บทที่ 6 6

หลังจากมื้ออาหารเช้าผ่านพ้นไปด้วยความอึดอัด กานต์ธรและคุณหญิงรัศมีก็เดินทางออกจากคฤหาสน์ไปทำงานและทำธุระส่วนตัว ทิ้งให้พริมาเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่นี้เพียงลำพัง หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หน้าจอร้าวขึ้นมาต่อสายตรงถึงโรงพยาบาลเพื่อสอบถามอาการของมารดาด้วยความกระวนกระวายใจ

​"สวัสดีค่ะดิฉันพริมาขอเรียนสายพยาบาลเจ้าของไข้คุณพิมพาค่ะ"

​            พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อมีคนรับสาย

​"รอสักครู่นะคะคุณพริมา"

​            เจ้าหน้าที่พยาบาลตอบกลับมาก่อนจะแจ้งรายละเอียดอาการของพิมพา

​"ตอนนี้คนไข้ได้รับการย้ายเข้าห้องไอซียูพิเศษและได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเรียบร้อยแล้วค่ะ สัญญาณชีพจรค่อนข้างคงที่และการฟอกไตผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ เบื้องต้นยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลนะคะ คุณหญิงรัศมีได้จัดการวางเงินประกันและเคลียร์ยอดค้างชำระทั้งหมดให้เรียบร้อยแล้วค่ะ"

​พริมาเอามือปิดปากแน่น หยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกและตื้นตันพรูไหลออกมาเป็นทางยาว เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมหลังบ้านอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่าหัวใจที่เคยเหี่ยวเฉากลับได้รับน้ำหล่อเลี้ยงขึ้นมาอีกครั้ง

​            "ขอบคุณมากนะคะคุณพยาบาล ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"

​พริมาละล่ำละลักบอกกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสายไป

​            แม้ชีวิตของเธอต้องตกลงสู่ขุมนรกและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนหมดสิ้น ทว่าผลลัพธ์ของมันคือชีวิตของแม่ได้รับการยื้อเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย เพียงเท่านี้พริมาก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดทั้งหมดที่เธอต้องเผชิญในบ้านหลังนี้มันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน เธอพร้อมจะยอมทนรับความทรมานใจทุกรูปแบบเพื่อรักษารอยยิ้มและลมหายใจของแม่เอาไว้ให้นานที่สุด

​ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงอีกครั้งพร้อมกับสายลมแรงที่พัดกิ่งไม้ใหญ่จนสั่นไหว พริมาได้รับมอบหมายงานใหม่จากป้าอบให้ขึ้นไปทำความสะอาดห้องสมุดขนาดใหญ่ที่อยู่ชั้นสองของคฤหาสน์ ห้องสมุดแห่งนี้เต็มไปด้วยหนังสือโบราณและชั้นไม้สักสูงตระหง่านที่มีฝุ่นละอองจับหนาเนื่องจากไม่มีใครเข้าไปใช้งานมาเป็นเวลานาน

​หญิงสาวพยายามพาร่างกายอันอ่อนล้าก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นในมือถือถังน้ำและผ้าขี้ริ้วหลายผืน เธอเริ่มปัดกวาดฝุ่นละอองและเช็ดทำความสะอาดชั้นไม้ทีละช่องอย่างตั้งใจ ทุกย่างก้าวช่างยากลำบากเนื่องจากแรงกายที่เริ่มหมดลงไปทุกที ศีรษะของเธอเริ่มหมุนติ้วและดวงตาพร่าเลือนเป็นระยะ ทว่าเธอก็กัดฟันสู้เพื่อทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา

​ในขณะที่พริมากำลังใช้บันไดไม้พาดปีนขึ้นไปเช็ดทำความสะอาดชั้นหนังสือชั้นสูงสุด ร่างสูงของกานต์ธรที่เดินทางกลับเข้ามาในคฤหาสน์ก่อนเวลาเพื่อมาหยิบเอกสารสำคัญก็เดินผ่านมาทางห้องสมุดพอดี ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างบางที่อยู่บนบันไดไม้สูงเฉียดเพดาน ร่างกายของเธอดูโงนเงนไปมาคล้ายกับคนไม่มีแรง

​            กานต์ธรขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกขัดใจในท่าทางอ่อนแอของเธอ เขาเตรียมจะเดินผ่านไปทว่าเสียงบันไดไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดผิดปกติกลับทำให้เขาต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง

​            พริมาวิงเวียนศีรษะจนภาพตรงหน้ากลายเป็นสีดำมืดมิด มือบางปล่อยหลุดจากขอบชั้นหนังสือ ร่างกายของเธอเสียหลักเอียงล้มลงมาจากบันไดไม้สูงทันที

​            "พริม!"

​กานต์ธรร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สัญชาตญาณในกายสั่งให้เขากระโจนเข้าไปรับร่างของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันเวลาก่อนที่เธอจะร่วงกระแทกกับพื้นหินอ่อนหนาด้านล่าง

​            ร่างบางที่เบาหวิวราวกับขนนกตกลงมาสู่อ้อมแขนกว้างของชายหนุ่ม แรงกระแทกส่งผลให้กานต์ธรต้องถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อทรงตัว สองแขนแกร่งกอดรัดร่างของพริมาเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานของเธอซีดเผือดไร้สีเลือดและดวงตาคู่สวยปิดสนิทไปแล้ว ลมหายใจที่แผ่วเบาของเธอเป่ารดตรงซอกคอของเขาทำให้หัวใจของกานต์ธรกระตุกรัวด้วยความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง

​"นี่เธอแกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉันหรือไงพริม ตื่นขึ้นมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้"

​กานต์ธรตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความกังวลเอาไว้ข้างใน ทว่าร่างในอ้อมแขนกลับยังคงนิ่งสนิทไม่มีการตอบสนองใดๆ มีเพียงไอร้อนจากร่างกายของเธอที่แผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสกับผิวกายของเขาชี้ชัดว่าเธอกำลังเป็นไข้สูงมาก

​ชายหนุ่มอุ้มพริมาแล้วก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขาบนชั้นสามอย่างรวดเร็ว เขาวางร่างบางลงบนเตียงนอนหนานุ่มสีดำสนิทของตนเองอย่างแผ่วเบาอย่างที่เขาไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน กานต์ธรยืนจ้องมองใบหน้าหวานยามหลับใหลที่ดูไร้เดียงสาและเปราะบางราวกับแก้วน้ำใสที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อเมื่อสัมผัสแรงๆ ความรู้สึกสับสนปนเปกันระหว่างความโกรธ ความเกลียดชัง และความรู้สึกผิดที่อธิบายไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของชายหนุ่มใจร้าย

​เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าผากมนของพริมาเบาๆ ก่อนจะรีบชักมือกลับทันทีเมื่อพบว่าอุณหภูมิในร่างกายของเธอร้อนจัดราวกับเปลวไฟ กานต์ธรขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ เขาเดินไปกดปุ่มอินเตอร์คอมเพื่อสั่งงานป้าอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

​            "ป้าอบ เอาอ่างใส่น้ำและผ้าขนหนูขึ้นมาบนห้องของผมด่วนที่สุด พริมเป็นไข้สูงและหมดสติไป"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป