บทที่ 14 เอาใจคนแก่

“ที่จริงมันก็ผิดนะคะหากหมอจะจ่ายยาให้คนไข้โดยไม่ตรวจอาการ เอาอย่างนี้ละกัน หมอจะให้ยาพาราเซตาม่อนไปกินก่อนหากอาการไม่ทุเลาให้มาหาหมอนะคะ” คุณหมอน้อยบอกลูกน้องของคนไข้ที่พยักหน้าพราะมันจริงอย่างที่คุณหมอพูด

“ได้ครับคุณหมอ” เทอรี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องถูกหมอตรวจร่างกายหาอาการไม่สบายของเจ้านายก่อนจะเดินตามพยาบาลไปที่ช่องจ่ายยารอไม่ถึงห้านาทีเทอรี่ก็ใด้ยาให้เจ้านายแล้วไม่เสียเงินพยาบาลบอกว่าคุณหมอจะรวมค่ายากับของหม่อมยายอุ๋ม แล้วเดินไปที่รถพาเจ้านายกลับบ้านเพราะวังเจ้านายสมัยก่อนยกให้ทางราชการเป็นพิพิธพันธ์พร้อมของสะสมของมีค่ามากมายนับพันกว่าชิ้นที่หายากและประเมินค่าไม่ได้ในสมัยก่อนที่สืบทอดมาถึงทายาทองค์สุดท้ายของราชสกุลขัตติยะสกุลและสร้างบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยและบ้านหลังเล็กและตึกสองชั้นให้บริวาลอยู่อาศัยและล้มหายตายจากไปบ้างออกไปแต่งงานบ้างจึงเหลือแต่คนเก่าคนแก่ที่ไม่ยอมไปไหนอยู่รับใช้ทดแทนบุญคุณกันต่อไป

ส่วนรัตติยากรก็พาคุณยายแวะห้างสรรพสิค้าหรูกลางกรุงของลูกสะใภ้เพื่อซื้อของเยี่ยมไข้เพื่อนรักสองยายหลานเดินเลือกซื้อผลไม้สดและให้จัดกระเช้าอย่างสวยงามก่อนจะไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงินเมื่อยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานรูดก่อนจะมองชื่อนามสกุลของลูกค้าก็มองหน้าคุณเพ็ญนภาอย่างสงสัยว่าทำไมนามสกุลเดียวกับเจ้านายที่เป็นลูกสาวคนเล็กของห้าง

“พี่คะ” รัตติยากรเรียกพนักงานเบาๆ

“เอ่อ..ขอโทษค่ะคุณลูกค้า” มือของพนักงานสาวสั่นเล็กน้อยเมื่อยื่นสลีปให้คุณยายเซ็นชื่อแล้วนึกออกว่าเคยเห็นออกงานการกุศลและเป็นแม่ยายของเจ้านาย

“ขอบใจนะหนู” คุณเพ็ญนภายิ้มให้พนักงานแล้วเดินออกไปกับหลานสาวที่เข็นรถกระเช้าผลไม้ไปที่รถโดยไม่รบกวนพนักงานให้เข็นไปส่ง

พอคล้อยหลังสองยายหลานไปแล้วพนักงานก็หันไปเมาท์กับเพื่อนว่าแม่ยายของเจ้านายมาซื้อของและไม่ถือตัวเลยยืนต่อแถวคิดเงินเหมือนคนอื่นไม่เบ่งใช้สิทธิ์แม่ยายเจ้านายคนเล็กผิดกับเพื่อนๆหรือญาติๆของเจ้านายที่มักจะเอาชื่อเจ้านายทั้งหลายมาอ้างเพื่อขอสิทธิ์โน่นนี่ตลอด

“รถมันจะติดไปไหนเนี่ย” เสียงหวานบ่นเบาๆเพราะรถติดขยับไปทีละนิดเพราะห้างหรูรถเข้าออกเยอะมันก็ติดเป็นปกติสกว่าสองยายหลานจะฝ่ารถติดไปถึงโรงพยาบาลก็ห้าโมงกว่าแล้ว

“ถึงซะที” คุณเพ็ญนภาพูดเบาๆท่านเบื่อกรุงเทพก็ไอ้ตอนรถติดนี่แหละถ้าไม่ได้ไปไหนก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าออกมานอกบ้านเมื่อไหร่ก็ทำใจไว้ก่อนและเผื่อเวลารถติดที่เชียงรายจะติดก็แต่งในเมืองถือว่าธรรมดามาก

รัตติยากรลงจากรถเมื่อเจ้าหน้าที่รปภ.คนที่ยืนคุมตรงตู้รับบัตรเห็นทะเบียนรถของเธอก็ยกมือทำความเคารพเดินนำไปจอดรถในช่องของผู้บริหารและช่วยยกกระเช้าให้คุณหนูไปส่งถึงห้องพักคนป่วย

“สวัสดีค่ะคุณเพ็ญ เชิญค่ะ” ต้นห้องของหม่อมก็นำรปภ.ที่หิ้วกระเช้ามาส่งไปวางที่โต้ะมุมห้อง

“สวัสดีจ้ะคุณสาย สวัสดีหม่อมเป็นยังไงบ้างจ้ะ” คุณเพ็ญนภาเดินไปหาเพื่อนที่เตียงและถามอาการ

“สวัสดีจ้ะเพ็ญ ขอบใจมากที่มาเยี่ยมเรายังดีที่กระดูกแข็งไม่งั้นเราคงนอนเป็นผักแน่ เฮ้อ แก่ตัวไปร่างกาย

มันก็ถดถอยนะเพ็ญ” หม่อมอุ๋มบ่นเรื่องความแก่แล้วยิ้ม

“เธอโชคดีนะหม่อม คราวหน้าก็ระวังบ้างสิแล้วนี่คุณหญิงรู้หรือยังล่ะ” คุณเพ็ญถามถึงลูกสาวของเพื่อนรักที่อยู่ที่อเมริกาเป็นส่วนใหญ่

“แม่สายเค้าโทรรายงานทุกคนนั่นแหละ หญิงอ้อมไม่สบายก็ให้ตานายมาดูก่อนหายแล้วถึงจะตามมา เราบอกไม่เป็นอะไรมากไม่ต้องมาก็ไม่ชื่อกัน แล้วนั่นเอาอะไรมาเยอะแยะล่ะเพ็ญ แค่เธอมาเราก็ดีใจแล้ว” หม่อมอุ๋มเกรงใจเพื่อนรักที่หิ้วกระเช้ามาฝาก

“ก็ผลไม้ของโปรดเธอนั่นแหละจ้ะ เออ ว่าถึงหลานชายของหม่อมนี่โตๆกันหมดแล้วเนาะ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เจอกันเกือบสิบปีเลยนะหม่อม” คุณเพ็ญถามถึงหลายชายทั้งสองของหม่อมที่เคยเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยและตอนนี้ก็ไม่ได้เจอกันนานมากคงจำกันไม่ได้แล้วล่ะ

“เราเพิ่งไล่กลับบ้านไปก่อนหน้าเธอนี่เอง เพิ่งเดินทางมาถึงก็เลยไปนอนพักก่อนน่ะ แล้วเธอมายังไงเนี่ยเพ็ญ” หม่อมถามเพื่อนอย่างเป็นห่วงเพราะแก่ๆกันแล้วจะไปไหนมาไหนก็ต้องมีคนติดตามคอยดูแล

“เรามากันยัยลูกหว้านะ เดี๋ยวคงตามมาจ้ะ” หลานสาวขอแวะเข้าห้องน้ำก่อนท่านจึงเดินมาก่อน

“ดีแล้วไปไหนมาไหนเธอก็ระวังหน่อยอย่าลืมพาเด็กไปด้วยล่ะ” หม่อมอุ๋มก็ห่วงเพื่อนเหมือนกัน

“ขอบใจจ้ะ แล้วหมอว่ายังไงบ้างล่ะ” สองสาวสูงวัยคุยกันเบาๆถึงอาการบาดเจ็บและการรักษาก่อนเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนรัตติยากรจะโผล่หน้าเข้ามาแล้วยกมือไหว้คนแกทั้งสองคน

“สวัสดีค่ะหม่อมยาย คุณป้าสาย”

“สวัสดีหลาน ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียวหนูลูกหว้าสวยจนยายจำไม่ได้เลยนะ ดูสิแม่สายแม่หนูลูกหว้าสวยเหมือนที่ฉันพูดมั้ย” หม่อมอุ๋มไม่ได้เจอหลานสาวของเพื่อก็ตั้งแต่รัตติยากรไปเรียนที่เชียงรายก็เลยไม่ได้เจอ

“สวยจริงๆค่ะหม่อม ถ้าเจอกันข้างนอกสายจำไม่ได้แน่ๆค่ะ” ต้นห้องเห็นด้วยกับเจ้านายเมื่อก่อนว่ารัตติยากรสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาแต่ตอนนี้สวยเป็นสาวสะพรั่งรูปร่างสูงเพรียวอวบอิ่มอกเอวสะโพกสมส่วนเป็นดารานางแบบได้สบาย

“ขอบคุณค่ะหม่อมยาย คุณป้าสาย คุณยายยังว่าหว้าเป็นลูกเป็ดขี้เหล่เลยค่ะ”

“ไม่จริงจ้ะ ยายเพ็ญของหนูสายตาไม่ดีน่ะสิหลานหนูลูกหว้าสวยน่ารักขนาดนี้เธอยังว่าหลานเป็นลูกเป็ดอีกเหรอเพ็ญ”

“อยู่ที่เชียงรายตัวดำปี๋เลยนะหม่อม วิ่งเล่นกลางไร่ยังกะเด็กๆไม่มีห่วงสวยเลยจนแม่นันท์บ่น กลับมานี่เลยพาเข้าสปานวดหน้านวดตัวน่ะสิเลยดูเป็นผู้เป็นคนกับเขาน่ะ” คุณเพ็ญยิ้มให้หลานสาวทีบ่นกับท่านว่าถูกแม่บังคับเข้าสปา

“จริงเหรอ ไม่น่าเชื่อนะหนูลูกหว้าเรียบร้อยอย่างนี้เธอว่าหลานหรือเปล่าเพ็ญ” หม่อมอุ๋มมองสาวน้อยน่ารักที่สวมแว่นตากลมโตปิดบังใบหน้าและดวงตา หากผู้ชายตาไม่ถึงไม่มีวันเห็นความน่ารักมีเสน่ห์ของรัตติยากรได้หรอกท่าทางเรียบร้อยปกปิดยังความแก่นแก้วแสนซนไว้ซะมิดขนาดท่านยังมองไม่ออก

“หว้าไม่ได้ซนสักหน่อย แล้วหม่อมยายเป็นยังไงบ้างคะ”

“ดีขึ้นแล้วหลาน ขอบใจมาก แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยังล่ะ เราว่าสั่งอาหารเย็นมากินกันมั้ยจะสั่งที่บ้านคงไม่ทันแล้ว”

“จะดีหรือหม่อม” คุณเพ็ญแย้งเพื่อนอย่างขำๆ

“ดีสิ แม่สายสั่งอาหารที่ร้านประจำมาหน่อยบอกขอด่วนนะ” หม่อมอุ๋มบอกต้นห้องสั่งอาหารทันทีไม่ให้เพื่อนปฏิเสธเพราะท่านเหงาไม่มีเพื่อนกินข้าว กินกันสองคนกับคนสนิทมันก็ไม่อร่อย

“แน่ใจนะว่าหม่อมไม่สบายน่ะ” คุณเพ็ญกระเซ้าเพื่อนที่ปรับเตียงให้สูงขึ้นเกือบจะนั่ง

“เธอว่ามันน่าเบื่อมั้ยล่ะเพ็ญ เราจะนอนอีกตั้งอาทิตย์นะ กินข้าวกับแม่สายสองคนมันก็ไม่อร่อย วันนี้กินข้าวกับยายสักมื้อนะหลาน บอกแม่นันท์ว่ายายขอยืมตัวสักวันแต่แม่นันท์คงไม่ว่าหรอกมั้ง” หม่อมอุ๋มพูดแล้วยิ้มให้เพื่อนและหลานสาว

“ค่ะหม่อมยาย” จากนั้นสาวสาวต่างวัยก็คุยกันอย่างถูกคอจนอาหารที่สั่งไปมาส่งทุกคนก็นั่งกินอาหารเป็นเพื่อนคนป่วยที่วันนี้เจริญอาหารมากเป็นพิเศษเพราะมีเพื่อนรู้ใจกินเป็นเพื่อนจนสองทุ่มสองยายหลานจะขอตัวกลับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป