บทที่ 8 คุณอาเจ
สองสาวพากันเดินไปยังห้องเก็บสัมภาระต่าง ๆ ก่อนจะนำเพียงสิ่งที่จำเป็นติดตัวออกมาเท่านั้น ทั้งสองในชุดนักศึกษา มุ่งหน้าไปยังที่นัดหมายรวมพล เพื่อรับฟังข้อมูลต่าง ๆ ก่อนแยกย้ายไปยังที่ฝึกงานของแต่ละกลุ่ม
โดยกลุ่มของแพรไหมกับรุ่งนภาเดินตามหมอหนุ่ม ไปยังแผนกผ่าตัดหรือศัลยแพทย์
ระหว่างทางอยู่ ๆ รุ่งนภาเกิดอยากเข้าห้องน้ำ
“เธอ เราปวดฉี่พาไปเข้าห้องน้ำหน่อยสิ”
รุ่งนภากะว่าไปถึงแผนกแล้วจึงจะขอตัวไปห้องน้ำ แต่เธอดันอั้นไม่ไหวจึงเอ่ยชวนแพรไหม
“ปวดมากไหมรุ่ง” แพรเห็นเพื่อนเดินบิดไปมา เหมือนจะทนไม่ไหว
“โอ๊ย ไม่ไหว” เสียงกระซิบกระซาบให้ได้ยินแค่สองคน แพรไหมเป็นฝ่ายขออนุญาตคุณหมอไปห้องน้ำ
ระหว่างทางได้มีคุณหมอหนุ่มเดินสวนกับสองสาว โดยที่เขาอยู่ในชุดเรียบร้อยดูดี มุ่งหน้าไปยังแผนกที่นักศึกษาที่มาใหม่ ชายหนุ่มมีเคสผ่าตัดให้คนไข้ในอีกครึ่งชั่วโมง ถือว่าเป็นจังหวะดีที่เขาจะเลือกนักศึกษาเข้าไปฝึกงาน ไหน ๆ แล้วก็ให้ลงสนามจริงไปเลย
“เร็วรุ่ง คนอื่นรอ” เมื่อออกจากห้องน้ำ แพรเร่งรุ่ง กลัวถูกตำหนิ
“อื้อ ๆ” ทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่ง
เมื่อมาถึงกลุ่มเพื่อน แพรเห็นเพื่อน ๆ กำลังยืนเหมือนรออะไรกันอยู่ เธอจึงถามเพื่อน ๆ
“มีอะไรกันเหรอ คุณหมอให้พวกเรารอตรงนี้หรือว่ามีอะไร”
“เห็นว่าจะมีการแนะนำคุณหมออีกท่านให้มาช่วยสอน แต่ไม่รู้เป็นใคร เขาให้รอตรงนี้”
หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเป็นคนบอก
“ไม่ใช่คุณหมอท่านนี้หรอกเหรอ” รุ่งนภาแทรกขึ้น
“ไม่รู้สิ แต่ต้องแยกกันฝึก เท่าที่คุณหมอ
บอกนะ” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนบอก
“จ้ะ”
สำหรับแพรไหมเธอไม่ได้รับสิทธิ์พิเศษอะไรไปกว่าเพื่อน ๆ แม้ว่าจะเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงพยาบาล เธอยังคงทำตามเพื่อน ๆ ไม่มีข้อยกเว้น
แม้คุณหมอและเหล่าพยาบาลจะเห็นเธอบ่อยครั้ง เธอถูกปฏิบัติเฉกเช่นนักศึกษาฝึกงานทั่วไป เธอยืนรอฟังคำสั่งจากคุณหมอ พลางก้มจดรายละเอียดไปด้วย โดยไม่สังเกตดูว่ามีคนมาใหม่
คุณหมอหนุ่มเดินผ่านด้านข้างหญิงสาว ก่อนไปหยุดที่ด้านหน้าของนักศึกษาแพทย์
“สวัสดีครับนักศึกษาทุกท่าน” น้ำเสียงทุ้มกังวานน่าฟัง เอ่ยทักทายเหล่านักศึกษา
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” นักศึกษาต่างพากันยกมือไหว้ รวมทั้งคนที่มัวแต่จด ๆ อะไรลงสมุด แต่ไม่ได้เงยหน้ามองต้นตอของเสียง
“ผมนายแพทย์เจษฎา สิริภากุล ผมยินดีที่จะได้ร่วมงานกับพวกคุณทุกท่านนะครับ”
ชายหนุ่มเพ่งสายตามองไปยังท้ายกลุ่ม เขาจ้องมองไปยังหญิงสาว
ไม่ต่างกับคนที่ได้ยินชายหนุ่มแนะนำตัว เธอคิดว่าหูฝาดที่ได้ยินชื่อ จึงรีบเงยหน้าขึ้นมอง
'คุณอาเจ’ ปากเรียวครางชื่อชายหนุ่มเบา ๆ สายตาทั้งคู่ประสานกันโดยบังเอิญ เธอทั้งตกใจและตะลึง บวกกับความดีใจที่เห็นชายหนุ่ม เป็นคุณอาจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
เขาดูเปลี่ยนไปมากจนเธอจำไม่ได้ หากเขาไม่แนะนำตัว ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา นัยน์ตาคมเข้ม เขาอยู่ในชุดพร้อมทำงาน อย่าว่าแต่หญิงสาวตกใจเลย
ทุกสายตาหันมองมาทางเธอเป็นทางเดียวกัน ก่อนซุบซิบกันตามประสา ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก นามสกุลของคุณหมอหนุ่ม เหมือนกับหญิงสาวนั่นเอง
ต่างทำให้หลายคนแปลกใจเท่านั้นเอง
“แพร ญาติแกหรือเปล่า นามสกุลเดียวกันเลยเธอ” เสียงรุ่งนภากระซิบข้างหู แต่อีกคนได้แต่ยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก จนรุ่งต้องสะกิดที่แขน
“ญาติเธอเหรอ”
“คุณอาเจ” เธอพูดเบา ๆ
“โคตรหล่อเลยเธอ” รุ่งนภายิ้มลอยหน้าลอยตา คำพูดของเพื่อนตั้งมากมาย แต่แพรไหมไม่ได้ยิน เธอมัวแต่มองชายหนุ่มอย่างเดียว จนเขาแนะนำตัวเสร็จและอธิบาย หญิงสาวไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดสักนิด เธอคิดอย่างเดียวต้องโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ แจ้งข่าวให้ท่านทราบ
“อีกยี่สิบนาที ผมมีเคสผ่าตัด ผมขอให้คุณที่อยู่ด้านหลังซ้ายมือ เข้าไปช่วยผมในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าคุณจะมีปัญหาอะไรไหมครับ” เมื่ออยู่ ๆ เสียงทรงพลังและสายตาเข้ม มองไปยังหลานสาว เขาเห็นเธอยืนทำหน้าเหลอหลา หันซ้ายหันขวา
“คุณนั่นแหละครับ เตรียมตัวให้พร้อม ที่เหลือแยกย้ายไปฝึกงานได้ครับ” พูดจบปากหยักส่งยิ้มให้เหล่านักศึกษา ก่อนจะเดินไปหาหลานสาว
เขาเดินนำหน้าเธอ โดยไม่ได้พูดอะไรสักคำตลอดทาง จนมาถึงห้องทำงานเขา
“ตามสบาย อาขอเข้าห้องน้ำแป๊บ” ชายหนุ่มก้าวขายาว ๆ ไปยังที่เขาบอก
เมื่ออยู่คนเดียว แพรไหมคว้ามือถือรีบกดหาคุณพ่อ เพื่อจะบอกว่าคุณอาเจกลับมาแล้ว และคุณอายังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เธอหันหลังและยืนหันหน้าเข้าโต๊ะทำงาน กำลังโทรศัพท์หาคนที่บ้าน แต่แล้วมือถือกลับถูกดึงไปอยู่กับชายหนุ่ม
“ว้าย…คุณอา” ความตกใจทำให้แพรไหมรีบหัน แต่เผอิญสะดุดเท้าตัวเองเกือบหงายหลัง ดีที่แขนแกร่งคว้าเอวคอดไว้ทัน ทำให้หญิงสาวอยู่ในอ้อมแขนของคุณอา
“ระวังสิน้องแพร เดี๋ยวได้เจ็บตัวหัวร้างข้างแตกจนได้” คุณอาหนุ่มเตือนหลานสาว
“ขอโทษค่ะคุณอา คราวหน้าหนูจะระวังค่ะ”
เธอเขินอายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มแบบใกล้ชิดเช่นนี้ หากเป็นตอนเด็ก ๆ เธอต้องหอมแก้มชายหนุ่ม แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน
ใบหน้าคมมองคนในอ้อมแขน กลิ่นกายสาบสาวตรึงตรา ให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ นี้ ก่อนปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
เขากักขังเธอโดยสองแขนเท้าโต๊ะทำงาน อีกคนสะโพกมนเกยขอบโต๊ะไม่มีทางหลบหลีก แพรไหมทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องอยู่กับคุณอา
