บทที่ 6 ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
บทที่6
ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
ภายในรถ
หญิงสาวยังคงนั่งกำหมัดแน่นไม่ยอมปล่อย คำพูดที่เธอได้ยินมาเกือบครึ่งชีวิตมันกำลังเกาะกินหัวใจเธอแม้ว่าจะพยายามเมินเฉยไม่สนใจแต่ลึกๆเธอยอมรับว่าตัวเองยังคงเจ็บปวด
เธอเหม่อมองออกไปนอกรถโดยที่ไม่ได้พูดคุยหรือหันหน้ามามองชายหนุ่มอีกคนที่กำลังมองมือเล็กๆของเธอที่ยังคงกำแน่นอยู่แบบนั้นตั้งแต่ขึ้นรถมา
เขาได้ยินทุกคำสนทนาของคนพวกนั้นที่ต่อว่าและดูถูกเธอ เขาเองก็พึ่งรู้ว่าเธอไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัวนี้แม้จะได้ยินทุกอย่างแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเก็บมาใส่ใจหรือต้องยื่นมือเข้าไปช่วย
อีกอย่างหญิงสาวที่เขาเคยเห็นเธอในโหมดน่ารักสดใส ตอนนี้เธอได้กลายเป็นคนเข้มแข็งและเธอก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อว่าเพียงระยะเวลาแค่สองปีที่เขาไม่ได้เจอเธอจะทำให้เธอเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้คงเพราะคนรอบข้างหล่อหลอมให้เธอเป็นแบบนี้สินะ
เมื่อมาถึงคอนโดร่างบางรีบหันหน้าไปขอบคุณเขาก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไปอย่างรวดเร็วซึ่งไนท์เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะสิ่งที่เขาต้องการจากเธอเขาได้มันมาแล้วไม่มีความจำเป็นที่ต้องหลอกล่อเอาอะไรจากเธออีก...
หลายวันต่อมา
ตั้งแต่กลับจากบ้านใหญ่และคนเจ้าเล่ห์มาส่งเธอที่คอนโดในวันนั้นเขาก็หายเงียบไปเลยมันทำให้เธอหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาหน่อย
เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาวุ่นวายหรือกดดันให้เธอไม่สบายใจอีก
ส่วนเรื่องการหมั้นเธอคิดว่าครอบครัวเขาน่าจะไม่กล้าบังคับลูกชายถึงยอมปล่อยให้เรื่องเงียบไปซึ่งมันเป็นผลดีกับเธอที่ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อยกเลิกการหมั้นหมายด้วยตัวเองอีกแล้ว
“วันนี้ดูอารมณ์ดีนะ”
“มีเรื่องสบายใจนิดหน่อยค่ะเจ้ ว่าแต่วันนี้มีงานต่อมั้ยคะ”
“ไม่มีแล้วจ้ะ”
“งั้นไปทานข้าวกันมั้ยคะ เจ้มีธุระต่อหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ ออกไปทานข้าวกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน เหนื่อยกันมาหลายวันแล้ว”
ฟ้าใสระบายยิ้มด้วยความร่าเริงสดใสเพราะวันนี้ช่างเป็นวันที่ดีของเธอจริงๆไม่มีอะไรมากวนใจ อีกทั้งงานทุกอย่างก็ราบรื่นผ่านไปได้ด้วยดี
เธอเดินไปควงแขนผู้จัดการอย่างอารมณ์ดีจนเอกกี้ต้องหัวเราะออกมาเพราะนานๆทีจะเห็นเด็กสาวในโหมดนี้คงมีเรื่องที่ทำให้สบายใจจริงๆสินะ
เมื่อทั้งสองคนมาถึงร้านอาหารก็มีแฟนละครหลายคนเข้ามาขอถ่ายรูปซึ่งฟ้าใสก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอยินดีแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาส่วนตัวก็ตามแต่พอเห็นแฟนคลับที่ติดตามผลงานชื่นชมและชอบการแสดงของเธอแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มด้วยความสุขใจ
เธอถ่ายรูปกับแฟนคลับหลายคนจนเอกกี้ต้องเข้ามาขอตัวเธอไปเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ทานข้าวกันพอดี
“ละครเรื่องนี้ลูกสาวปังมาก”
“ก็ได้ผู้จัดการเก่งๆแบบพี่เอกกี้คอยช่วยดูแลนี่คะ จะไม่ปังได้เหรอ” เธอหยอกล้อกับผู้จัดการด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีเพราะที่เธอก้าวเข้ามาสู่การแสดงละครได้ก็เพราะมีผู้จัดการเก่งๆเนี่ยแหละ
ตอนนั้นเธอยังเป็นนางแบบถ่ายปกนิตยสารและรับงานโฆษณาอยู่เลยภาพลักษณ์ของเธอจากการถ่ายแบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทำให้คนเข้าใจผิดและโจมตีเธอค่อนข้างมากเพราะคนเหล่านั้นดูเธอแค่เพียงภายนอกหาว่าเธอถอดเสื้อผ้าถ่ายจริงบ้างล่ะเป็นเด็กเลี้ยงของตากล้องบ้างล่ะและอีกมากมายสารพัดที่กล่าวหาเธอ การอยู่ในวงการแบบนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆนะ
แต่พี่เอกกี้กลับไม่สนใจและไม่เชื่อข่าวเสียหายพวกนั้นเพราะเจ้าตัวอยู่ในวงการมาหลายปีรู้ดีว่าการเขียนข่าวแย่ๆแบบนั้นมันจะอยู่ในกระแสทำให้คนสนใจ
เจ้าตัวมาทาบทามเธอไปเป็นเด็กในสังกัดช่วยดูแลเธอดึงศักยภาพและความสามารถของเธอออกมาให้คนอื่นได้เห็นจนกระทั่งข่าวเสียๆหายๆพวกนั้นได้ทยอยเงียบหายไปเองและตอนนี้เธอก็โด่งดังขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ
“วันนี้ทานเยอะได้ค่ะ ปิดกล้องละครแล้วเจ้ให้หนูตามใจปากได้หนึ่งวัน”
“วันเดียวเองเหรอคะ” เธอทำหน้าอ้อนๆเพราะกว่าเธอจะได้กินของอร่อยๆแบบไม่ต้องควบคุมน้ำหนักเป็นอะไรที่ยากมาก
“หึ สองวันก็ได้ค่ะ แต่ต้องออกกำลังกายนะคะ”
“เจ้น่ารักที่สุดเลย” ฟ้าใสเอื้อมมือไปหยิกแก้มผู้จัดการด้วยท่าทีน่าเอ็นดู
“อย่ามาจับแก้มเจ้ ขนลุกแล้วเนี่ยเห็นมั้ย”
“ต้องเป็นผู้ชายหล่อๆแบบนายแบบคนนั้นหรือเปล่าถึงจะจับได้” เธอว่ายิ้มๆก่อนจะหรี่ตาจับผิดผู้จัดการส่วนตัวอย่างรู้ทัน
“อุ้ยตายแล้ว พูดอะไรของเราเนี่ย เจ้เขินนะ” เมื่ออยู่เฉพาะคนกันเองเอกกี้ก็จะออกอาการมากเป็นพิเศษเขาบิดตัวไปมาด้วยความขัดเขินเมื่อโดนเด็กสาวรู้ทัน
ทำให้ฟ้าใสได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่ถึงแบบนั้นเธอก็ระบายยิ้มด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งอีกฝ่ายให้ขัดเขินได้เธออยู่กับพี่เอกกี้มานานจนไม่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้จัดการแล้วเธอรู้สึกเหมือนมีแม่และมีพี่สาวคอยดูแลใกล้ๆตลอดเวลา
แม้ว่าร่างกายอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายแต่หัวใจของพี่เอกกี้กลับอ่อนโยนและอบอุ่นมากกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงแท้ๆด้วยซ้ำ
ทั้งสองคนทานข้าวและพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆโดยที่พักเรื่องงานเอาไว้จะได้เป็นการพักผ่อนสมองและจิตใจไปด้วยซึ่งฟ้าใสรู้สึกมีความสุขมากอีกหนึ่งวัน กระทั่งทั้งสองคนทานข้าวเรียบร้อยพี่เอกกี้ก็มาส่งเธอที่คอนโดตามปกติ
หญิงสาวเดินเข้าห้องด้วยความอารมณ์ดีก่อนจะไปสะดุดกับปฏิทินที่เธอตั้งเอาไว้บนโต๊ะเพื่อเขียนตารางงานบางส่วนและก็เขียนรอบเดือนตัวเองเอาไว้ด้วย
“ทำไมเดือนนี้ยังไม่มานะ” เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะปกติรอบเดือนของเธอจะมาตรงทุกเดือนไม่เคยขาดหายไปสักเดือน
“หรือว่าเราจะเครียดและทำงานหนักเกินไป” เธอพูดกับตัวเองก่อนจะละสายตาจากตรงนั้นและเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนตามปกติเพราะเธอคิดว่าอีกไม่นานรอบเดือนก็คงมา
หญิงสาวล้มตัวลงนอนด้วยความสบายใจก่อนจะหลับไปอย่างง่ายดายเพราะวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้เธอต้องอารมณ์เสียยิ่งคนที่บ้านใหญ่เงียบหายไปเธอก็ยิ่งรู้สึกโล่งใจ…
ฟ้าใสยังคงมาทำงานตามปกติของเธอทั้งงานละครเรื่องใหม่และงานถ่ายโฆษณาที่เธอรับเอาไว้เธอทำงานอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์จนกระทั่งเข้าสัปดาห์ที่สองที่เธอรู้สึกใจคอไม่ดีเพราะถึงตอนนี้รอบเดือนของเธอยังคงไม่มา
มันเกือบจะเข้าเดือนที่สองแล้วเธอคิดว่าต้องมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายเธออย่างแน่นอนมันทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจจนต้องขับรถมาตรวจยังโรงพยาบาล
และตอนนี้เธอกำลังนั่งรอผลตรวจด้วยใจที่เต้นแรงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไรหรือเปล่าถ้าหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายมันอาจส่งผลกับงานของเธอได้
“คุณฟ้าใสเชิญด้านในค่ะ” พยาบาลออกมาเรียกทำให้เธอหลุดจากภวังค์โชคดีที่เธอขอรับการตรวจแบบส่วนตัวหน่อยเพราะไม่อยากเป็นข่าว
อีกอย่างเรื่องที่เธอมาตรวจร่างกายพี่เอกกี้ก็ไม่รู้หากข่าวหลุดออกไปก็คงจะต้องตอบคำถามมากมายสู้มาตรวจเงียบๆด้วยตัวเองจะดีกว่า
“ร่างกายฉันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ” เธอถามคุณหมอด้วยจิตใจที่ไม่สงบนักยิ่งเห็นคุณหมอเปิดเอกสารการตรวจเพื่อบอกรายละเอียดเธอก็ยิ่งหวาดหวั่นจนต้องนั่งกุมมือเย็นเฉียบตัวเองเอาไว้
“ไม่ได้ผิดปกติอะไรหรอกค่ะ ที่รอบเดือนคุณไม่มาเพราะว่าตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วนะคะ”
“วะ..ว่าไงนะคะ” ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างไม่อยากจะเชื่อ
หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างหนักซ้ำมือยังสั่นเทาไม่ต่างจากน้ำเสียงของเธอที่มันสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้เพราะตอนนี้เธอกำลังรู้สึกช็อกกับเรื่องราวที่พึ่งรับรู้
“คุณฟ้าใสตั้งครรภ์ค่ะ ยินดีกับว่าที่คุณแม่ด้วยนะคะ”
“ไม่จริง” เธอยังคงพึมพำอย่างแผ่วเบาเพราะตอนนี้สมองของเธอขาวโพลนไปหมดรวมถึงหูของเธอก็อื้อไปด้วยไม่รู้ตัวแม้กระทั่งคุณหมอยื่นผลตรวจมาให้เธอได้ดูอีกครั้ง
“จะฝากครรภ์เลยมั้ยคะ”
“มะ...ไม่ค่ะ ฉันขอตัวกลับก่อน” เธอปฏิเสธเสียงสั่นเพราะตอนนี้สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมันได้เกิดขึ้นแล้วเธอไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างมันจะออกมาเป็นแบบนี้
ไม่คิดเลยจริงๆว่าเธอจะท้องกับผู้ชายร้ายกาจคนนั้นเขากลายมาเป็นพ่อของลูกเธออย่างไม่ทันตั้งตัวและเธอก็ไม่เต็มใจให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นด้วย
เธอควรจะทำยังไงต่อไปดียิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริงเพราะในเมื่อวันนั้นเขาเองก็ป้องกันกับเธอเป็นอย่างดี
หรือว่ามันมีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้ำคราบคาวที่ปนกับเลือดเธอในวันนั้นอาจจะไม่ใช่น้ำของเธอทั้งหมด
หญิงสาวเดินเหม่อลอยออกไปอย่างคนไม่มีสติเธอครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและห่อเหี่ยว เธอพยายามนึกคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะตอนนี้เรื่องราวในวันนั้นมันกำลังจะทำให้ชีวิตที่กำลังรุ่งของเธอเปลี่ยนไป…
