บทที่ 9 9

ไม่กี่อึดใจต่อมา ป้าอบก็เดินกลับขึ้นมาพร้อมกับถือสร้อยเพชรบลูแซฟไฟร์ระยิบระยับอยู่ในมือ ใบหน้าของป้าอบซีดเผือดขณะยื่นสร้อยเส้นนั้นให้คุณหญิงรัศมีดู

​            "เจอแล้วค่ะคุณหญิง เจออยู่ในซอกกระเป๋าเดินทางใบเก่าของพริมที่ห้องพักด้านล่างค่ะ"

​คำรายงานนั้นเปรียบเสมือนอสุนีบาตที่ฟาดลงมากลางใจของพริมาอย่างจัง หญิงสาวเบิกตากว้างจ้องมองสร้อยเพชรในมือของป้าอบด้วยความรู้สึกชาวาไปหมดทั้งร่างกายนึกไม่ถึงเลยว่าของสิ่งนี้จะไปอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอได้อย่างไร นอกจากจะมีคนกลั่นแกล้งจงใจใส่ร้ายป้ายสีเธอเท่านั้น

​            "ไม่ใช่พริมนะคะ พริมไม่เคยเห็นสร้อยเส้นนี้มาก่อนจริงๆ ค่ะคุณกานต์ พริมถูกใส่ร้ายค่ะ มีคนเอามาใส่ไว้ในกระเป๋าของพริมจริงๆ นะคะ"

​พริมาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นอธิบายทั้งน้ำตา ทว่ากานต์ธรกลับคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบมหาศาลจนกระดูกข้อมือของเธอแทบจะหักคามือหนา

​            "หลักฐานคาตาขนาดนี้เธอยังกล้าปากแข็งปฏิเสธอีกเหรอพริม"

​กานต์ธรตวาดลั่น ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธแค้น

​"ฉันหลงคิดว่าเธอเป็นคนดีที่กตัญญู ยอมทนลำบากเพื่อแม่ แต่ที่แท้เธอมันก็แค่ผู้หญิงสิบแปดมงกุฎที่ใช้ความน่าสงสารมาบังหน้าเพื่อปอกลอกครอบครัวฉัน สันดานหัวขโมยมันอยู่ในสายเลือดของเธอจริงๆ สินะ"

​"พริมไม่ได้ทำ พริมไม่ได้ทำจริงๆ ค่ะคุณกานต์ พริมกราบละค่ะ ช่วยฟังพริมบ้าง"

​            พริมาสะอื้นไห้จนตัวโยน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดลึกและปวดใจลึกจนแทบจะทนไม่ไหว

​"กราบงั้นเหรอ ดี ถ้างั้นแกก็กราบเท้าคุณแม่ของฉันเพื่อขอโทษและสำนึกผิดเดี่ยวนี้เลยพริม กราบเท้าชดใช้ความผิดที่แกกล้าบังอาจขโมยของมีค่าในบ้านหลังนี้"

​            กานต์ธรเอ่ยสั่งเสียงกร้าวพลันลากร่างบางของพริมาให้ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าโซฟาที่คุณหญิงรัศมีนั่งอยู่

​"กราบเท้าคุณแม่เดี๋ยวนี้พริม ถ้าแกไม่ยอมทำตาม ฉันจะส่งแกเข้าคุกเดี๋ยวนี้ และเงินค่ารักษาพยาบาลของแม่แกทั้งหมดฉันจะระงับมันทันทีคอยดู"

​คำขู่สุดท้ายนั้นเหมือนมีดปลายแหลมที่แทงเข้าที่ขั้วหัวใจของพริมาจนลมหายใจสะดุดกึก ชีวิตของแม่คือจุดอ่อนเดียวที่เธอมี และกานต์ธรก็รู้ดีว่าต้องใช้จุดนี้เพื่อเหยียบย่ำบดขยี้เธอให้ราบคาบ พริมามองใบหน้าอันเย็นชาและไร้ความปราณีของชายหนุ่มสลับกับใบหน้าสะใจของคุณหญิงรัศมี หญิงสาวกลืนก้อนความสะอื้นลงคออย่างปวดร้าวสุดแสน ศักดิ์ศรีที่เธอเพียรรักษามันบัดนี้ไม่มีเหลือแม้แต่นิดเดียว

​            พริมาก้มหัวลงกราบกับพื้นพรมอันหรูหราหน้าเท้าของคุณหญิงรัศมี มือสองข้างพนมขึ้นไหว้สั่นเทาด้วยความจำยอมอย่างถึงที่สุด

​"พริมขอโทษค่ะคุณหญิง พริมขอโทษจริงๆ ค่ะ"

​พริมาเอ่ยคำขอโทษทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเปียกชื้นพื้นห้อง เธอต้องยอมรับความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเพื่อประคับประคองชีวิตของแม่เอาไว้ ความอัปยศอดสูครั้งนี้กรีดลึกในหัวใจจนเป็นแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีวันรักษาหาย

​            ในขณะที่พริมายังคงก้มกราบเท้าอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงดังระงมขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเดินไปหยิบเครื่องสื่อสารของพริมาขึ้นมากดรับสาย แต่อารมณ์โกรธที่ยังไม่มอดดับทำให้เขากรอกเสียงห้วนกลับไปทันที

​            "มีธุระอะไร"

​ปลายสายเงียบเสียงไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงของแพทย์เจ้าของไข้พิมพาจะดังลอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนและตื่นตระหนกจนกานต์ธรต้องชะงัก

​"ขอสายคุณพริมาด่วนที่สุดครับ ตอนนี้คุณพิมพามีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ทางทีมแพทย์กำลังทำซีพีอาร์ยื้อชีวิตอยู่ครับ แต่อาการวิกฤตมาก รบกวนญาติรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลด่วนที่สุดเพื่อตัดสินใจเรื่องการรักษาขั้นต่อไปครับ"

​คำพูดของแพทย์ดังชัดเจนในห้องโถงที่เงียบสงัด พริมาที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นพลันเบิกตากว้าง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมดทุกส่วนราวกับถูกแช่แข็ง หญิงสาวรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหากานต์ธรเพื่อจะคว้ารับโทรศัพท์มือถือของตนเองทันที

​"คุณกานต์คะ ส่งโทรศัพท์ให้พริมเถอะค่ะ พริมขอร้อง แม่ของพริม แม่พริมเกิดอะไรขึ้นคะ"

​            พริมาละล่ำละลักถามทั้งน้ำตาไหลพรูด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต

​            กานต์ธรจ้องมองท่าทางตื่นตระหนกของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและคลาแคลงใจ ชายหนุ่มแค่นยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะกดวางสายและเก็บโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองทันที

​            "แกล้งละครบีบน้ำตาเรื่องแม่ของเธอเพื่อจะหนีความผิดงั้นเหรอพริม คิดว่าแผนการตื้นๆ แบบนี้จะทำให้ฉันหลงเชื่อจนยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรือไง"

​"พริมไม่ได้แกล้งทำนะคะคุณกานต์ เมื่อกี้คุณหมอก็พูดอยู่ชัดๆ ว่าแม่พริมหัวใจหยุดเต้น พริมต้องไปหาแม่ค่ะ พริมกราบละค่ะคุณกานต์ ปล่อยพริมไปเถอะนะคะ พริมต้องไปหาแม่จริงๆ"

​พริมาทรุดตัวลงกอดขาชายหนุ่มร้องไห้โฮจนแทบขาดใจ เสียงกรีดร้องของเธอบีบหัวใจคนฟังทว่ากลับไม่อาจละลายน้ำแข็งในหัวใจของกานต์ธรได้เลย

​            "ไม่มีการอนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้นพริม จนกว่าเธอจะเซ็นเอกสารสารภาพความผิดเรื่องขโมยของและคืนค่าเสียหายทั้งหมดมา และห้ามโทรศัพท์ติดต่อใครเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเตี๊ยมแผนการกับคนนอก"

​กานต์ธรเอ่ยสั่งเสียงกร้าวพลันลากร่างบางของพริมาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเก็บของใต้หลังคาที่ชั้นสามทันที

​            "ปล่อยพริมนะคะคุณกานต์ ปล่อยพริม พริมต้องไปหาแม่ แม่กำลังจะตายพริมกราบละค่ะ ปล่อยพริมเถอะ"

​            พริมาพยายามดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต มือบางจิกข่วนแขนแกร่งของเขาจนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว ทว่ากานต์ธรกลับไม่สนใจความเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย เขาลากเธอเข้าไปในห้องเก็บของมืดๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง ก่อนจะผลักร่างบางล้มลงกระแทกกับพื้นปูนแข็งอย่างไร้ความปราณี ชายหนุ่มหมุนตัวปิดประตูไม้หนาและจัดการลงกลอนล็อกจากด้านนอกทันที

​"ปล่อยพริมออกไปเถอะค่ะคุณกานต์ พริมขอร้องละค่ะ แม่พริมรอพริมอยู่ ปล่อยพริมออกไปที"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป