บทที่ 13 เป็นห่วง

“อืม ขอฉันงีบสักสิบนาทีนะ” คลินท์พูดจบก็หลับตาลงด้วยความเพลียเพราะเขาทำงานบนเครื่องทำให้ร่างกายอ่อนล้าและรู้สึกมึนๆปวดหัว เทอรี่ปล่อยให้เจ้านายพักสายตาไปจนถึงโรงพยาบาลก่อนจะปลุก

“คุณคลินท์ครับ ถึงโรงพยาบาลแล้วครับ”

“อืม ค่อยยังชั่วแต่ปวดหัวว่ะเดี๋ยวต้องขอยาหมอกินสักหน่อย” คลินท์สะบัดศีรษะไปมาเพื่อให้สมองตื่นจากการหลับไหลก่อนจะลงจากรถขึ้นไปบนห้องพักฟื้นของคุณยายที่อยู่ชั้นสิบตามที่ได้ถามต้นห้องของหม่อมยายตอนลงจากเครื่อง

กลุ่มหนุ่มฝรั่งร่างใหญ่นับสิบคนเดินเข้าไปในโรงพยาบาลทำให้คนไข้หมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแตกตื่นปกติโรงพยาบาลแห่งนี้ก็มีคนไข้ต่างชาติมากพอกับคนไข้ในกรุงเทพที่มีกำลังพอที่จะจ่ายค่ารักษาที่แพงแต่คุ้มค่าทั้งบริการการเอาใจใส่จากแพทย์เฉพาะทางที่เพียงพอต่อคนไข้ แต่นี่เหมือนมาเฟียจะมาถล่มโรงพยาบาลทั้งที่คลินท์บอกให้ทุกคนถอดเสื้อสูทออกไปแล้วก็ยังโดดเด่นแล้วเดินตามกันไปที่ลิฟต์จนถึงห้องพักคุณยายคลินท์เคาะประตูเบาๆแล้วเปิดเข้าไป

“สวัสดีครับป้าสายหม่อมยายเป็นยังบ้างครับ” คลินท์มองหม่อมยายที่นอนหลับอยู่บนเตียงท่านดูผอมลงไปมากทั้งที่เดือนก่อนเข้าเยี่ยมท่านหม่อยายยังแข็งแรงอยู่เลยและสวมกอดป้าสายที่เป็นญาติของหม่อมยาย

“สวัสดีค่ะคุณนาย หม่อมท่านดีขึ้นแล้วค่ะ ก่อนจะหลับก็เพิ่งคุยกับคุณหญิงค่ะ” ป้าสายรายงานคุณนายของแกแล้วกอดตอบอย่างรกใคร่เพราะได้เลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะจนอายุครบขวบก็ไปอยู่อเมริกาและไปมาระหว่างเมืองไทยบ่อยๆในช่วงซัมเมอร์

“ผมขอไปคุยกับหมอเจ้าของไข้ก่อนนะครับ ถ้าหม่อมยายตื่นป้าสายโทรหาผมด้วยนะครับ” คลินท์บอกต้นห้องของหม่อมยายก่อนจะให้คนของเขาลงไปหากาแฟดื่มที่ชั้นล่างเหลือเทอรี่กับบอดี้การ์ดอีกคนแล้วเดินตามพยาบาลไปที่ห้องคุณหมอเจ้าของไข้

“คุณหมอคะ มิสเตอร์คลินท์ มาแล้วค่ะ” พยาบาลใบหม่อน พยาบาลคู่ใจคุณหมอน้อยหรือคุณหมอกรองกาญเคาะประตูเบาๆแล้วเปิดออกบอกเจ้านายและเชิญญาติคนไข้เข้าไปในห้องทำงานของคุณหมอ

“สวัสดีครับคุณหมอ” คลินท์ยกมือไหว้คุณหมอสาวใหญ่วัยกลางคน

“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะคุณคลินท์”

“ผมอยากรู้อาการของหม่อมย่าครับว่าท่านเป็นมากน้อยแค่ไหน” ถึงแม้ต้นห้องของคุณยายและเพื่อนรักจะบอกแต่คลินท์ก็อยากได้ยินจากคุณหมอให้ชัดเจน

“คนไข้โชคดีที่กระดูกร้าวเป็นรอยเล็กไม่ถึงขั้นแตกหักการรักษาก็ประมาณสองสามเดือนกระดูกก็จะสมานกันเหมือนเดิมไม่ต้องผ่าตัดแต่ต้องอยู่ดูอาการก่อนหนึ่งสัปดาห์และเอ็กซ์เรย์อีกครั้งตอนที่รอยช้ำหายหากคนไข้ไม่เจ็บหรือเป็นแค่รอยร้าวเหมือนที่หมอเจอตั้งแต่แรกคนไข้กลับบ้านได้ค่ะแต่คนดูแลต้องระวังอย่าให้ล้มอีกไม่งั้นกระดูกที่ร้าวอยู่อาจจะแตกหักได้เพราะคนไข้อายุเยอะโครงสร้างกระดูกก็เปราะบางค่ะ” คุณหมอบอกอาการของคนไข้ให้ฟังอย่างละเอียดคนแก่ส่วนมากก็จะมีหลายโรคทั้งความดันเบาหวานแต่หม่อมท่านเป็นแค่ความดันเบาหวานถูกควบคุบอยู่ในเกณฑ์ปกติ

“ขอบคุณมากครับ ผมรบกวนคุณหมอจัดพยาบาลพิเศษให้ดูแลหม่อมยายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะครับ” คลินท์ไม่อยากให้หม่อมยายคลาดสายตาและคิดว่าจะต้องจ้างพยาบาลประจำตัวให้ท่านตามไปดูแลที่บ้านเพราะป้าสายก็แก่แล้วจะดูแลกันไม่ไหว

“เมื่อวานคุณเหมมาคุยกับหมอแล้วค่ะ คุณคลินท์ไม่ต้องห่วงค่ะทางโรงพยาบาลจะดูแลคนไข้อย่างดีที่สุดค่ะ” คุณหมอเข้าใจญาติคนไข้ทุกคนต้องเป็นห่วงและอยากมอบแต่สิ่งที่ดีให้คนที่รัก

“ขอบคุณมากครับคุณหมอ ผมขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ” คลินท์ขอบคุณคุณหมอก่อนจะขอตัวไปดูหม่อมยายว่าท่านตื่นหรือยัง

“สวัสดีคะคุณคลินท์ ต้องการอะไรก็แจ้งพยาบาลได้เลยนะคะ ไม่งั้นก็แจ้งหมอโดยตรงได้ค่ะ” คุณหมอวัยกลางคนมองตามหลังหนุ่มฝรั่งรูปหล่อแล้วนึกเสียดายหากเธออายุน้อยกว่านี้สักหน่อยจะจีบมาเป็นพ่อของลูกเลยเชียว

“คุณหมอยิ้มอะไรคะ” พยาบาลใบหม่อนถามคุณหมอน้อยใจดีของคนไข้ที่นั่งยิ้ม

“สาวแก่อย่างหมอเห็นหนุ่มแล้วมันกระชุ่มกระชวยทำให้อยากกลับไปเป็นสาวอีกครั้งน่ะสิคุณใบหม่อน คิกๆคิกๆ..” คุณหมอและคุณพยาบาลก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“คุณหมอยังไม่แก่เลยค่ะ แต่คุณคลินท์เขาอายุน้อยกว่าเท่านั้นเองค่ะ แต่หล่อๆอย่างนี้เก็บไว้เป็นหลานเขยก็ได้นะคะ” พยาบาลใบหม่อนแซวคุณหมอก่อนจะหอบเอาแฟ้มรายงานของคนไข้ออกไปรอคุณหมอที่จะออกไปตรวจคนไข้

“โอ้ย อย่าเลยรายนั้นเขาสนผู้ชายที่ไหนล่ะ หมอยังกลัวอยู่เลยว่าจะเป็นทอมหรือเปล่า” คุณหมอพูดถึงหลานสาวอย่างขำๆก่อนจะเดินตามพยาบาลออกไปตรวจอาการคนไข้

คลินท์คุยกับคุณหมอเสร็จก็พอใจที่คุณยายได้รับการดูแลอย่างดีจากหมอและพยาบาลสมกับค่ารักษาที่แพงหูฉี่ ก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องพักของหม่อมยายและท่านก็ตื่นพอดี

“สวัสดีครับหม่อมยาย” ร่างสูงใหญ่เดินไปกราบที่อกหม่อมยายก่อนจะหอมแก้มท่านทั้งสองข้าง

“สวัสดีจ้ะตานาย แตกตื่นกันไปได้ยายไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยลูก” คุณยายลูบแขนลูบไหล่หลานชายเพราะหมอไม่ให้ท่านขยับมากกลัวว่ารอยร้าวจะปริโชคดีที่ท่านรูปร่างท้วมสมบูรณ์และร่างกายแข็งแรงจึงมีเนื้อหนังรองรับก่อนจะถึงกระดูก

“นี่ยังเป็นไม่มากอีกเหรอครับหม่อมยาย หากหม่อมยายออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ผมจะจ้างพยาบาลประจำตัวให้ไปดูแลหม่อมยายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยครับ” คนเป็นหลานพูดกับยายด้วยความเป็นห่วงเพราะเขากับแม่และน้องชายอยู่ไกลไม่สามารดูแลท่านได้ตลอดเวลา

“ไม่ไหวมั้งลูก แค่แม่สายคนเดียวยายยังเบื่อเลย ไอ้ที่ชอบก็ไม่ให้กินให้กินแต่ไอ้ที่ไม่ชอบ หากได้พยาบาลมาอีกคนยายคงเหลือแต่กระดูกแน่ๆ” หม่อมอุ๋มพูดแล้วค้อนต้นห้องที่เคร่งครัดเรื่องอาหารของท่านเพราะต้องดูแลทั้งเรื่องน้ำตาลไขมันความดันและอื่นๆ

“โถ..หม่อมขาแล้วสายห้ามได้มั้ยล่ะคะ หม่อมขอเพิ่มตลอด” คลินท์อมยิ้มมองหม่อมยายกับต้นห้องเถียงกันเหมือนเด็กๆ

“มาถึงกันเหนื่อยๆก็พากันไปพักกันเถอะลูก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมยายนะ ที่นี่มีทั้งแม่สายและพยาบาลเดินตรวจกันทั้งคืนยายอยู่กับหมอแล้วไม่มีอะไรหรอก” หม่อมอุ๋มเห็นหลานชายตาปรือจึงบอกให้ไปพักเพราะท่านไม่ได้เป็นอะไรมากตอนนี้ก็เกือบห้าโมงเย็นแล้วจึงบอกหลานชายให้ไปพักผ่อน

“ครับคุณยาย พรุ่งนี้ผมจะมาแต่เช้าครับ” คลินท์ยอมกลับไปพักเพราะไม่อยากให้คุณยายรู้ว่าเขาไม่สบายกลัวท่านจะเป็นห่วงกังวนจึงกลับบ้านตามที่ท่านบอก

“แวะให้หมอตรวจหน่อยมั้ยครับคุณคลินท์” เทอรี่ถามเจ้านายเมื่อเห็นคลินท์สะบัดศีรษะไปมา

“ไม่เป็นไรนายไปสั่งยาให้หน่อยว่าปวดหัวข้างเดียว ฉันจะไปรอที่รถ” คลินท์พูดแล้วก็เดินไปที่รถมีบอดี้การ์ดเดินเป็นครึ่งวงกลมตาไปอย่างกระชั้นชิดจนเขาชิน

เทอรี่ยืนเกาศีรษะก่อนจะเดินไปหาพยาบาลแล้วบอกอาการของเจ้านายให้ฟังก่อนพยาบาลจะพาเขาเข้าไปให้หมอตรวจ

“อ้าว คุณเป็นอะไรมีอาการยังไงบ้างคะ” คุณหมอน้อยเห็นหนุ่มฝรั่งที่เดินตามคลินท์มานั่งตรงหน้าก็ถามอาการ

“คือ ว่าผมไม่ได้เป็นอะไรครับแต่คุณคลินท์ปวดหัวครับ พอดีท่านทำงานตลอดการเดินทางจึงทำให้เครียดและปวดหัวครับ ผมก็เลยมาขอยาแก้ปวดหัวครับ” เทอรี่บอกคุณหมอน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป