บทที่ 13 13

เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเห็นแสนรักอยู่ในสตอรีของเพื่อนที่ชื่อมุกดาซึ่งเจ้าตัวก็แชร์ลงสตอรีของตัวเอง คล้ายว่ากำลังนั่งกินอะไรกันสักอย่าง ดูจากชุดที่แต่งแบบสบายๆ แล้วน่าจะกินกันที่ห้องของใครสักคน

ชานนท์ไม่ได้อยากเสือกชีวิตของคนที่ทดลองห่างกัน แค่นิ้วมันเผลอไปโดนใครๆ ก็ต้องเคยเผลอเหมือนเขาบ้างแหละ ไม่ได้ตั้งใจจะส่องนานแต่ตาดันเห็นถึงความผิดปกติ

หางคิ้วของแสนรักมีผ้าสีขาวๆ แปะอยู่เหมือนว่าเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าไปซุ่มซ่ามอะไรถึงได้ทำให้ตัวเองเจ็บตัวขนาดนั้น หรือบางทีมันอาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจจากเขาทางอ้อม

คิดได้ดังนั้นชานนท์รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกที เปิดเข้าดูกล่องข้อความรวมถึงแชตไลน์​ล่าสุด แต่เหมือนครั้งสุดท้ายที่เจ้าตัวส่งมามันก็ตั้งแต่วันนั้นที่เขาขับรถหนี

“หรือว่าเจ็บตัวจริงๆ วะ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ปกติถ้าเธอเจ็บนิดเจ็บหน่อยก็ร้องอ้อนให้เขาเป่าเพี้ยงๆ แล้ว

ความคิดที่ตีกันอยู่ในหัวหยุดลงเมื่อเสียงเดินดังเข้าโสตประสาท แม่บังเกิดเกล้าของไอ้หมื่นกำลังเดินตรงมาหาพร้อมกับหรี่ตามองราวกับจับผิด

“ตายอดตายอยากมาจากไหน ร้อยวันพันปีจะโผล่มาหาแม่ที่บ้าน”

“ช่วงนี้กับข้าวไม่ค่อยถูกปากหมื่นเท่าไรครับแม่” เพราะเหตุผลข้างต้นเขาก็เลยต้องกลับมาซบอกกับข้าวที่บ้านแบบนี้

จินดานั่งมองลูกชายตัวเองที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่โทรศัพท์ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ท่าทางจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพ่นมลพิษทางใจให้กับคนมองอย่างไร

กลับบ้านมาทั้งทีแต่มานั่งทำเหมือนแบกเอาความทุกข์มาโยนทิ้งที่นี่เสียอย่างนั้น จะบอกว่ามีปัญหาเรื่องงานแต่จากที่คุยกับสามีก็เหมือนธุรกิจลูกยังไปได้สวย

ถ้างั้นก็น่าจะมีอยู่ไม่กี่เรื่อง

“แล้วเมื่อไหร่หมื่นจะพาแฟนมาเจอแม่สักที”

จินดาถามไถ่ถึงแฟนสาวของชานนท์ที่จนถึงป่านนี้ลูกก็เอาแต่ผลัดไปเรื่อย เธอเพิ่งจะกลับมาอยู่ไทยไม่ถึงปีกว่าจะจัดการชีวิตเสร็จก็กินเวลาหลายเดือน

พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางก็เลยบอกให้ลูกชายพาคนรักมาทำความรู้จักบ้าง แต่จนป่านนี้แล้วเจ้าหมื่นก็ยังอิดออดไม่ยอมพามาสักที!

ชานนท์ชะงักไปชั่วขณะหลังสิ้นคำถามของมารดา

“ตอนนี้หมื่นกับน้องเขา เริ่มห่างๆ กันแล้วครับ” ตอบแม่ไปก็ลอบมองอาการของท่าน ชานนท์รู้ดีว่าแม่อยากให้เขาแต่งงานสร้างครอบครัวมากแค่ไหน เพราะงั้นพอบอกความจริงออกไปท่านก็เลยดูตกใจไม่น้อย

“ทำไมล่ะ ทะเลาะกันเหรอลูก” เห็นคบกันมาตั้งหลายปี คิดว่าคนนี้จะจริงจังเสียอีก “ลองปรับความเข้าใจกันก่อนดีไหม อย่างพ่อกับแม่ก็เคยกระทบกระทั่งกันบ่อย”

“ช่วงนี้หมื่นอยากอยู่คนเดียวครับแม่ สบายใจดี”

“แม่ไม่เข้าใจ มีแฟนแล้วแต่อยากอยู่คนเดียวน่ะเหรอ แล้วใครเป็นฝ่ายขอห่าง”

จินดาคาดคั้นพอเห็นท่าทีลูกก็พอจะได้คำตอบ “หมื่นเป็นคนบอกน้องเขาเหรอ แล้วแบบนี้น้องไม่เสียใจแย่หรือไง”

“ก็…คุยกันเข้าใจแล้วครับ”

ชานนท์ควานหาน้ำดื่มแทบไม่ทัน สมองประมวลผลได้ทันทีว่าเขาควรออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

“หมื่นจำได้ว่ามีนัดกับพวกไอ้ซุง ไปก่อนนะครับแม่”

“อะไรกัน เพิ่งจะมา” จินดายังไม่ทันดึงเจ้าตัวดีให้คุยกันให้เข้าใจ ชานนท์ลุกมาหอมแก้มกันแล้วก็รีบพาตัวเองออกไปภายในไม่กี่วินาที

“แล้วแม่จะได้อุ้มหลานเมื่อไหร่เนี่ย”

ความหวังของหญิงที่อยากจะเป็นคุณย่าเหมือนจะไกลห่างออกไปทุกที เห็นบรรดาลูกของเพื่อนพากันแต่งงานมีลูกมีหลานแล้วก็อดดีใจด้วยไม่ได้

หันมองลูกตัวเองแล้วก็คงต้องพยายามทำใจ เรื่องแบบนี้จะไปบังคับใครเขาก็ไม่ได้ อีกอย่างทั้งเธอและสามีเลี้ยงเจ้าหมื่นมาแบบให้มีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่อยากไปกดดันอะไรมากถือคติว่าชีวิตเป็นของลูกก็ให้เขาเลือกเส้นทางเอาเอง

แต่เห็นแบบนี้แล้วอยู่ๆ ก็ชักหนักใจ หวังว่าชานนท์คงไม่ได้ไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้หรอกนะ

“คุยกับใครคุณจินดา”

ดรุนัยได้ยินเสียงเหมือนเมียตัวเองกำลังคุยกับใครสักคน แว่วๆ จะเป็นผู้ชายแต่ทันทีที่เดินมาถึงกลับไม่เจอใครนอกจากคู่ชีวิตที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่คนเดีนว

อ้อมีจานข้าวที่วางอยู่ตรงหน้าอีกใบ กับข้าวที่ยังมีเหลืออีกสองจาน

“ลูกชายคุณน่ะสิ” จินดาไขข้อข้องใจ

“ไอ้หมื่นมาเหรอ” คนเป็นพ่อมองหาไอ้ตัวดีเป็นการใหญ่ บ้านหลังออกใหญ่โตแต่มันก็ยังกระเสือกกระสนออกไปอยู่ข้างนอก

“ไม่เห็นหัวมันหลายเดือนแล้ว ไหนล่ะ”

“กลับไปแล้วน่ะสิ เหมือนแค่แวะมากินข้าว” หรือไม่ก็แค่หนีหน้าแม่อย่างเธอเพราะไม่อยากตอบคำถามอะไรเทือกนั้น จินดาเหลือบมองสามีแล้วเริ่มคาดคั้น

“คุณรู้หรือเปล่าว่าลูกเลิกกับแฟนแล้ว”

ดรุนัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแปลกใจที่ได้ยินข่าวใหม่ “เห็นคบกันมาตั้งนาน ทำไมเลิกเสียแล้วล่ะ”

“เจ้าหมื่นเคยพาแฟนมาเจอคุณบ้างไหมคะ”

“มันบอกค่อยพามาเจอตอนคุณกลับมาทีเดียว” พ่อของลูกตบบ่าภรรยาตัวเอง เขารู้ว่าจินดาหวังให้ชานนท์สร้างครอบครัวเป็นตัวเป็นตนมากแค่ไหน แต่เรื่องแบบนี้ไปกะเกณฑ์อะไรมากไม่ได้ เลยต้องชวนคุยเพื่อเปลี่ยนเรื่องแทน

“แล้วนี่แต่งตัวจะไปไหน มีธุระข้างนอกเหรอ ให้ผมไปส่งไหม?”

“มีนัดกับคุณรัตนน่ะค่ะ แต่เดี๋ยวขับรถไปเองดีกว่า” มีวันว่างได้เจอเพื่อนทั้งทีคงได้อยู่คุยกันทั้งวัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป