บทที่ 2 คุณอาที่รัก

มือหนานุ่มเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใสเบา ๆ พร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่

“คุณอาสัญญาแล้วนะคะ น้องแพรจะรอคุณอาเจค่ะ”

เด็กน้อยหอมแก้มคุณอาหนุ่ม พร้อมโอบกอดรอบคอ ซบใบหน้าลงที่ไหล่หนาอีกครั้ง มือหนาลูบเส้นผมหลานสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะอุ้มเด็กน้อยเดินชมสวนหย่อม

ไม่นานคนในอ้อมกอดก็หลับ อาจเพราะลมพัดเย็นสบาย ๆ เธอหลับทั้งที่คราบน้ำตาแห้งเกรอะกรังใบหน้าจนมองออก ก่อนที่เขาจะพากลับเข้าบ้าน พาขึ้นไปนอนบนห้องนอนของหลานสาว ซึ่งพ่อกับแม่แยกห้องให้นอน เพื่อความเป็นส่วนตัว

มือหนานุ่มลูบศีรษะหลานสาวอย่างหวงแหน เขาเห็นเธอมาแต่เล็ก ตอนที่พามาที่บ้าน ช่วงนั้นเขาอายุประมาณสิบสองปี แม้จะรู้ว่าไม่ใช่หลานแท้ ๆ แต่เขาก็หลงรักอย่างมาก

ช่วงไหนที่มีเวลาว่างจากเรียน ก็จะมาขลุกอยู่กับหลาน ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งหลงเด็กน้อยขึ้นทุกวัน

“ฝันดีครับน้องแพร” จมูกคมหอมแก้มหลานสาว

ความรักความผูกพัน... แม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ แต่ชายหนุ่มก็มอบความรักแก่หลานสาวตัวน้อยอย่างแท้จริง เสมือนหลานแท้ ๆ เขานึกไม่ออกว่า หากต้องไปเรียนเมืองนอก หลานสาวจะงอแงขนาดไหน และเขาเองจะทำใจได้ไหม ที่จะไม่ได้เห็นหลานสาวตัวน้อยอีกนานหลายปี

สองเท้าก้าวลงบันได เจษฎาเห็นพี่สะใภ้กับพี่ชายกำลังนั่งคุยกันสองคน หลังจากญาติผู้ใหญ่พากันกลับหมดแล้ว เขาจึงเดินไปนั่งข้าง ๆ

“คุณเจ น้องหลับแล้วเหรอคะ” พี่สะใภ้ถามน้องสามี

“ครับ ว่าแต่พวกพี่กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ” ชายหนุ่มเทน้ำใส่แก้วขึ้นดื่ม

“ก็คุยเรื่องแกนั่นแหละ” คุณพิเชษฐ์หันมาตอบแทน

“เรื่องที่ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอกนั่นเหรอครับ”

“ใช่ น่ะสิ แกจะไปช่วงไหน ฉันจะได้ให้เพื่อนฉันจัดการให้” เขาห่วงน้องชายคนเดียวมาก

“สอบเสร็จ ผมก็ไปเลยครับ” สายตาที่บ่งบอกแน่วแน่

คุณเนตรนภา ผู้เป็นพี่สะใภ้แอบมองชายหนุ่ม เธอพอจะรู้มาบ้างว่า เขามีปัญหากับแฟนสาวที่คบกัน เพราะน้องสามีจะมาปรึกษาอยู่บ้าง

“เอ่อ มันไม่เร็วไปเหรอคะคุณเจ” ทุกครั้งพี่สะใภ้จะเรียกคุณ นำหน้าเสมอ

“ไม่หรอกครับ”

“เตรียมตัวให้พร้อม ถือว่าสานต่อครอบครัวของเราแล้วกัน” ถึงแม้จะรู้ว่าน้องชายเขาไม่อยากจะเป็นในสิ่งที่ขอก็ตาม

คุณเนตรนภาถอนหายใจ รู้สึกเห็นใจน้องชายสามีเหลือเกิน แม้จะสงสารแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ในเมื่อทั้งสองได้ตกลงกันเช่นนี้ เมื่อได้มีเวลาพูดคุยกันจริงจัง จึงใช้เวลานานกว่าทุกครั้ง ที่ได้คุยสาระสำคัญ

“คุณเจทานข้าวกันเลยไหมคะ เดี๋ยวพี่ให้ป้าแสงตั้งโต๊ะ มันจะดึกเกินไปค่ะ” เมื่อพี่สะใภ้มองดูเวลา มันดึกกว่าทุกวัน

“ครับ” เขาตอบสั้น ๆ ขณะสายตาว่างเปล่า ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรกันแน่

ทั้งหมดแยกย้ายไปยังโต๊ะอาหาร ที่ตอนนี้สำรับอาหารพร้อมในการทาน อาหารมากมายถูกจัดวางอย่างสวยงาม ทั้งหมดนั่งทานมื้อค่ำโดยไร้ซึ่งเสียงสนทนา ปกติจะมีคนป่วนคอยนั่งจ้อ แต่ตอนนี้หลับปุ๋ยเพราะเหนื่อยเพลีย

เจษฎาทานอิ่มก่อน จึงขอตัวขึ้นห้องนอน เขาให้เหตุผลว่าต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ พี่ชายจึงพยักหน้าให้น้องชาย บนโต๊ะอาหารจึงเหลือเพียงสองสามีภรรยา ที่นั่งทานกันเงียบ ๆ

“คุณคะ น้องว่าคุณเจ ดูซึม ๆ นะคะ” เนตรนภาบอกสามีตามที่เห็น

“คงห่างหลานเท่านั้นแหละคุณ ปกติผมเห็นสนิทกันแทบจะสิงร่างกันอยู่ล่ะ โดยเฉพาะยัยแพร”

“เอาน่ะคุณ พวกเขาสนิทกันก็ดีแล้ว ลูกจะได้ไม่คิดมาก แต่เนตรว่า คุณเจอาจทำใจไม่ได้ที่ต้องไปเรียนเมืองนอกมากกว่า ไหนจะไม่อยากห่างแฟนด้วย ยิ่งพวกเขามีปัญหากันอยู่”

“อื้อ ไม่นานคงทำใจได้ เด็กวัยรุ่นก็อย่างนี้ รัก ๆ เลิก ๆ เป็นเรื่องธรรมดา”

ชายหนุ่มพูดตามที่ตัวเองเคยผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน

“พูดไปพูดมาก็จะเข้าตัวคุณนะคะ คุณพิเชษฐ์” ภรรยาคนสวยหัวเราะ เมื่อนึกถึงคราวสามี

“โอ๊ย คุณเนตร เรื่องของผมผ่านมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้คุณถอนเขี้ยวเล็บผมหมดจนไม่เหลือ” ตั้งแต่แต่งงานเขาก็แทบไม่หลงเหลือลายให้ได้ออก เพราะต้องรับผิดชอบงานหลายอย่าง เสียงหัวเราะทำให้นึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น

เจษฎา แวะหาหลานสาวตัวน้อยที่ยังหลับปุ๋ย บนเตียงสีชมพู เขาหอมแก้มใสฟอดใหญ่ ก่อนเดินกลับเข้าห้องตัวเอง

เขาไถมือถือดู เมื่อมีเบอร์โทรศัพท์หาจำนวนหลายสาย ในนั้นมีทั้งเบอร์เพื่อนเบอร์แฟนสาว เขาจึงติดต่อกลับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป