บทที่ 21 21

ในเมื่อเลือกที่จะไปแบบนั้นแล้ว...มันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยากรู้เรื่องราวของคนอื่นไม่ใช่เหรอ?

ส่วนใหญ่งานของแสนรักไม่ค่อยได้เข้าออฟฟิศเว้นแต่จะมีประชุมงานสำคัญอย่างเช่นวันนี้

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่การประชุมที่น่าซีเรียสอะไรขนาดนั้น เรียกว่าเป็นการมีตติงเพื่อรับข้อมูลคร่าวๆ ของลูกค้าก่อนที่จะถึงวัน consulting จริงมากกว่า

เคสนี้ลูกค้าแจ้งว่าไม่ค่อยมีเวลาเพราะงานค่อนข้างรัดตัว เลยขอให้ทางเราช่วยจัดการทุกอย่างให้

“ลูกค้าขอเน้นเป็นโทนสีสุภาพ แนวเรียบหรูดูแพง ขอทั้งแนวทางการและกึ่งทางการแบ่งเป็นครึ่งๆ ทั้งงานกลางวันทั้งออกงานกลางคืนค่ะพี่แป้ง”

“โอเคจ้ะ”

แสนรักลิสต์รายการเป็นข้อๆ พร้อมทั้งรับข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ามาเพื่อวิเคราะห์คร่าวๆ

“งั้นออนดูแลพวกเรื่องเมกอัปกับทรงผมเหมือนเดิม ส่วนพีพีเดี๋ยวช่วยพี่เตรียมในส่วนเสื้อผ้าแล้วก็พวกเครื่องประดับ เอาเป็นตามนี้นะ”

“ได้เลยค่ะ / รับทราบค่า”

“ส่วน online consulting ถ้าลูกค้าแจ้งวันที่สะดวกแล้วบอกพี่อีกทีนะ”

เพราะถึงลูกค้าจะแจ้งรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว แต่การพูดคุยกันโดยตรงน่าจะทำงานได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า

“น่าจะไม่เกินสองวันนี้ แต่เดี๋ยวยังไงออนแจ้งพี่แป้งอีกทีค่ะ”

“โอเค จะเที่ยงแล้วไปหาไรกินกันเถอะ พี่เป็นเจ้ามือเอง”

“งั้นรีบเลยค่ะน้องออน เราคงต้องนำเสนอร้านใหม่ที่เพิ่งค้นพบให้พี่แป้งแล้วละ”

“ร้านอยู่ไกลเปล่า พี่ไม่ได้ขับรถมา”

“ไปรถหนูสิคะคุณพี่ ลืมแล้วเหรอว่าน้องเพิ่งถอยรถมาเมื่อเดือนก่อน”

“เค งั้นไปกัน”

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนจะลงมือทำงานเคสใหม่คงต้องหาของอร่อยๆ ลงกระเพาะกันเสียก่อน

นอกจากของกินแล้วบรรยากาศก็สำคัญเพราะงั้นเลยตกลงกันว่าจะหอบงานออกไปนั่งทำนอกสถานที่

แสนรักหลงรักงานที่ตัวเองทำรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มีเคสใหม่ๆ เข้ามาให้ได้วิเคราะห์และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปอีกขั้น

ช่วงที่ยังจมอยู่กับความเสียใจเธอเอาแต่นอนเหม่อไม่เป็นอันทำอะไร แล้วก็เป็นอย่างนั้นซึ่งกินเวลาไปอาทิตย์สองอาทิตย์

จนถึงวันที่เจ็บตัวถึงเริ่มได้สติว่าไม่ควรจมจ่อมอยู่กับพลังด้านลบ

แม้ว่าตอนนี้จะมีความเศร้ากัดกินพื้นที่ในใจอยู่บ้างแต่ก็นับว่าดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งมาจากไม่ปล่อยให้ตัวเองมีเวลาฟุ้งซ่าน ทำแต่งานและงานอย่างเดียว ว่างเมื่อไหร่ก็ออกกำลังกายหรือหาดูหนังฟังเพลงที่ชอบ ตารางวันไหนที่พอจะว่างทั้งวันก็จะหาลงเรียนคอร์สพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม

แน่นอนว่าแสนรักรู้จักตัวเองดีกว่าใคร ถึงเธอจะไม่ใช่คนที่เข้มแข็งพอที่จะฟื้นตัวได้ไวขนาดนั้น แต่เธอก็ไม่ใช่คนอ่อนแอเกินกว่าจะยืนหยัดด้วยขาของตัวเองไม่ได้

แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ยังดีกว่าการย่ำอยู่กับที่หรือเดินถอยหลัง ในวันข้างหน้าเมื่อหันหลังมองดูเส้นทางที่ตัวเองฝ่าฟันมา

แสนรักเชื่อว่ามันจะเป็นเส้นทางที่ทำให้เธอยิ้มกว้างได้กว่าเดิม

“พี่แป้งกินหม่าล่าได้หรือเปล่านะ อยู่ๆ นี่ก็นึกอยากขึ้นมาอะ”

“เป็นคนโลเลเก่งเหมือนกันนะคะคุณพีพี”

น้องออนน้องเล็กของกลุ่มค่อนแคะใส่หลังจากขึ้นมานั่งบนรถแล้วจัดการคาดเข็มขัดเสร็จสรรพ

“ของแบบนี้มันต้องตามใจเจ้ามืออย่างพี่แป้งค่ะ”

“แค่ถามความเห็นเนอะ” เจ้าของรถบิดปากลง ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ขับรถออกจากออฟฟิศ

“หรือไว้ไปเดินดูก่อนก็ได้ เอาที่พี่แป้งอยากกินเลย”

“โอเค ตามนั้น” แสนรักหัวเราะเล็กน้อยกับสงครามประสาทของเด็กๆ ในทีม

สองคนนี้บางทีก็เหมือนไม้เบื่อไม้เมา แต่ใครจะเชื่อว่าเวลาสุมหัวทำงานกันแล้วดันกลายเป็นทีมเวิร์กที่เข้ากันมาก

ตอนนี้สมองกำลังนึกถึงแต่ของกิน มันก็เลยเอาแต่จินตนาการหาร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยง ไม่ทันได้สังเกตว่าช่วงที่รถเลี้ยวตรงหัวมุม มีรถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำขับสวนทางมาพอดี

และมันก็เลี้ยวเข้าไปยังชั้นจอดรถที่หญิงสาวและน้องในทีมเพิ่งจะขับออกมา...

มื้อเที่ยงของแสนรักและผู้ช่วยมือทองอีกสองคนจบลงที่ร้านหม่าล่าทัง ถึงน้ำซุปจะมันไปหน่อยแต่ก็อร่อยกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก ถือเป็นการเปิดใจครั้งแรกในการลองกินอะไรใหม่ๆ จะบอกว่าใหม่ก็ไม่ได้หรอกเพราะมันก็เป็นที่นิยมมานานแล้ว

เสร็จจากมื้อกลางวันก็มาต่อกันที่ร้านกาแฟ ต่างฝ่ายต่างเริ่มลงมือทำงานของแต่ละคน มีปรึกษาแชร์ความคิดเห็นกันตามปกติ นั่งทำกันอยู่หลายชั่วโมงน้องๆ จึงขอตัวแยกย้าย

แสนรักยังคงนั่งทำงานต่อราวๆ สามสิบนาที พอเก็บข้อมูลของลูกค้าได้ประมาณหนึ่งถึงค่อยเลิกงานในส่วนของวันนี้

ดูเหมือนว่าข้างนอกฝนจะตกแสนรักเลยตัดสินใจหาซื้อของสดที่มาร์เก็ตชั้นใต้ดินแทนที่จะไปตลาดตามเดิม เธอทำอาหารกินเองเป็นส่วนมากก็เลยซื้อของตุนใส่ตู้เย็นไว้สำหรับหนึ่งอาทิตย์

“น้องแป้ง” ตอนแรกอธินเห็นเมียเพื่อนจากที่ไกลๆ คิดอยู่นานว่าควรจะเข้ามาทักดีไหม สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเข้าไปทักทาย

แสนรักหันมองตามเสียงเรียก เจ้าตัวดูตกใจเล็กน้อยเห็นได้จากดวงตาที่เบิกกว้างขึ้น เห็นเหลือบมองรอบๆ ราวกับต้องการรู้ว่ามีคนอื่นมาด้วยหรือเปล่า

“พี่ซุงนี่เอง” หญิงสาวคลี่ยิ้มตามมารยาท “สวัสดีค่ะ”

“ไม่เจอกันสักพักเลยเนอะ สบายดีหรือเปล่า”

เอาตามตรงตอนนี้อธินรู้สึกหน้าชาไม่น้อย ถึงแสนรักจะไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจกันแต่สายตาและรอยยิ้มของหญิงสาวก็บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นไปตามมารยาท

“ถ้าหมายถึงตอนนี้ แป้งสบายดีแล้วค่ะ”

โดนไปหนึ่งดอกแบบไม่ต้องขุดคุ้ยหาความผิดตัวเอง

“พี่อยากขอโทษ เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น” ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงแถมยังพนมมือขึ้นเหมือนคนสำนึกผิดจากใจ

“บอกตรงๆ พี่โคตรรู้สึกแย่เลย”

“ช่างมันเถอะค่ะ เพราะถึงยังไงแป้งกับเขาก็เลิกกันไปแล้ว”

แสนรักไม่อยากเก็บความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นขึ้นมาคิดอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป