บทที่ 8 8
พายุฝนภายนอกคฤหาสน์ธนกิจโกศลยังคงกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด เสียงสายฝนซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างดังระงมราวกับต้องการจะกลบเสียงร้องไห้ของพริมาที่แอบซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ หลังจากอาการไข้เริ่มทุเลาลงเพราะยาราคาแพงที่กานต์ธรให้ป้าอบหามาให้ พริมาก็ถูกผลักไสกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายทันที ร่างกายของเธอยังคงอ่อนล้าและอ่อนแรง ทว่าหน้าที่ทาสรับใช้สะเดาะเคราะห์กลับบังคับให้เธอต้องลุกขึ้นพยุงตัวก้าวเดินไปทำงานบ้านสารพัดอย่างไม่มีสิทธิ์อิดออด
วันเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกานต์ธรยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มยังคงปฏิบัติกับเธอราวกับว่าเธอเป็นสิ่งของสกปรกที่ถูกซื้อมาด้วยเงินตรา ทุกครั้งที่สบตากัน มีเพียงความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกคู่นั้น ทว่าพริมาก็เลือกที่จะใช้ความเงียบเป็นเกราะป้องกันตนเอง เธอรู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ตามที่หลุดจากปากคนจนอย่างเธอ ย่อมไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่นคลอนความเชื่ออันอคติของเขาได้เลย
บ่ายวันนั้น ในขณะที่พริมากำลังเช็ดทำความสะอาดตู้กระจกโบราณในห้องโถงใหญ่ เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของคุณหญิงรัศมีก็ดังลั่นลงมาจากชั้นสองของบ้าน คนรับใช้ทุกคนในคฤหาสน์รวมถึงป้าอบต่างพากันวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ พริมาที่ถือผ้าเช็ดฝุ่นอยู่ในมือก็จำต้องเดินตามขึ้นไปด้วยความหวั่นใจลึกๆ
"ใครเป็นคนเข้ามาทำความสะอาดห้องนอนของฉันเมื่อเช้า"
คุณหญิงรัศมีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทว่าเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ หล่อนยืนอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้งหรูหราที่ลิ้นชักถูกดึงออกมากระจัดกระจาย
"เมื่อเช้าพริมเป็นคนเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูค่ะคุณหญิง"
ป้าอบเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านพลันปรายตาดูพริมาที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด
"เป็นแกจริงๆ ด้วยพริม"
คุณหญิงรัศมีตวาดลั่นพลางก้าวเท้าเข้ามาชี้หน้าพริมาด้วยความโกรธจัด
"สร้อยเพชรบลูแซฟไฟร์มรดกประจำตระกูลของฉันหายไป สร้อยเส้นนั้นราคามากกว่าสิบล้านบาท และมันตั้งอยู่ในกล่องกำมะหยี่บนโต๊ะเครื่องแป้งใบนี้มาตลอดจนกระทั่งแกเข้าไปทำงานเมื่อเช้า บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าแกเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"พริมไม่ได้เอาไปนะคะคุณหญิง เมื่อเช้าพริมเข้าไปเช็ดฝุ่นตามปกติจริงๆ ค่ะ พริมไม่ได้แตะต้องกล่องกำมะหยี่หรือข้าวของมีค่าของคุณหญิงเลยแม้แต่ชิ้นเดียวค่ะ พริมสาบานได้ค่ะ"
"อย่ามาเล่นละครน้ำเน่าต่อหน้าฉันนะพริมา คนจนๆ อย่างพวกแกพอเห็นเงินเห็นของมีค่าเข้าหน่อย สันดานหัวขโมยมันก็ผุดขึ้นมาทันที ยอมรับมาซะดีๆ ว่าแกเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน หรือว่าแกเอาไปแอบส่งให้ญาติข้างนอกไปขายเพื่อเอาเงินมารักษาแม่ของแกแล้ว"
คุณหญิงรัศมีถามเค้นด้วยถ้อยคำถากถางกรีดลึก
"พริมไม่ได้ทำจริงๆ ค่ะคุณหญิง พริมอาจจะยากจนและต้องการเงินมากก็จริง แต่พริมไม่เคยคิดจะลักขโมยของของใครเด็ดขาดค่ะ ขอคุณหญิงโปรดเชื่อพริมด้วยนะคะ"
พริมาคุกเข่าลงกับพื้นห้อง พยายามยกมือไหว้อ้อนวอนขอความยุติธรรม น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงเผาะลงบนพื้นพรมราคาแพง ทว่าคุณหญิงรัศมีกลับไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย หล่อนหันไปสั่งป้าอบและคนรับใช้คนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"ไปค้นห้องพักชั่วคราวของมันที่ชั้นล่าง ค้นกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของทุกชิ้นของมันให้ละเอียด ถ้ามันเอาไปซ่อนไว้จริงยังไงก็ต้องเจอ"
ป้าอบและคนใช้คนอื่นๆ รีบเดินลงไปทำตามคำสั่งทันที พริมาทำได้เพียงนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับพื้นห้องโถง เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่ทับอยู่ในอก ความอยุติธรรมที่กำลังเผชิญมันช่างหนักหน่วงเกินกว่าที่เด็กสาวธรรมดาอย่างเธอจะรับมือได้ไหว
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกานต์ธรก็ดังขึ้น ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากบริษัทก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ทันทีที่เขาได้รับสายรายงานจากป้าอบเรื่องสร้อยเพชรหาย เขาก็รีบขับรถฝ่าสายฝนกลับมาทันที แววตาคู่คมกริบของกานต์ธรจับจ้องมาที่ร่างของพริมาที่นอนกองอยู่บนพื้นห้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธแค้น
"เกิดอะไรขึ้นครับแม่"
กานต์ธรเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปพยุงมารดาให้นั่งลงบนโซฟา
"ก็นังตัวดีที่แม่ยอมรับเข้ามาสะเดาะเคราะห์ชะตากรรมให้ลูกไงล่ะกานต์ สร้อยเพชรบลูแซฟไฟร์มรดกของคุณยายหายไป และพริมมาเป็นคนเดียวที่เข้ามาในห้องของแม่เมื่อเช้า พอแม่ถาม มันก็ปฏิเสธเสียงแข็งท่าเดียว"
คุณหญิงรัศมีบ่นพร่ำด้วยความหงุดหงิดใจ
กานต์ธรหันกลับมามองพริมา ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ความเชื่อใจเพียงน้อยนิดที่เคยเกิดขึ้นในคืนที่เขาดูแลเธอพังทลายลงไปจนหมดสิ้นในพริบตา
"ฉันเคยเตือนเธอแล้วใช่ไหมพริม ว่าอย่าคิดเล่นตุกติกหรือสร้างความเดือดร้อนในบ้านหลังนี้ เงินหนึ่งล้านที่ฉันให้ไปยังไม่พออิ่มท้องอีกหรือไง ถึงต้องลดตัวมาเป็นหัวขโมยไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้"
กานต์ธรเค้นเสียงถามด้วยความโกรธจัดที่แฝงความตัดพ้อเอาไว้ลึกๆ
"พริมไม่ได้เอาไปจริงๆ ค่ะคุณกานต์ พริมไม่ได้ทำจริงๆ พริมขอร้องละค่ะ ช่วยเชื่อพริมสักครั้งเถอะนะคะ"
พริมาเอื้อมมือไปจับปลายขากางเกงสูทของเขาเพื่ออ้อนวอน ทว่ากานต์ธรกลับตวัดขาหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสจากเธอ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉันพริม ฉันเกลียดผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกที่สุด ยอมรับความจริงมาเดี๋ยวนี้ว่าเธอเอาสร้อยเพชรไปซ่อนไว้ที่ไหน ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจลากคอเธอเข้าคุก"
กานต์ธรตะคอกใส่เสียงดังลั่นห้องโถงจนคนใช้ทุกคนสะดุ้งสุดตัว
