บทที่ 23 23
เป็นคนร่ำร้องอยากจะไปเองแท้ๆ เธอร้องขอให้เขามาคุยกันก็เอาแต่หลบหน้า หนักเข้าถึงขั้นวิ่งหนีเธอเหมือนกับเป็นตัวเชื้อโรคอะไรสักอย่าง
เธอเป็นเมียเขานะ! ไอ้ผัวเฮงซวย!
“มาเพราะเป็นห่วงไง”
คนหน้าด้านยังยิ้มได้อยู่ ไม่มีอาการสะทกสะท้านด้วยซ้ำ
“ไม่งั้นจะเทียวไปเทียวมาทำไม แต่มาทีไรก็ไม่เคยเห็นอยู่บ้าน”
“แป้งต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง”
“ดูพูดเข้า” ท่าทีของชานนท์แตกต่างจากเดือนก่อนแบบลิบลับ “ผมไม่ได้ใจดำปล่อยให้เมียตัวเองอดอยากหรอกแป้ง”
แสนรักร้อง ‘เฮอะ‘ อยู่ในลำคอกับน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้ว่าตอนนี้ชานนท์กำลังกลับลำ แต่สิ่งที่เสียไปล่ะเขาคิดจะรับผิดชอบอะไรบ้าง
เราไม่ได้เพิ่งทะเลาะกันเป็นครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะเขาก็ไม่เคยนึกถึงจิตใจของกันเลย อยากไปก็ไปพอนึกอยากจะกลับมาก็โผล่มาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้
“เก็บเงินไว้เลี้ยงเมียคนอื่นๆ ของคุณเถอะ”
เธอเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งตามหึงหวงหรือระแวงว่าเขาจะไปไหนหรือทำอะไรกับใครอีกแล้ว
“เมียคนไหนอีกล่ะ”
เจ้าของร่างสูงเลิกคิ้วพลางเสยผม อยู่ๆ ก็วนมาเรื่องนี้อีกและ
“บอกแล้วไงว่าไม่ได้มีใคร”
แสนรักส่ายหน้ายิ้มๆ แค่พูดปฏิเสธใครมันก็พูดได้ การกระทำของชานนท์มันไม่บริสุทธิ์ตั้งแต่แรกแล้ว โกหกกันครั้งแรกมันก็ลามไปถึงครั้งที่สิบครั้งที่ยี่สิบ
ซึ่งครั้งล่าสุดแสนรักไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว
“คุณหมื่นกลับไปเถอะ แป้งปวดหัว”
หากเป็นหลายอาทิตย์ก่อนเธอคงจะใจอ่อนโผเข้าอ้อมกอดเขาไปแล้ว แต่วันนี้ความเจ็บปวดที่มีมันลดน้อยลง ถึงจะยังรู้สึกเจ็บกับเรื่องพวกนั้นแต่ก็นับว่าดีขึ้นเยอะ
เธอ…ยังรักเขาอยู่ แต่ก็พอที่จะเรียนรู้กับการอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้บ้างแล้ว
“ก็เอาแต่ยืนมองตาขวางแบบนั้น ไม่ปวดหัวก็แปลก”
กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังทำเหมือนความรู้สึกของเธอเป็นเรื่องล้อเล่น ยังมีหน้าคว้าถุงเกาเหลาที่ตัวเองซื้อมาหิ้วหายเข้าไปในครัว ออกมาอีกทีพร้อมกับจานชามอย่างละใบ
แสนรักมองการกระทำเหล่านั้นด้วยความรู้สึกสับสนเล็กน้อย ความคิดหลายๆ อย่างในหัวกำลังตีกันจนยุ่งเหยิง
อย่างที่บอกว่าเธอยังรักเขา คุณหมื่นเป็นผู้ชายที่เธอรักมาโดยตลอด รักเขาแค่คนเดียวไม่เคยมีความคิดจะมองคนอื่นแม้แต่วินาทีเดียว เพราะงั้นถ้าจะให้เลิกรักในระยะเวลาสั้นๆ คงทำไม่ได้
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเอาใจตัวเองกลับไปให้เขาโขกสับอีก
“มากินข้าวก่อน จะได้กินยา”
ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ จับจูงมือกันไปนั่งที่โต๊ะซึ่งคราวนี้แสนรักยอมแต่โดยดี คิดว่าตอนนี้น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนในหัวแล้ว
ก็อาจจะจริงอย่างที่ชานนท์ว่ามา ลองห่างกันมันก็เห็นอะไรๆ ได้ชัดขึ้นจริงๆ นั่นแหละ
เธอไม่อยากเจ็บปวดหัวใจอีกแล้ว
“คุณหมื่นจะกลับตอนไหนคะ”
ชานนท์ชะงักไปชั่วขณะกับคำถามเดิม ดูเหมือนว่าแสนรักไม่หายโกรธง่ายๆ แฮะ
“กินให้หมด เดี๋ยวกลับแน่ๆ” เอาเถอะกลับก็กลับวะ
พออีกฝ่ายรับคำแสนรักก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง เธอนั่งกินเกาเหลาเจ้าโปรดที่ชายหนุ่มซื้อมาเงียบๆ ปกติรสชาติมันอร่อยเหาะแต่ตอนนี้เธอกลับกลืนมันไม่ลงเท่าไร
แต่ก็ต้องฝืนกิน กินให้หมดๆ เขาจะได้กลับไปสักที
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดึงดูดความสนใจท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด มันมาจากเครื่องของเธอไม่ใช่ของชานนท์ ตอนแรกคิดว่าลูกทีมไลน์มา แต่คนที่ไลน์มากลับกลายเป็นเวธัส
Way : ส่งสติกเกอร์
Way : ผมเวย์นะครับ คุณแป้ง
Way : มือถือคุณแม่เสีย ท่านเลยฝากให้ผมส่งการบ้านให้คุณแป้งแทน
Way : ส่งรูป
รูปถ่ายประมาณสี่ห้ารูปถูกส่งมา เป็นรูปของคุณรัตนตามสถานที่ต่างๆ ใบหน้าของลูกค้าวีไอพีของเธอยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกาย
ดูมีความมั่นใจมากกว่าครั้งแรกที่เข้ามาขอให้เธอช่วยปรับภาพลักษณ์หลายเท่า
แสนรัก : สวยทั้งคนทั้งวิวเลยค่ะ
Way : คนสวยต้องยกเครดิตให้คุณแป้ง
Way : ส่วนเรื่องวิว ผมขอรับคำชมจากคุณแป้งแล้วกัน
Way : โดนลากตัวมาทำหน้าที่เป็นตากล้องน่ะครับ
แสนรัก : ไว้รอชมรูปสวยๆ ค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ
ตอบเสร็จก็ชิงออกจากการสนทนาพร้อมกับกดปิดแจ้งเตือนเพื่อตัดปัญหา ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบเวธัสแต่คิดว่าเวลานี้ไม่เหมาะเท่าไร
“ใครไลน์มา” ชานนท์ถามเสียงเข้ม
เขาเห็นตั้งแต่ตอนที่หน้าจอสว่างวาบเพราะเสียงแจ้งเตือน ถึงจะกลับหัวแต่ก็อ่านทันเลยรู้ว่าไอ้คนที่ไลน์มาเป็นผู้ชาย
สำคัญตรงที่เขาอยากรู้ว่ามันเป็นใคร! ตอนที่แสนรักหยิบมือถือขึ้นตอบเธอถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนั้น!
เห็นแบบนี้แล้วหงุดหงิดฉิบหาย
“แป้ง” เมื่อเธอไม่ตอบเขาจึงจงใจกดดัน
“ลูกค้า”
แสนรักเหลือบมองคนถามเล็กน้อยแล้วตอบกลับแบบส่งๆ จากนั้นถึงกลับมาตักของในชามเข้าปากเหมือนเดิม
อิ่มจะตายอยู่แล้ว เมื่อไหร่จะกินหมดสักที
“ลูกค้าอะไรไลน์มาดึกดื่น” ดึกดื่นของชานนท์คือหนึ่งทุ่มหรือไง “มันไลน์มาคุยเรื่องงาน หรือชวนคุยเรื่องอื่น”
ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดถาม แล้ววันนี้คิดอะไรถึงได้มาคาดคั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก แป้งจำได้ดีว่าตอนนี้เรากำลังห่างๆ กันอยู่ แป้งไม่คบซ้อนเหมือนที่คุณกำลังคิดอยู่ในหัวแน่ๆ”
“แล้วบอกตอนไหนว่าคิดแบบนั้น” ที่มาวันนี้ไม่ได้มาให้ชวนทะเลาะ แต่ดูเหมือนแสนรักจะชักจูงกันให้ได้เลย
“เฮ้อ…เอาเหอะ แล้วแต่แป้งจะคิดเลยแล้วกัน”
“คุณหมื่นกลับไปได้แล้วค่ะ” วางช้อนส้อมลงหลังจากที่กลืนคำสุดท้ายลงคอ “ขอบคุณสำหรับอาหาร”
“จะทะเลาะกันให้ได้เลยว่างั้น”
