บทที่ 6 6
ยังไม่มีใครตอบอะไรชานนท์ก็ลุกพรวดออกไปเสียก่อน แสนรักเม้มปากกับการกระทำเหล่านั้นจนเริ่มรู้สึกเจ็บหันมองเพื่อนๆ เขาก็ยิ่งสมเพชตัวเอง
เธอเห็นสายตาเห็นใจปนสงสารที่พวกเขาส่งมาให้ แสนรักไม่มีอะไรจะพูดกับพวกเขา เพราะสิ่งที่อธินและเลปกรทำอยู่นั้นไม่ต่างอะไรจากการส่งเสริมให้เพื่อนตัวเองมีชู้เลยด้วยซ้ำ
ออกมานอกร้านก็เห็นเจ้าของร่างสูงยืนพ่นควันบุหรี่ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าชานนท์จะเลิกสูบนานแล้ว แต่ระยะหลังเหมือนเริ่มกลับมาสูบเล็กน้อยเขาบอกว่าจะสูบเฉพาะเวลาเครียด
เหอะ!
ตอนนี้คงไม่ได้เครียดหรอกแค่หงุดหงิดโมโหเธอก็เท่านั้น
“เอากุญแจรถมา” คนพูดทิ้งบุหรี่ลงพื้นใช้ปลายเท้าขยี้จนไฟมอด ดีที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สูบบุหรี่พอดี ไม่อย่างนั้นเธอจะฉะอีกสักรอบ
“แป้งขับเอง คุณหมื่นเพิ่งดื่มมาแค่นั่งไปด้วยก็พอค่ะ”
ใช้เวลาไม่นานก็ขับกลับมาถึงบ้าน แสนรักกลายเป็นผู้ตามหลังจากชานนท์แสดงท่าทีมึนตึงเข้าบ้านไป ทำราวกับคนผิดคือเธอทั้งๆ ที่เขาเป็นฝ่ายไม่ซื่อตรง
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ” ตรงนี้คือพื้นที่ส่วนตัวไม่ต้องมานั่งเกรงใจคนอื่น เพราะงั้นแสนรักเลยไม่รีรอที่จะถามให้มันตรงประเด็น
แต่ดูเหมือนว่าคนของเธอจะไม่อยากตอบเท่าไรนัก
“คนรู้จัก” เพราะคำตอบของชานนท์ฟังดูยังไงก็ดูตอบส่งๆ เพื่อให้เรื่องจบ
“รู้จักแค่ไหน” ถึงได้นั่งชิดหัวเราะต่อกระซิกแบบไม่เกรงใจสายตาเพื่อนๆ แบบนั้น “คุณหมื่นตอบสิคะ”
“รู้จักก็คือรู้จัก จะมาถามเซ้าซี้เอาอะไรแป้ง!” ชานนท์เกลียดมากกับการโดนไล่ต้อน เกลียดโคตรๆ คนทำงานทั้งเครียดทั้งเหนื่อยจะตายห่าจะไม่ให้มีเวลาพักผ่อนหย่อนใจบ้างเลยหรือไง
“นี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องที่แอบตามผมไปถึงที่นั่นนะ”
“คุณหมื่นอย่ามาทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน บอกแป้งมาตรงๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” คนที่ควรโกรธมากกว่าน่าจะเป็นเธอนะที่เห็นแฟนตัวเองอยู่กับผู้หญิงคนอื่น “ได้ข่าวว่าเป็นคนเดียวกับคนที่คุณพาขึ้นรถไปด้วยนี่”
คราวนี้ชานนท์ถึงกับมองตาเขียวปั้ด
“นี่ถึงขนาดจ้างนักสืบตามผมเลยเหรอ?”
“แป้งไม่มีปัญญาทำมากถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” แสนรักหัวเราะเยาะ “วันที่คุณบอกว่าไปดูงานที่ปากเกร็ด แต่จริงๆ แล้วคุณพาผู้หญิงคนนั้นไปกินข้าว แล้ววันนี้ก็ยังนั่งข้างๆ กันอีกจะให้แป้งคิดยังไง”
พอรู้ว่าตัวเองโดนจับได้ชานนท์ก็ได้แต่ยกมือเสยผมแล้วเสยผมอีก ความผิดค้ำคอแต่อีโก้มันสูงกว่าจะยอมรับอะไรง่ายๆ หนำซ้ำคนตัวเล็กก็ยังจี้ถามกันไม่หยุด
“เฮ้อ เลิกโวยวายเถอะ ผมปวดหัว”
ไม่รู้มึนหัวเพราะฤทธิ์เบียร์เริ่มออกหรือเปล่า อันที่จริงชานนท์รู้ดีว่าต่อให้แดกเบียร์ทั้งเหยือกก็ยังเมายาก แต่ตอนนี้กูชิงแกล้งเมาหรือปวดหัวห่าเหวอะไรสักอย่างดีกว่า
“แต่แป้งต้องการคำตอบ!”
โอเค ตอนนี้กูน่าจะปวดหัวเพราะเสียงแหลมๆ ของแสนรักนี่แหละ
เมื่อก่อนช่วงคบกันแรกๆ ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ ขยันเอาใจเสียงอ่อนเสียงหวาน โกรธหรืองอนพอประมาณไม่ได้เป็นคนขี้บ่นอาละวาดเหมือนอย่างตอนนี้
“จะเอาคำตอบแบบไหนอะ” เขาก็ชักจะเบื่อแล้วเหมือนกัน นัยน์ตาคมเลื่อนสบตากลมโตที่กำลังสั่นไหว
“เอาอย่างที่อยากฟังหรือความจริง”
จากตอนแรกที่สั่นไหว ตอนนี้ก็เริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มเบือนหน้าหนีกระแทกลมหายใจ
แม่งก็ลงอีหรอบนี้ทุกที...
แต่ถ้าเขาใจอ่อนเหมือนเดิมมันก็จะคาราคาซังไม่เลิก
“คุณหมื่นนอกใจแป้งเหรอ”
แสนรักถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นก็ว่าเจ็บแล้ว แต่มันยังเทียบไม่ได้กับท่าทีหรือสายตาที่แสดงอยู่ในตอนนี้
คุณหมื่นไม่เข้ามากอดมาหอมบอกว่าคิดถึงเหมือนแต่ก่อน มีแต่แววตาเบื่อหน่ายรวมถึงคำพูดที่ทำร้ายจิตใจกัน ตอนนี้เขาไม่คิดถึงจิตใจของเธอเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ได้นอกใจ” เจ้าของร่างสูงปฏิเสธทว่าดวงตาคมกริบมันดัน ล่อกแล่กจนน่าฟาดกระบาล
“มันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก”
ปลายประโยคเมื่อครู่เหมือนจะแผ่วเบาแต่ก็ทำให้สติเส้นสุดท้ายของแสนรักขาดผึง หญิงสาวพุ่งตรงเข้าหาต่อว่าทั้งน้ำตาทั้งลงมือทุบตีให้เท่ากับความเสียใจที่เผชิญอยู่
“บ้าไปแล้วเหรอ! ทำแบบนี้กับแป้งได้ไง! ทั้งที่แป้งรักคุณขนาดนี้…” แสนรักปล่อยโฮน้ำตาพรั่งพรูไหลเป็นสายไม่ขาด ปวดร้าวไปทั้งดวงใจเจ็บจนเหมือนจะหายใจไม่ออก
“แป้งมีแค่คุณ แล้วทำไมถึง...” สมองเธอมันพร่าเบลอ โกรธ เกลียด เสียใจ แต่ก็ยังมีความรู้สึกรัก
รักแบบเต็มหัวใจ...
“ก็แป้งงี่เง่าแบบนี้ อยู่ด้วยทุกวันผมก็เลยเบื่อไง” ชานนท์ขึ้นเสียงบ้าง ทุบมาได้เจ็บฉิบหาย
“ที่จริงผมก็พยายามหาคำพูดดีๆ อยู่แต่ก็ยังคิดไม่ออก เอาเป็นผมว่าช่วงนี้เราลองห่างๆ กันสักพักเถอะนะ”
เพียะ!
ยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ หน้าของชานนท์ได้รับแรงเหวี่ยงจากฝ่ามือเล็กแบบเต็มแรง
ชานนท์ขบกรามแน่นโทสะพุ่งขึ้นสูงแทบจะทะลุเพดาน แต่พอหันหน้ากลับมากลับไม่เจอหญิงสาว ที่แท้เจ้าตัวทิ้งตัวลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น
เอาตามตรงเขาก็รู้สึกผิด แต่ถ้าฝืนใจตัวเองคิดว่าอะไรๆ มันน่าจะยิ่งแย่ไปมากกว่านี้ ลองห่างๆ กันนั่นแหละดีแล้ว
“พูดออกมาได้ไง ถามความเห็นแป้งบ้างสิ”
นาทีนี้แสนรักเหมือนคนสติแตกรับความจริงไม่ได้ ตัดพ้อผ่านทางคำพูดสีหน้ารวมถึงม่านน้ำตาที่รินไหล
