บทที่ 1 1
เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสลับกับเสียงลมหายใจที่ผ่านเครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ ภายในห้องผู้ป่วยวิกฤตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีเพียงความเงียบและกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อที่อบอวลชวนให้รู้สึกอึดอัด พริมาทรุดเข่าลงข้างเตียงคนไข้ สองมือบางกุมมืออันผอมแห้งและเต็มไปด้วยรอยเข็มสีเขียวคล้ำของพิมพาผู้เป็นแม่เอาไว้แนบอก น้ำตาไหลอาบสองแก้มไร้สีเลือด เธอซบหน้าลงกับหลังมือของมารดา ปล่อยให้ความเปียกชื้นของหยาดน้ำตาซึมผ่านผิวหนังเหี่ยวย่นที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ อีกต่อไป
ตลอดสามปีที่ผ่านมา พริมาทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลานอน เธอวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่เช้าตรู่จนดึกดื่นเพื่อหาเงินมารักษาอาการป่วยเรื้อรังของแม่ ร่างกายที่เคยสดใสของหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีบัดนี้ซูบผอมจนกระดูกไหปลาร้าโผล่นูน ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความหวังกลับหม่นแสงและบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืน
โชคชะตาพ่นพิษใส่ชีวิตของเธออย่างไม่มีวันจบสิ้น แพทย์เพิ่งเดินออกจากห้องไปหลังจากแจ้งข่าวร้ายว่าอาการของพิมพาทรุดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะแทรกซ้อน ระบบประสาทเริ่มล้มเหลว และจำเป็นต้องใช้ยาราคาแพงควบคู่กับการฟอกไตวันเว้นวันเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ ทว่าสิ่งที่ทำให้พริมาเหมือนถูกผลักลงเหวคือยอดค่ารักษาพยาบาลที่ค้างชำระอยู่ร่วมสามแสนบาท เงินเก็บก้อนสุดท้ายถูกถอนออกมาจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ทองหยองชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เป็นมรดกของพ่อเธอก็ตัดใจขายไปจนหมดแล้ว บัดนี้เธอไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัวคนเดียวกับหนี้สินรอบด้านที่พร้อมจะรุมทึ้งเธอให้ตายทั้งเป็น
เสียงประตูห้องเปิดออกช้าๆ ร่างของเจ้าหน้าที่แผนกการเงินก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ หล่อนแสดงสีหน้าลำบากใจแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา
"คุณพริมาคะ ทางโรงพยาบาลต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ แต่ยอดค้างชำระของคู่สัญญาแตะวงเงินสูงสุดที่ระบบจะผ่อนผันได้แล้ว หากภายในเวลาสี่โมงเย็นวันนี้ยังไม่มีการชำระยอดค้างหรือวางเงินประกันก้อนใหม่เพิ่ม ทางเราจำเป็นต้องขออนุมัติย้ายคุณพิมพาไปยังโรงพยาบาลรัฐบาลตามสิทธิ์การรักษาค่ะ"
พริมาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าหน้าที่ด้วยสายตาวิงวอน เธอพยายามเปล่งเสียงที่แหบพร่าออกไปอย่างยากลำบาก
"คุณคะ พริมขอเวลาอีกนิดเดียวได้ไหมคะ พริมกำลังติดต่อหาเงินอยู่จริงๆ ค่ะ ย้ายแม่ตอนนี้ไม่ได้นะคะ หมอบอกว่าแม่ยังวิกฤตอยู่ ถ้าเคลื่อนย้ายตอนนี้แม่อาจจะทนไม่ไหว"
"ทางเราเข้าใจความรู้สึกของคุณพริมานะคะ แต่เครื่องช่วยหายใจและห้องวิกฤตมีค่าใช้จ่ายรายวันสูงมาก หากไม่มีหลักประกัน ทางผู้บริหารไม่สามารถอนุมัติให้การรักษาดำเนินต่อไปได้จริงๆ ค่ะ หวังว่าคุณพริมาจะเข้าใจข้อจำกัดของพวกเรานะคะ"
เจ้าหน้าที่เอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความเด็ดขาดก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พริมาจมอยู่กับความมืดมิดที่ไร้ทางออก หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เธอซบหน้าลงกับตักของแม่ ร่างกายสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษามาตลอดชีวิตบัดนี้ไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับลมหายใจของแม่ เธอพร้อมจะแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งจิตวิญญาณของตัวเอง ขอเพียงแค่ให้แม่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
ในขณะที่พริมากำลังดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความทุกข์ เสียงรองเท้าส้นสูงราคาแพงที่กระทบกับพื้นแกรนิตก็ดังขึ้นหน้าห้องพัก ประตูไม้หรูหราถูกผลักเปิดออกกว้าง สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามสะกดสายตา คุณหญิงรัศมี ธนกิจโกศล เดินเข้ามาหยุดยืนตรงปลายเตียงคนไข้ เสื้อผ้าไหมสีแบล็กโอปอลสั่งตัดพิเศษและเครื่องเพชรเม็ดงามที่ประดับอยู่บนเรือนร่างขับเน้นให้หล่อนดูราวกับนางพญาที่หลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง ดวงตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายทศวรรษกวาดมองสภาพที่ทรุดโทรมของร่างอันซูบซีดของพริมาด้วยความเรียบนิ่ง
หล่อนไม่ได้มองพิมพาที่นอนพะงาบๆ อยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย สำหรับคุณหญิงรัศมี คนจนที่นอนป่วยใกล้ตายไม่มีราคาค่างวดพอให้ต้องเสียเวลาปรายตามอง สิ่งเดียวที่มีค่าในห้องนี้คือดวงชะตาของเด็กสาวที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าต่างหาก
"หมดหนทางแล้วใช่ไหมพริม" คุณหญิงรัศมีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าทรงพลัง
พริมาสะดุ้งตัวโยน เธอรีบเช็ดน้ำตาแล้วหันไปมองผู้มีพระคุณรายใหญ่ของครอบครัว พ่อของพริมาเคยเป็นคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของตระกูลธนกิจโกศลจนกระทั่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ คุณหญิงรัศมีจึงเคยให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเล่าเรียนของเธออยู่บ้างในอดีต แต่ทุกความช่วยเหลือล้วนมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ
"คุณหญิง พริมกราบละค่ะ พริมขอความกรุณาคุณหญิงช่วยเมตตาพริมอีกสักครั้งได้ไหมคะ พริมสัญญาว่าจะทำงานรับใช้ชดใช้หนี้สินให้คุณหญิงชั่วชีวิต จะไม่หนีไปไหนเลยค่ะ ขอแค่เงินสามแสนบาทมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ในตอนนี้ พริมกราบละค่ะ"
พริมาก้มลงกราบเท้าของคุณหญิงรัศมีจนหน้าผากสัมผัสกับปลายรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง เธอสะอื้นไห้จนตัวโยน ยอมลดทอนศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ลงจนหมดสิ้นเพื่อยื้อชีวิตแม่
คุณหญิงรัศมีก้มมองเด็กสาวที่แทบจะสยบอยู่แทบเท้าด้วยสายตาประเมินค่า หล่อนเหยียดยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะขยับเท้าถอยออกห่างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้คราบน้ำตาของพริมาเปรอะเปื้อนรองเท้าคู่โปรด
