บทที่ 5 5
คบกันมาแสนรักไม่เคยบังคับหรือก้าวก่ายชีวิตของชานนท์มากนัก เวลาที่เขาขอไปเที่ยวนั่งดื่มกับเพื่อนเธอก็ไม่เคยห้าม เว้นแต่วันนั้นจะเป็นวันที่เราตกลงกันไว้แล้วว่าจะอยู่กินข้าวและเข้านอนพร้อมกัน
นอกจากดูแลกิจการที่บ้านแล้วชานนท์ยังเปิดบริษัททำธุรกิจส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม
เพื่อนของคนรักเธอก็รู้จักและที่ตามสืบจนรู้ว่าตอนนี้ชานนท์ขลุกอยู่โรงเบียร์ก็มาจากสตอรีไอจีจากเลปกรหนึ่งในเพื่อนของเขานี่แหละ
ที่แสนรักต้องดั้นด้นขับรถมาถึงที่นี่ก็เพราะชานนท์ไม่กลับมานอนบ้านหลายวันแล้ว พอเอ่ยปากถามเจ้าตัวก็มักมีคำตอบเดิมๆ ก็คือช่วงนี้ต้องอยู่คุมงานที่ตลาดเพราะพ่อค้าแม่ค้าที่เช่าแผงขายของมีปัญหาตัวเขาก็ต้องคอยจัดการ ถามมากก็เริ่มมีน้ำโหหาว่าเธอจ้องจับผิด ก็เล่นทำตัวแบบนี้มันน่าสงสัยไหมล่ะ
แล้วความสงสัยของเธอก็กระจ่าง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอามือสั่นปากสั่นไปหมด
แสนรักกำหนดลมหายใจเข้าออกราวๆ สิบครั้งเพื่อตั้งสติแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรนัก
โต๊ะที่ห่างจากเธอราวๆ ห้าหกโต๊ะมีคนรักของเธอนั่งอยู่ตรงนั้น แม้ว่าจะมีทั้งอธินและเลปกรนั่งอยู่ด้วย แต่ผู้หญิงเรือนผมสีแดงที่เธอไม่รู้จักนั่งอยู่ติดกับชานนท์แถมยังพูดคุยกันดูมีความสุข
มากไปกว่านั้นคือมือของเจ้าหล่อนกำลังวางทาบบนไหล่กว้าง หนำซ้ำไอ้คุณหมื่นของเธอไม่คิดปัดออกปกป้องร่างกายตัวเองสักนิด
ไม่สิ..ดูจะชอบใจด้วยมั้ง
แสนรักคว้าโทรศัพท์กดโทรหาคนรักด้วยมือที่ยังสั่นเทา ดวงตาเรียวรีจับจ้องไปยังใบหน้าหล่อเหลา ก็เพราะหล่อนี่แหละที่ทำให้เธอใจเต้นแรงตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
ชานนท์เหลือบมองสายเรียกเข้าซึ่งแสนรักมั่นใจว่านอกจากเบอร์โทรแล้วมันโชว์รูปถ่ายที่เธอตั้งไว้ด้วย นอกจากชายหนุ่มจะไม่รับสายแล้วเขายังจัดการคว่ำหน้าจอโทรศัพท์อีก เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นเอ่ยปากถามอะไรสักคำ
มากเกินไปแล้ว!
เธอหรืออุตส่าห์รอเขากลับมากินข้าวด้วยกันที่บ้าน ปากบอกงานยุ่งแต่นี่มานั่งชิลที่โรงเบียร์แถมยังอี๋อ๋อกับผู้หญิงคนอื่นอีก
เลปกรเป็นคนแรกที่สัมผัสได้ถึงรังสีอะไรบางอย่าง เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเมียเพื่อนเดินตรงมาทางนี้
“งานงอกแล้วไอ้เหี้ยหมื่น” รีบสะกิดบอกมัน ถึงจะไม่ทันแล้วก็เถอะ “แป้งมา”
คราวนี้ชานนท์ถึงกับสะดุ้งเฮือก จังหวะเดียวกับที่นัยน์ตามองหาใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เจอแสนรักยืนกอดอกจ้องหน้ากันแบบเอาเป็นเอาตาย
“มาได้ไงวะ” ชายหนุ่มบ่นกับตัวเอง ไม่ได้กลัวก็แค่ตกใจที่อีกฝ่ายบุกมาถึงที่นี่ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นคนบอก
“ไหนคุณหมื่นบอกว่าติดงานไงคะ” แสนรักกดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ ต่อให้ตอนนี้จะรู้สึกน้อยใจมหาศาลแต่จะเปิดเผยให้ใครเห็นไม่ได้ “แป้งโทรหาตั้งหลายสายไม่คิดจะรับหน่อยเหรอ”
เลปกรมันรู้งานรีบย้ายก้นตัวเองไปนั่งฝั่งเดียวกับอธิน
ส่วนชานนท์ขยับตัวออกห่างจากสาวผมแดงแบบเนียนๆ ยื่นมือออกไปหาคนรักหวังให้แสนรักนั่งแทนที่เพื่อนตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพยศ ไม่ยอมนั่งเอาแต่ยืนค้ำหัวแบบนี้มันยิ่งเรียกสายตาคนอื่น
“มาที่นี่ได้ไง” คนตัวโตถามทั้งที่ขมวดคิ้ว หงุดหงิดที่แสนรักบุกมาก็หนึ่งอย่าง ที่ไม่ชอบใจสุดๆ ก็คือเจ้าตัวยืนกอดอกมองเขาสลับกับคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน
ชานนท์ลอบถอนหายใจเมื่อแม่เจ้าประคุณยอมนั่งในที่สุด แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาแม่คุณก็เริ่มแผลงฤทธิ์
“แป้งนะคะ เป็นแฟนคุณหมื่นคบกันได้สามปีกว่าๆ แล้วด้วย” นาทีนี้แสนรักไม่สนใครหน้าไหน จะว่าเธอเสียมารยาทก็ใช่ หรือต่อให้สาวผมแดงไม่ใช่กิ๊กของชานนท์ แต่การที่เจ้าตัวถึงเนื้อถึงตัวแฟนคนอื่นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่มารยาทที่งามเท่าไร
แต่แสนรักรู้...เรื่องแบบนี้จะโทษแค่ฝ่ายหญิงคงไม่ถูก เพราะคนของเธอนี่แหละที่ผิดเต็มๆ
“แป้ง” ชานนท์กดเสียงต่ำจนคนฟังถึงกับแค่นยิ้ม
คุณหมื่นของเธอเป็นพวกเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ แล้วตอนนี้เขาก็กำลังอับอายสุดๆ ที่เธอแสดงตัวว่าเป็นแฟนเขาต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น
ส่วนสาวผมแดงที่เธอตามเสือกหาข้อมูลรวมถึงที่เพื่อนส่งมาให้แล้ว รู้ได้ว่าเจ้าตัวชื่อเทียนหอมหรือเทียนไขอะไรสักอย่าง ตอนนี้กำลังนั่งหน้าแห้งจะลุกหนีก็ไม่ได้เพราะโดนปิดทาง
“นึกว่าลืมชื่อเมียไปแล้ว” แสนรักขอบคุณที่ตัวเองยังสามารถนิ่งได้มากกว่าที่คิด กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่นิ่งไม่ไหวคือชานนท์มากกว่า “แป้งรอคุยกับคุณกี่วันแล้วรู้ไหม”
“บอกแล้วไงว่ามะรืนจะเข้าไป” ชานนท์ปวดขมับมันกำลังเต้นตุ้บๆ นึกอยากจะเขย่าคนตรงหน้าให้ได้สติ
“ถ้าคุณหมื่นไม่กลับไปด้วยกันวันนี้ งั้นเราก็คุยมันที่นี่แหละค่ะ” แสนรักยื่นคำขาด มันไม่ใช่การกระทำที่เหมาะสม เรื่องส่วนตัวไม่ควรเอามาป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้ แต่ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ชานนท์จะโผล่หัวมาเจอเธอวันไหน ปากบอกมะรืนจะเข้าไปหาแต่คอยดูเถอะว่าพอถึงวันเขาก็จะหาคำอ้างมาผลัดอีก
ที่รู้เพราะอะไร เพราะมันไม่ใช่แค่ครั้งแรกยังไงล่ะ
“โอเค!” คนหัวเสียกระแทกกระทั้นน้ำเสียง โยนกุญแจรถให้เพื่อนและเป็นอธินที่รับไป
“มึงขับรถกูกลับแล้วกัน”
