บทที่ 3 บอกความต้องการ

บทที่3

บอกความต้องการ

สามวันต่อมา

ร่างบางกลับขึ้นมาบนรถที่เธอใช้สำหรับถ่ายละครหรือออกงานอีเว้นท์ต่างๆของเธอโดยมีผู้จัดการส่วนตัวเดินขึ้นมาตามหลังและมานั่งยังเบาะข้างๆ

“เหนื่อยมั้ยคะคนสวยของเจ้” เอกกี้หรือเอกพลผู้จัดการหนุ่มร่างกำยำที่มีจิตใจนุ่มนิ่มอ่อนโยนราวกับผู้หญิงแท้ๆถามนักแสดงในสังกัดที่เขาดูแลอยู่ด้วยความเป็นห่วง

ผู้จัดการหนุ่มยื่นน้ำเปล่าเย็นๆให้เด็กสาวที่เขาดูแลด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปบอกคนขับรถเร่งแอร์เย็นๆให้เธออีกที

“ไม่ค่ะ หนักกว่านี้พวกเราก็ลุยกันมาแล้วนี่คะ ขอบคุณเจ้ที่ดูแลหนูมาอย่างดีนะ” ฟ้าใสตอบกลับเธอส่งยิ้มให้ผู้จัดการคู่บุญของเธออย่างรู้สึกขอบคุณเพราะถ้าไม่ใช่พี่เอกกี้คนนี้ที่เห็นความสามารถบางอย่างในตัวเธอ

เธอก็คงไม่มีโอกาสเข้ามาเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวและโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้หรอก

วันนี้เธอมาร่วมงานปิดกล้องละครเรื่องใหม่ของเธอและร่วมรับประทานอาหารกับทีมงานและนักแสดงที่ทำงานร่วมกันมานานหลายเดือน

โชคดีที่วันนี้เธอไม่มีงานต่อที่ไหนทำให้เธอมีเวลาในช่วงเย็นและเธอคิดว่าจะเข้าไปพูดคุยเรื่องการหมั้นกับชายหนุ่มอีกคนที่เธอยังคงคิดไม่ออกว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่

สามวันที่ผ่านมาเธอทำงานจนแทบไม่ได้พัก ได้แต่โทรไปปรึกษาวีน่าเพื่อนของเธอและพยายามช่วยกันคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะชอบอะไรและต้องการอะไรนอกจากเงินและของมีค่าเธอก็นึกอะไรไม่ออกแล้วทำให้เธอคิดว่าควรจะเข้าไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องและถามตรงๆอีกสักรอบจะดีกว่า

“วันนี้ไม่มีงานต่อแล้ว ลูกสาวจะไปไหนต่อมั้ยคะ เจ้จะได้ไปส่ง”

“เจ้ไปส่งหนูที่คอนโดเลยก็ได้ค่ะ พอดีหนูรู้สึกเพลียๆอยากพักผ่อน” หญิงสาวจำต้องโกหกผู้จัดการเพราะเธอไม่อยากให้พี่เอกกี้รู้เรื่องที่เธอจะไปพูดคุยยกเลิกการหมั้นกับชายหนุ่มอีกคน

หากพี่เอกกี้รู้ต้องห้ามไม่ให้เธอออกไปไหนมาไหนคนเดียวแน่นอนเพราะช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงที่ละครอีกเรื่องกำลังจะออนแอร์หากเกิดมีคนเห็นเธอไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นก็คงดูไม่ดีเท่าไหร่

แม้ตัวเธอไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ตัวเองมากมายแต่ถ้าหากเป็นเรื่องงานและอาจทำให้คนที่หวังดีกับเธอไม่สบายใจเธอก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงโดยที่ไม่บอกจะดีกว่าแต่เธอก็จะพยายามระมัดระวังตัวให้ดีที่สุด

“ได้ค่ะ…ไหนให้เจ้ดูซิ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เอกกี้จับใบหน้าเด็กสาวด้วยความทะนุถนอมมาดูใกล้ๆเพราะกลัวว่าเด็กสาวที่ตัวเองรักเหมือนน้องสาวแท้ๆจะไม่สบายหนัก

“หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะเจ้ แค่เหนื่อยๆ”

“โอเคจ้ะ งั้นกลับไปพักผ่อนกันดีกว่าเนอะ” เอกกี้ขยับไปบอกคนขับรถไปตามจุดหมายที่เด็กสาวต้องการโดยที่เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็กตารางงานต่างๆต่อเพราะกลัวว่าจะมีคิวไหนตกหล่น

ทำให้ฟ้าใสที่มองอยู่อมยิ้มเธอชอบพี่เอกกี้ก็ตรงนี้แหละเพราะนอกจากอีกฝ่ายจะดูแลเธอเป็นอย่างดีแล้วยังมีความรับผิดชอบต่องานมากๆด้วย

เมื่อพี่เอกกี้มาส่งเธอที่คอนโดเรียบร้อยเจ้าตัวก็ขอกลับเลยเพราะมีงานต้องไปดูแลนักแสดงหน้าใหม่ที่เจ้าตัวพึ่งรับเข้ามาดูแลต่อ

ซึ่งพอรถอีกฝ่ายขับออกไปจนลับสายตาฟ้าใสก็รีบกลับขึ้นคอนโดไปเปลี่ยนชุดให้มีความทะมัดทะแมงมากขึ้น

เธอเลือกสวมกางเกงยีนส์ขายาวแบรนด์ดังกับเสื้อครอปแขนสั้นพอดีตัวโดยที่ไม่ลืมหยิบหมวกและหน้ากากอนามัยมาใส่ปิดบังใบหน้าด้วย

เธอไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยจริงๆแต่สถานที่ที่เธอจะไปมันคงไม่เหมาะหากจะมีคนเจอเธอ ยิ่งเป็นช่วงละครใกล้ออนแอร์แบบนี้เธอต้องระวังเป็นพิเศษเพราะมันไม่ได้ส่งผลแค่ตัวเธอแต่มันอาจรวมถึงผู้ใหญ่ทางช่องที่ให้โอกาสและหวังดีกับเธอด้วย

หากเป็นช่วงที่เธอไม่มีงานเธอก็จะใช้ชีวิตสบายมากกว่านี้เพราะไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์อะไรมากมายแต่ก็มีแฟนคลับหลายคนที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนงานแสดงของเธอเสมอโดยที่ไม่สนใจชีวิตส่วนตัวว่าเธอจะมีภาพลักษณ์เป็นแบบไหนซึ่งจุดนี้เธอก็ต้องขอบคุณแฟนคลับเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

ผับหรู T-Night

หลังจากขับรถออกจากคอนโดด้วยตัวเองตอนนี้หญิงสาวก็มาถึงผับขนาดใหญ่ที่กำลังจะเปิดให้บริการในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

โชคดีที่เธอมาในช่วงที่ไม่มีคนพลุ่กพล่านมากนักทำให้เธอไม่ต้องระมัดระวังตัวมากเพราะบุคคลที่เธอเห็นส่วนมากจะเป็นลูกน้องของเจ้าของผับซึ่งเธอคิดว่าคนเหล่านี้คงไม่ดูละครที่เธอเล่นหรอก

“หยุดก่อน มาหาใคร”

ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าราบเรียบไม่เป็นมิตรเขาช่างคัดลูกน้องมาเหมือนตัวเองจริงๆ ฟ้าใสได้แต่ยืนนึกคิดไปถึงเจ้าของผับหน้าดุที่เธอเจอเมื่อสามวันก่อน

“มาหาคุณไนท์” ร่างบางตอบกลับเสียงนิ่งไม่ต่างกันเธอมองไปรอบๆทางเข้าผับที่มีชายชุดดำยืนกันเต็มด้วยความหวาดหวั่นไม่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้เพราะไม่ว่ายังไงวันนี้เธอต้องได้พูดคุยตกลงกับเขาให้รู้เรื่อง

“ถอดหมวก ถอดหน้ากากอนามัยออกด้วย”

พรึบ!

ฟ้าใสจำต้องถอดทุกอย่างออกตามที่ชายร่างโตบอกเพราะเธอไม่อยากมาเสียเวลาตอบคำถามอะไรมากมายอยู่แบบนี้

“ใครมาวะ!”

หญิงสาวเหลือบสายตาไปมองยังเสียงทุ้มด้านหลังเมื่อพบว่าเป็นชายหนุ่มที่เธอเห็นเขายืนประกบเจ้านายตัวเองไม่ห่างทำให้เธอยืนนิ่งๆรอชายหนุ่มคนนั้นเดินออกมาเพราะเธอคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะจดจำเธอได้

“เธอมาขอพบนายครับเฮีย”

“สวัสดีค่ะ ฉันมาพบคุณไนท์ตามที่เขาบอกให้มา” ฟ้าใสชิงพูดกับชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่ก่อนที่ชายร่างโตจะได้พูดอะไรออกไปยืดยาว

“คุณฟ้าใส” ทิมมือขวาคนสนิทของไนท์เรียกชื่อหญิงสาวแผ่วเบาเพราะเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าเธอจะมายืนอยู่ตรงนี้และยังมาคนเดียวด้วย

เขาจดจำเธอได้และรู้ด้วยว่าเธอเป็นดารานักแสดงหญิงชื่อดังและเธอยังพ่วงตำแหน่งว่าที่คู่หมั้นของเจ้านายเขาด้วย

“คุณไนท์อยู่มั้ยคะ”

“อยู่ครับ คุณฟ้าใสเชิญด้านในก่อน ผมขอไปรายงานเจ้านายให้ทราบก่อนนะครับ”

“ค่ะ” เธอเดินตามชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดูสุภาพกว่าทุกคนเข้าไปด้านในก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆโซนที่เธอยืนอยู่และดูเหมือนว่าข้างบนนั้นจะเป็นห้องทำงานของเจ้าของผับเพราะเธอเห็นชายหนุ่มคนนั้นหายเข้าไป

ภายในห้องทำงาน

“นายครับ คุณฟ้าใสมาขอพบครับ” ทิมรายงานเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งตรวจเอกสารที่เยอะพอสมควรโดยมีไทป์ลูกน้องคนสนิทอีกคนช่วยเคลียร์เอกสารอยู่ไม่ไกล

“หึ มาแล้วงั้นเหรอ” ร่างสูงวางปากกาลงเขาแสยะยิ้มอย่างพอใจก่อนจะยกมือมาลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆเหมือนคนกำลังครุ่นคิดแผนการอะไรบางอย่างในใจ

“ให้เธอขึ้นมาพบเลยมั้ยครับ”

“อืม” ร่างสูงพยักหน้าก่อนจะหันไปบอกให้ไทป์มือซ้ายคนสนิทออกไปจากห้องพร้อมกับทิมที่กำลังไปตามหญิงสาวอีกคนขึ้นมาพบเขา

ชายหนุ่มหลุบตามองเอกสารแต่ในใจไม่ได้นึกถึงงานเหล่านี้สักนิดเขากำลังคิดหาวิธีตะล่อมเหยื่ออยู่ต่างหากเพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าเธอจะยอมให้ในสิ่งที่เขาต้องการหรือเปล่า

ก๊อกๆ

“เข้ามา” ชายหนุ่มยกยิ้มเมื่อคนที่เขารอพบได้เดินเข้ามาภายในห้องทำงานและเขาดูออกว่าเธอกำลังประหม่าและตื่นตระหนกไม่น้อย

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยท่าทีปกติเพราะถึงยังไงเขาก็อายุมากกว่าเธอหลายปี

“อืม นั่งสิ” ไนท์พยักหน้าก่อนจะมองสำรวจเธออย่างแนบเนียน วันนี้ร่างบางไม่ได้สวมใส่ชุดเดรสรัดรูปเหมือนกับวันนั้นแต่ไม่ว่าเธอจะอยู่ในชุดแบบไหนเธอก็ยังดูสวยและดึงดูดสายตาเขาได้เสมอ

ถ้าหากเขาถูกใจแล้วล่ะก็ ยังไงก็ต้องทำให้เธอมานอนอยู่ใต้ร่างเขาสักครั้งให้ได้เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เขาทำมันได้สำเร็จก็เหมือนเป็นการปลดล๊อกความรู้สึกหงุดหงิดในใจให้หายไป ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ

สองปีที่เขาต้องหงุดหงิดกับความรู้สึกอยากได้แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้มา มันทำให้เขาหัวเสียไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้ทุกอย่างจะดูเป็นใจให้เขาได้เหยื่อตัวน้อยที่เขาจ้องจะงาบมาครอบครองอย่างง่ายดายขนาดนี้

“ฉันกลับไปคิดมาแล้ว แต่ไม่รู้จริงๆว่าจะให้อะไรกับคุณ ถึงจะทำให้คุณพอใจ” เธอเปิดปากพูดอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจับจ้องเธอนานเกินไปจนรู้สึกร้อนๆหนาวๆชอบกล

“อยากรู้มั้ยล่ะ”

“อยากค่ะ ถ้าฉันให้คุณได้ฉันก็ยินดีเพราะฉันอยากให้เรื่องการหมั้นของเราจบสิ้นสักที” เธอบอกความต้องการอย่างไม่คิดปิดปังเพราะเธอไม่อยากหมั้นหมายกับคนอันตรายแบบเขา ชีวิตเธอควรได้อยู่แบบสงบสุขมากกว่าต้องมาคอยหวาดระแวงแบบนี้

“หึ แน่ใจว่าให้ได้” ไนท์ยังคงพูดจาเรียบเรื่อยไม่ทุกข์ร้อนไปกับสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะอึดอัดใจจนแทบบ้า

“ค่ะ” ฟ้าใสตอบกลับอย่างจริงจัง

“ร่างกายของเธอ ให้ฉันได้มั้ยล่ะ” ไนท์กระตุกยิ้มแววตาของเขามันลุ่มลึกจนอีกฝ่ายต้องรีบลุกจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

กึก!

“คุณว่าไงนะคะ!” เธอทวนถามเขาอีกรอบอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ก็พอรู้นะว่าเขามันเจ้าเล่ห์ไว้ใจไม่ได้แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะหน้าด้านและน่ารังเกียจขนาดนี้

“นอนกับฉันสักครั้งและทุกอย่างที่เธอต้องการฉันจะทำให้”

“ไม่มีทาง! คุณมันน่ารังเกียจที่สุด” ฟ้าใสตะโกนใส่หน้าด้วยความโมโหเธอโกรธมากจนเนื้อตัวสั่นไปหมดแต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีโกรธเคืองของเธอ และครั้งนี้ประกายตาของเขามันดำมืดลงจนเธอเริ่มหวาดระแวง

“หึ คิดดูดีๆ ก็แล้วกันว่าจะนอนกับฉันแค่ครั้งเดียวหรือจะนอนกับฉันไปตลอดชีวิต”

“ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้อยากจะหมั้นกับฉันอยู่แล้ว อย่ามาหลอกล่อฉันซะให้ยาก” เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดีและเธอไม่คิดจะเชื่อในคำพูดของเขาเลยสักนิด

“ไม่อยากหมั้นก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะหมั้นไม่ได้และถ้าฉันได้หมั้นแล้วล่ะก็เธอจะไม่มีทางเลือกอีกต่อไป…”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป