน่าจะเป็นความเหงาจากใจเธอมากกว่า เพราะที่ผ่านมาระยะหลังนับว่าน้อยครั้งมากที่กลับมาแล้วจะเจอว่าชานนท์กลับถึงบ้านก่อนแล้ว

แสนรักสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ขับไล่ความร้อนชื้นที่เกาะรอบดวงตาออกไป

ถึงยังไงก็ต้องเรียนรู้กับการอยู่คนเดียวให้ได้ในเร็ววัน ท่องไว้ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เสียใจได้แต่อย่าจมอยู่กับมันนานจนเกินไป

อาบน้ำอาบท่าเสร็จหยุดยืนอยู่ปลายเตียงสักพักใหญ่ๆ ก่อนตัดสินใจหอบทั้งหมอนทั้งผ้าห่มลงมายังชั้นล่างโยนกองไว้บนโซฟา

ให้นอนห้องนั้นทั้งที่มีแต่ภาพระหว่างตัวเองกับชานนท์ เธอคงได้หลับไปพร้อมกับน้ำตาอีกเช่นเคย เพราะงั้นช่วงนี้อาจจะต้องใช้โซฟาตัวโปรดเป็นที่พึ่งสักพัก

เดิมทีชั้นบนมีห้องนอนถึงสามห้อง แต่ชานนท์สั่งให้ทุบห้องนอนเล็กที่ติดกับห้องนอนใหญ่รวมเป็นห้องเดียวไปเลย เพราะงั้นห้องนอนอีกห้องที่เหลือเลยกลายเป็นห้องเก็บของไปโดยปริยาย

ตอนแรกแสนรักมีความคิดอยากย้ายออกไปอยู่ที่อื่นสักพัก แต่หลังจากนั่งทบทวนรวมถึงปรึกษาเพื่อนแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าอยู่บ้านหลังนี้เหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้ว

‘ฉันเข้าใจนะว่าแกไม่อยากอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ แต่ปากท้องก็สำคัญค่ะสาว เศรษฐกิจแบบนี้อะไรที่มันเซฟได้ก็เซฟเถอะ’

‘เออไหนๆ พี่หมื่นมันก็เอ่ยปากบอกเองว่าจะยกบ้านหลังนั้นให้แกแล้ว แกก็ทดลองอยู่คนเดียวไปสักระยะก่อน ถ้ามันไม่มีความสุขจริงๆ ค่อยประกาศขาย ระหว่างนี้ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็มานอนห้องพวกฉันก่อน’

แสนรักรู้...คนอย่างชานนท์พูดคำไหนเป็นคำนั้น อีกไม่กี่วันเขาคงจัดการเรื่องโอนบ้านให้เสร็จสรรพ

ยังไม่ทันไรก็วกกลับมานึกถึงเขาอีกแล้ว และทุกครั้งที่นึกถึงหัวใจก็ยังคงส่งสัญญาณถึงความเจ็บปวด แสนรักได้แต่ยกมือลูบอกปลอบใจตัวเองในวันที่ต้องผ่านไปอีกคืน

พยายามสลัดมันออกจากหัวแต่ก็ทำได้ยาก สุดท้ายเลยเปิดโน้ตบุ๊กเช็กเมลรวมถึงตารางงาน หลายวันที่ผ่านมาเธอทำงานแบบที่สติและสมองไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไร

ส่วนในตอนนี้นั้น...สติกลับมาพร้อมกับงานที่คั่งค้างรอการตอบรับจากเธอเต็มไปหมด รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกระทบกับงานขนาดนี้

เอาวะ! ไม่มีเวลาให้เสียใจแล้ว สิ่งที่ควรทำคือตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อชีวิตของตัวเองในวันข้างหน้า

สู้โว้ย! นังแป้ง!

ชีวิตของชานนท์เบิกบานแจ่มใสหลังจากที่ตัดสินใจที่จะเว้นระยะห่างกับแสนรัก ไม่ต้องคอยหาข้ออ้างที่จะไม่กลับบ้าน ไม่ต้องทนฟังเสียงจู้จี้จุกจิก อยากไปไหนก็ไปไม่ต้องมาขออนุญาตใคร

ตอนแรกแสนรักยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว แต่คนมันอยากจะไปเอาอะไรมารั้งก็ไม่อยู่ ชานนท์เป็นเช่นนั้นแหละไม่ปฏิเสธสักข้อ

ถึงจะพูดอย่างชัดเจนแล้วแต่คนดื้อรั้นอย่างแสนรักก็ยังวนเวียนมาหาเขาที่คอนโดฯ ไม่ได้มาตัวเปล่าแต่ทำกับข้าวใส่กล่องล็อกมาให้อย่างดี เอามาฝากทุกเช้าไว้ที่นิติคอนโดฯ

ถ้าถามว่าแดกไหม ตอบได้เต็มปากว่าไม่เหลือ อยู่กับแสนรักมาสามปีกว่ากินกับข้าวที่เธอทำทุกวันจนชินรสมือไปแล้ว

ว่าแต่วันนี้ก็ไม่มาเหรอวะ?

ปกติจะมีสายคอยรายงานข่าวตลอดแต่ไลน์เงียบมาหลายวันแล้ว หรือว่ามีคนขโมยกับข้าวกูไปกินแล้ว แต่พอลองไปถามก็ได้คำตอบว่าแสนรักไม่ได้มาจริงๆ

ก็น่าจะตั้งแต่วันที่เจอเขาแล้วแสนรักตั้งท่าวิ่งตามไปที่รถนั่นแหละ

วันนั้นชานนท์มีธุระด่วนที่ต้องออกไปข้างนอกพอดี แต่ดันมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาซึ่งตอนนั้นลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างแล้วเลยได้แต่เอ่ยปากให้แสนรักกลับไป ใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวยังดันทุรังรออยู่อย่างที่พูด จะกลับขึ้นห้องก็ไม่ได้เพราะใกล้ถึงเวลานัดกับลูกค้า สุดท้ายต้องแอบย่องแต่ก็เสือกโดนจับได้เสียก่อน

คิดว่าคงเสียใจพอสมควรแหละ ไม่งั้นคงโผล่หิ้วกับข้าวมาให้เขาเหมือนเดิมแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป