บทที่ 9 9

จิรชญาเป็นคนแรกที่ได้รับสายจากชานนท์ อีพี่หมื่นมันโทรมาบอกให้เธอรีบมาหาแสนรักที่บ้าน ตอนนั้นหัวใจหล่นวูบไปกองกับพื้นนึกว่าผัวเมียทะเลาะกันจนได้เลือด

เกือบจะแจ้งตำรวจแล้วเชียว...

“ไอ้แป้ง อีพี่หมื่นมันมาทรงนี้จะช้าหรือเร็วยังไงมันก็จ้องจะเลิกกับแก”

สาวสองนั่งปลอบเพื่อนมาร่วมชั่วโมง แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเลยพยายามควานหาคำพูดที่จะทำให้เพื่อนสาวตาสว่างโดยเร็ว

จิรชญาส่งสายตาไปทางมุกดา ปากขยุบขยิบสั่งให้มันพูดต่อ ไม่ต้องการให้เกิดความเงียบในสถานการณ์แบบนี้

“เออ อย่างน้อยเลิกเร็วมันก็ไม่ต้องยื้อให้เจ็บไปมากกว่านี้ แกเป็นเพื่อนที่ดีแล้วก็เป็นแฟนที่ดีมาตลอด เพราะงั้นไม่ต้องไปเสียดายผู้ชายอย่างนั้นหรอก”

แสนรักพยายามฮึบที่จะไม่ร้อง แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไรใบหน้าของชานนท์ก็ลอยเข้ามาทุกที ความเจ็บปวดส่งสัญญาณอีกระลอกพาให้ปวดร้าวหัวใจไปทั้งดวง

ริมฝีปากบางบิดเบ้รวมถึงใบหน้าที่ยับยู่ยี่ไปหมด จากนั้นถ้อยคำเดิมๆ ก็เล็ดลอดผ่านกลีบปากบางอีกครั้ง

“ฮึก...ฉันทำผิดอะไรวะ ฉันไม่ได้อยากเลิกกับเขาเลยนะเว้ย ฉันตายแน่ๆ”

บอกตามตรงว่าเธอยังยอมรับความจริงไม่ได้

“แล้วเขาก็ไม่ได้ขอเลิกอะ คุณหมื่นขอแค่ให้เราห่างกันสักพัก เผื่อว่าอะไรมันจะดีขึ้น”

คนปลอบสองคนพากันมองหน้าพร้อมกับโคลงศีรษะเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ แผลกำลังสดใหม่คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวระบายความเสียใจออกมาเต็มที่

ที่พอจะทำได้ก็คือคอยอยู่ข้างๆ มันในเวลาย่ำแย่แบบนี้นี่แหละ

ยังไงก็เพื่อน...

แสนรักเข้าใจความเป็นห่วงที่เพื่อนมีให้ ถ้าไม่มีใครบอกเธอก็คงโดนสวมเขาไปอีกนาน แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าเธอดันไม่เข็ดหลาบนี่สิ

โดนเขาตัดรอนตั้งขนาดนั้น ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ใจก็ยังนึกโหยหาไม่เลิกรา ก็เธอไม่ได้อยากเลิกกับชานนท์ เพราะงั้นก็เลยกัดฟันต่อสู้เพื่อหัวใจตัวเองอีกสักตั้ง

เธอทำมื้อเที่ยงมาส่งชานนท์ติดกันทุกวันถ้ารวมวันนี้ด้วยก็เกือบจะครบสามอาทิตย์

มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเพราะเมื่อก่อนช่วงที่ชานนท์ยุ่งๆ แล้วถ้าวันนั้นเธอไม่มีงานก็มักจะหาทำอะไรอร่อยๆ ส่งให้ชายหนุ่มเป็นประจำ

เพียงแต่ตลอดระยะเวลาที่ชายหนุ่มเอ่ยปากในตอนนั้นจนถึงตอนนี้เธอยังไม่ได้เห็นหน้าเขาเลยนี่สิ

ได้แต่ฝากกล่องข้าวไว้กับทางรีเซ็ปชันของคอนโดฯ แน่นอนว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป แม้ว่าทางพนักงานจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีแต่ก็ต้องทำตามกฎ

ทำได้อย่างมากก็คือนั่งรอชะเง้อมองหาชายหนุ่มที่สวนกลางของคอนโดฯ เผื่อว่าวันไหนจะบังเอิญเจอเขาเดินเข้าเดินออกบ้าง

ชานนท์ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ ไลน์หาเขาก็ไม่ยอมเปิดอ่าน เธอถึงได้ดิ้นรนดันทุรังมาหาที่คอนโดฯ นี่ไง อยากจะคุยกับคนรักอีกสักครั้งถึงเรื่องของเรา

แสนรักรู้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ต่างอะไรจากคนโง่ที่ไร้ศักดิ์ศรี แต่เธอไม่สนหรอกเพราะเรื่องพวกนั้นมันไม่ได้ทำให้เธอหายทุกข์ทรมาน ถ้ามันต้องโง่ต้องเสียศักดิ์ศรีแล้วได้ชานนท์กลับคืนมา

เธอยอม...

“แกทำแบบนี้มาหลายอาทิตย์แล้วนะแป้ง ถ้าพี่หมื่นมันมีเศษเสี้ยวสำนึกบ้าง มันก็คงทักมาหาแกบ้างแล้ว” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จิรชญาพยายามดึงสติเพื่อน ความจริงแล้วมันบอกว่าจะมาคนเดียวตามเดิม แต่เธอก็นึกห่วงกลัวมันจะเหม่อจนขับรถตกข้างทาง

ตายไปคนเดียวไม่เท่าไร เกิดไปชนชาวบ้านชาวช่องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ พักนี้สติยิ่งไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่ด้วย

เข้าใจว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันเป็นยังไง ตัวเองก็เคยอกหักเคยโดนบอกเลิก ตอนนั้นร้องไห้ฟูมฟายยอมรับความจริงไม่ได้เหมือนอย่างที่แสนรักเป็นอยู่นี่แหละ ใครพูดใครเตือนอะไรรับฟังหมดแต่ใจมันคัดค้านเพราะมีคำตอบอยู่ในใจ

เอาแต่ทำเรื่องโง่ๆ ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ตอนนั้นก็มันนี่แหละที่คอยอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน

เพราะรู้...จิรชญาถึงได้ยอมปล่อยให้แสนรักเทียวส่งข้าวส่งน้ำให้ผัวเก่าแบบนี้ ให้มันทำต่อไปจนกว่าจะเหนื่อยเดี๋ยวมันก็หมดแรงทำไปเอง

วิ่งตามสิ่งที่ไม่มีคำตอบอยู่ปลายทางน่ะ ยังไงสักวันมันก็ต้องจบอยู่ดี คนมันหมดใจไปแล้วก็เหมือนเราพยายามอยู่ฝ่ายเดียว

แต่ของแบบนี้ต้องให้คนทำมันรู้สึกท้อไปเอง ไปพูดกล่อมประสาทยังไงตอนนี้มันก็ยังไม่ซึมเข้าสมองหรอก

“ฉันก็แค่อยากจะคุยกับเขาอีกสักครั้ง” แสนรักพึมพำเสียงเศร้า แววตาที่เคยแจ่มใสหม่นหมองเพราะพิษรักที่กำลังกัดกร่อนหัวใจจนไม่เหลือชิ้นดี “อย่างน้อยก็อยากจะรู้ว่าเรื่องของเรามันเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ตอนไหน”

ทุกวันนี้พอฟ้าเริ่มมืดความทรมานยิ่งทวีคูณหลายเท่า แสนรักไม่สามารถหลับได้เต็มตา สมองมันเอาแต่นึกถึงเรื่องระหว่างเราที่ผ่านมา พื้นที่ทุกตารางนิ้วมันมีแต่ภาพทรงจำของเขาและเธออยู่เต็มไปหมด

มันคงเป็นเรื่องยากที่เธอจะก้าวข้ามผ่านมันได้

“แกฟังฉัน” เพื่อนชายใจเป็นหญิงวางมือบนบ่าคนช้ำรักแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คนจะไปมันยกเหตุผลขี้หมูขี้หมาขึ้นมาได้ทั้งนั้นแหละ ที่เขาบอกแกว่าลืมตาตื่นมาแล้วความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมนั่นน่ะ เหตุผลมันโคตรปัญญาอ่อนเลยนะเว้ย”

“แต่คุณหมื่นบอกว่าเขารำคาญที่ฉันขี้บ่น จู้จี้จุกจิก”

ไม่ใช่ว่าแสนรักไม่รู้ คำอ้างที่ชานนท์หยิบยกขึ้นมามันก็ฟังไม่ขึ้นจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอติดใจตรงส่วนนี้ด้วย

“ฉันพร้อมจะปรับปรุงตัวไงแก ถ้าเจอกันฉันจะบอกเขา บางทีมันอาจจะเป็นไปได้...ก็ได้”

“งั้นลองเอาเครื่องนี้โทรดู เผื่อพี่หมื่นของแกมันจะยอมรับถ้าเป็นเบอร์แปลก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป