บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

ท่ามกลางความตึงเครียดของบ้านหลังใหญ่ เห็นทีจะมีเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนต่อสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปเลย วาจาที่เอ่ยลั่นออกไปของตนล้วนถือเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดใครก็ไม่อาจจะกล้าขัดคำสั่งได้

 “ถ้าแกไม่แต่งก็อย่ามาเรียกฉันว่าแม่”

 “ทำไมผมต้องแต่ง คุณแม่มีเหตุผลอะไรผู้หญิงคนนี้เสนอตัวเองชัด ๆ” กรวิชญ์ วิริยะศิลาชัย ชายหนุ่มวัยสามสิบปี ใบหน้าหล่อเหลา สัดส่วนร่างกายแข็งแกร่งงดงามราวกับรูปปั้นไม่พอใจที่แม่เขาบังคับในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงที่นั่งแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยอยู่ตรงนี้เต็มใจแท้ ๆ

 “จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้วควรรับผิดชอบน้องซะ!”

 “แล้วแบบนี้ผมไม่ต้องรับผิดชอบทุกคนที่นอนด้วยเลยเหรอครับ”

 “ตากาย!”

 “ผมไม่แต่งยังไงผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด!”

 “ก็ลองดู แกก็รู้ว่าทุกวันนี้ที่พ่อแกรอดตายมาได้มันเป็นเพราะใคร!”

 “คุณป้าคะ ถ้าพี่กายเขาไม่อยากแต่งก็อย่าไปบังคับเข้าเลยดีกว่าค่ะ มันเป็นความผิดเนตรเอง” เนตรภัทรา กมลกร หญิงสาววัยยี่สิบสองที่ถูกครอบครัวของกรวิชญ์รับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เธออายุสิบห้าปีหลังจากสูญเสียบุตรคนอันเป็นที่รักเพียงคนเดียวไปเอ่ยขึ้นห้ามปราม

 “ตอแหล! แล้วอีกอย่างอย่ามาเรียกฉันว่าพี่!” ทว่าสิ่งที่เนตรภัทราแสดงออกมา กรวิชญ์ไม่ได้มองว่ามันมาจากความจริงใจของผู้หญิงคนนั้นเลย

 “ตากาย นั่นปากแกเหรอ! ทำไมถึงได้ดูถูกผู้หญิงแบบนี้”

 “สำหรับผู้หญิงคนนี้มันก็สมควรแล้วนี่ครับ เผลอ ๆ คำ ๆนี้มันยังน้อยไปซะด้วยซ้ำ!”

 “พูดไปก็คงจะไม่รู้เรื่อง ยังไงเรื่องแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น แกปฏิเสธไม่ได้กาย แกต้องทำตามที่แม่บอกเท่านั้น!” ลูกชายนางมันดื้อรั้นหัวชนฝา อีกอย่างรู้ดีว่าเจ้าตัวมันไม่มีใครจึงได้ตัดสินใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก

 “ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอม!”

 “แกก็เลือกเอาว่าจะแต่งงานกับเนตรหรือจะออกไปจากบ้านหลังนี้!” คำเด็ดขาดของคุณหญิงกัลยาทำให้กรวิชญ์ต้องตวัดสายตามองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

 นี่แม่เขาเอ่ยปากไล่ออกจากบ้านเพียงเพราะผู้หญิงคนนี้หรือ เนตรภัทราเอาอะไรไปเป่าหูแม่เขาถึงได้เป็นเอาถึงขนาดนี้!

 น่ารังเกียจผู้หญิงคนนี้ชะมัด!

 “แกเลือกเอากาย ถ้าแกเลือกที่จะไม่แต่งงานก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าแล้วออกไปจากบ้านหลังนี้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เงินแม้แต่แดงเดียวฉันก็จะไม่มีวันยกให้แก!”

 “คุณป้าคะ...เนตรว่าเรา”

 “พอเนตร นั่งอยู่เฉย ๆ ป้าไม่ยอมให้ลูกชายตัวเองทำเรื่องบัดสีแล้วไม่รับผิดชอบแบบนี้หรอกนะ”

 คนไม่มีทางเลือกอยากกรวิชญ์ได้แต่นั่งคิดไม่ตก แววตาก็อาฆาตขนาดที่ว่าอยากจะฆ่าผู้หญิงตรงหน้านี้ให้ตายไปซะ แต่ทว่ามันเป็นเพียงแค่ความคิดจะให้ทำก็กลัวบาปเหมือนกัน

 “งั้นก็ตามใจคุณแม่ แล้วผมจะทำให้ผู้หญิงตอแหลคนนี้ดูว่านรกที่แท้จริงมันเป็นยังไง!” เขารู้ว่าไม่มีทางปฏิเสธคำมารดาได้แน่นอน เช่นนั้นหากต้องการก็จะกระทำให้! คอยดูเถอะ เขาจะสร้างนรกขุมที่ลึกที่สุดขึ้นมาให้ผู้หญิงคนนี้!

 หลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือนงานแต่งงานระหว่างกรวิชญ์และเนตรภัทราก็ถูกจัดขึ้น งานมิได้ใหญ่โตสมฐานะเพราะเจ้าบ่าวไม่ยินยอมให้เป็นแบบนั้น คนอย่างเนตรภัทราแค่มีงานแต่งแค่นี้ก็ถือเป็นบุญมากแล้ว หากมากกว่านี้เขาคงจำใจทำให้ไม่ลง!

 งานในช่วงเช้าทุกอย่างราบรื่นดีทุกประการมิได้มีส่วนไหนติดขัด ทว่าพอถึงงานเลี้ยงยามค่ำคืนสิ่งที่กรวิชญ์ทำก็แทบจะทำให้มารดาบิดาและเจ้าสาวในงานแทบจะกุมขมับเมื่อชายหนุ่มขนเอาเหล่าสาวพริตตี้มาเต้นกันอย่างออกรสออกชาติในงาน กว่าที่คุณหญิงกัลยาจะออกปากไล่ให้ยกโขยงกันออกไปก็เล่นเอาแทบเหงื่อตก

 ไม่นานก็ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอผู้หลักผู้ใหญ่ต่างพากันอวยพรคู่บ่าวสาวจำยอม เสร็จสิ้นก็จากไปปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่กันตามลำพัง ทว่าหลังจากที่ผู้ใหญ่ในงานออกไปได้ไม่นานกรวิชญ์ก็รีบเร่งจะสาวเท้าออกจากห้องนี้ทันทีแม้จะมีเสียงของเนตรภัทราห้ามเอาไว้

 “เธอคิดเหรอว่าฉันอยากจะนอนกับเธอ แค่ได้นั่งใกล้ยืนข้าง ๆ จับเนื้อต้องตัวกับเธอตอนนี้มันก็แทบสะอิดสะเอียนเต็มทนแล้ว!”

 “แต่มันเป็นธรรมเนียมนะคะ ยังไงคุณกายก็ออกไปไม่ได้”

 “คนอย่างเธอมันจะไปห้ามอะไรฉันได้ ชอบนักล่ะสินอนเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองแบบนี้ น่าสมเพช!”

 “เนตรไม่เคยคิดแบบนั้น เนตรไม่รู้เลยว่าคุณป้าจะจับให้เนตรแต่งงานกับคุณกาย”

 “ไม่รู้หรือเธอแกล้งโง่เนตร! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าที่เธอมาทอดกายให้ฉันว่ามันเป็นแผนของเธอ”

 “คืนนั้น...”

 “ฮึ! พูดไม่ออกล่ะสิเพราะสิ่งที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริง เชิญเธออยู่กับทะเบียนสมรสไปคนเดียวเถอะ นอนกอดมันให้เพียงพอเพราะเธอจะไม่มีวันได้หัวใจฉัน!” เท่านั้นเขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องนี้ทันที ไม่สนขนบธรรมเนียมประเพณีอะไรทั้งนั้น

 คนที่เดินเคว้งคว้างอยู่กลางห้องก็อดที่จะให้น้ำตาไหลออกมาไม่ได้ เมื่อเธอรับรู้แล้วว่าต่อให้พูดออกไปเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟังเหตุผลเธอ ความรักที่เธอมีให้เขามันไม่เคยแทรกแซงเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

 เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งมันก็เข้าไปไม่ถึง...

บทถัดไป