บทที่ 4 4

แต่นั่นแหละตอนนี้มีแต่ความระแวง เมื่อวานก่อนหลังจากที่วางสายจากคนรัก เธอหาส่องไอจีเพื่อนๆ ของเขาเพราะชานนท์ไม่ค่อยอัปเดตโซเชียลเท่าไร

ก็ไม่รู้หรอกว่าสตอรีของเลปกรนั้นเขาอัปเดตแบบเรียลไทม์หรือเปล่า แต่รูปนั้นเป็นเหมือนร้านอาหารซึ่งก็บังเอิญอยู่แถวปากเกร็ดเหมือนที่อธินบอกว่าไปทำธุระกับชานนท์

ตอนแรกไม่อยากเก็บเอามาคิดมาก แต่ลองบันทึกภาพนั้นแล้วซูมเข้าดูอีกที เธอเห็นกระเป๋าสตางค์ของชานนท์วางอยู่บนโต๊ะ

และต่อให้เป็นขอบภาพแต่มือที่วางใกล้กระเป๋าสตางค์เธอจำได้แน่นอนว่าเป็นมือของคนรัก

มากไปกว่านั้นก็คือเงาที่สะท้อนผ่านแก้ว เหมือนจะมีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วย พยายามบอกตัวเองว่าไม่คิดมาก แต่สุดท้ายเธอก็รัวข้อความส่งไปหาชานนท์ตั้งแต่เมื่อวานก่อน เขาอ่านแต่ไม่ตอบอะไรกลับมาสักคำ โทรไปรับสายแต่บอกว่ายุ่งอยู่

‘มะรืนค่อยคุยกันที่บ้าน’

ชานนท์เปลี่ยนไป...

ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้อยากปิดบังแต่แสดงออกให้เธอรับรู้ตรงๆ ด้วยซ้ำ ใจของแสนรักเจ็บแปลบเหมือนมีสิ่งแหลมคมเสียดแทง

เธอไม่ได้โง่ที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายจงใจตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอนอนแกร่วอยู่ที่บ้านคนเดียวบ่อยครั้งจนเริ่มรู้สึกอ้างว้าง

หรือเพราะที่ผ่านมาเธอยอมอ่อนข้อให้ชานนท์มากเกินไป เขาว่าอย่างไรเธอตามใจหมดไม่คิดขัดใจ

นั่นก็เพราะลึกๆ แล้วเธอกลัวการโดนทิ้ง ถ้าต้องเลิกกันแสนรักคิดว่าเธอได้ตายแน่ๆ ใจทั้งดวงยกให้ชานนท์ไปหมดไม่เหลือติดตัวด้วยซ้ำไป ให้ตายยังไงเธอก็ไม่ยอมเลิกแน่ๆ

คงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นมีหวังคงได้เสียคนรักไปอย่างที่หวาดระแวงแน่นอน

พอคิดได้แบบนั้นจากที่นอนกลิ้งไปมาแสนรักก็รีบลุกขึ้นไปแต่งตัว การตามหาชานนท์ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไร ครอบครัวของคนรักเป็นเจ้าของตลาดสดขนาดใหญ่แถบชานเมืองอีกฟากกับบ้านที่เธออยู่

จะว่าไปนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คาใจแสนรักตลอดมา เหมือนเขาไม่ต้องการให้อยู่ใกล้รัศมีคนในครอบครัว

‘อยากได้ความเป็นส่วนตัว อยู่ใกล้คนที่บ้านเกินไปมีแต่จะอึดอัด’

แน่นอนว่าคนคลั่งรักหลงแฟนอย่างเธอเชื่อทั้งใจ ไม่ได้คิดเซ้าซี้อะไรต่อคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยก็ได้ความเป็นส่วนตัวจริงๆ

ขับรถมาได้สักพักเป้าหมายคือสำนักงานในตัวตลาดนั่นแหละ ช่วงติดไฟแดงเลยคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่องไปเรื่อยจนสตอรีของเลปกรเด้งขึ้นหน้าฟีด

เพื่อนของชานนท์คนนี้ชอบอัปเดตเรื่องราวของตัวเองเสมอ อาจจะดูโรคจิตที่ตามสืบหาคนรักผ่านเพื่อนของเขาอีกที แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้เธอเสียเวลาขับเลยถึงอีกฟากของกรุงเทพฯ

เพราะจริงๆ แล้วชานนท์น่าจะอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

แสนรักมาถึงสถานที่ที่คิดว่าคนรักของตัวเองน่าจะอยู่ที่แห่งนี้ แต่ยังไม่ทันได้ดับเครื่องยนต์เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังติดกันหลายครั้ง

เมจิ๊ : นังแป้งงง

เมจิ๊ : ฉันเข้าไปดูเพจร้านอาหารที่เพื่อนผัวแกเช็กอินมาแล้วเจอรูปนี้

เมจิ๊ : ส่งรูป

เมจิ๊ : ฉันจำได้ไม่ผิดแน่นอน ผู้หญิงเดรสสีขาวผมแดงเป็นคนเดียวกับคนที่ขึ้นรถผัวแก

ก้อนเนื้อข้างซ้ายของเธอเต้นอย่างหนักหน่วง กดดูรูปพร้อมซูมเข้าไปพิศมองใบหน้าของผู้หญิงคนที่เพื่อนว่า ดูเหมือนอายุจะน้อยกว่าเธอไม่มาก หน้าตาน่ารัก หุ่นดี ยิ้มสวย

จะบอกว่าคิดไกลไปเกินล้านเท่าก็ว่าได้ แต่ผู้หญิงทรงนี้มันสเป็กของชานนท์ชัดๆ แต่ที่พูดมาเธอไม่ได้เข้าข่ายด้วยซ้ำที่รู้ก็เพราะว่าเวลาดูนิตยสารหรือรายการอะไร เขามักจะเอ่ยปากชมว่าคนนั้นสวยอย่างโน้นอย่างนี้ เท่าที่สังเกตมาก็ทรงเดียวกันหมด

ยกเว้นนังแสนรักนี่แหละ!

แสนรัก : แกแน่ใจนะ

แสนรัก : เพราะคราวนี้ฉันจะถามเขาตรงๆ

เมจิ๊ : เออถามไปให้มันกระจ่าง จะได้รู้ดำรู้แดงไปเลย

เมจิ๊ : พักหลังอีพี่หมื่นมันตีมึนนานเกินไปแล้ว

เมจิ๊ : ไม่ได้ยุให้แกเลิก แต่จนถึงป่านนี้แล้วยังไม่มีความชัดเจนเรื่องอนาคต

เมจิ๊ : หาผัวใหม่อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าว่ะ

แสนรัก : รักเขาเปล่าวะ ไม่ได้อยากเลิก ไม่อยากมีผัวใหม่ด้วย

เมจิ๊ : โอ๊ย อีแป้ง

แสนรัก : ค่อยคุย ขอไปเคลียร์ก่อน

เมจิ๊ : เดี๋ยวๆๆๆ

อุตส่าห์ดั้นด้นสืบเสาะมาจนถึงที่นี่ขนาดนี้ก็เพื่อต้องการเจอหน้าชานนท์ อยากคุยอยากถามอะไรหลายๆ อย่างกับเขา

ไม่ได้อยากเลิกเสียหน่อย รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงแต่คนรักกันมันไม่ได้เลิกรักหรือนึกอยากจะตัดความสัมพันธ์ได้ง่ายๆ เสียหน่อย

แสนรักกดปิดเสียงโทรศัพท์หลังจากลองเช็กดูอีกรอบว่ากลุ่มของชานนท์ย้ายที่ดื่มไปแล้วหรือยัง แต่ดูจากล่าสุดที่เลปกรอัปสเตตัสในเฟซบุ๊กดูเหมือนว่าจะยังสนุกอยู่ข้างในนั้น

เอาละ ถึงเวลาเผชิญหน้ากับความจริง จะออกหัวหรือก้อยก็มาดูกันอีกที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป