บทที่ 11 ตอนที่ 11 อย่ามาโดนตัว
ตอนที่ 11 อย่ามาโดนตัว
พลอยไพลินเดินกลับไปที่เตียงนอน นั่งลงเอนหลังพิงหัวเตียง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเล่นเงียบๆ เพื่อรอให้ฝนหยุด แต่ไม่ถึงสิบนาที ฤทธิ์ยาแก้ปวดบวกกับความอ่อนล้าก็ทำให้เปลือกตาสวยค่อยๆ ปิดลง หัวใจที่เคยเต้นรัวเริ่มเข้าสู่จังหวะสม่ำเสมอ ร่างเล็กค่อยๆ ไถลตัวนอนลงบนหมอนนุ่ม และหลับสนิทไปในที่สุด
ชั่วโมงผ่านไป
ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวตวัดเซ็นลายลงบนหน้าจอไอแพดฉบับสุดท้าย ก่อนจะกดส่งอีเมลกลับหาวิภาเรียบร้อย เขาถอนหายใจยาวๆ วางไอแพดลงบนโต๊ะกระจก นวดขมับตัวเองเบาๆ แก้ความเหนื่อยล้า
เสียงสายฝนด้านนอกเริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงซู่ซ่าเบาๆ เขาหันหน้ากลับมามองที่เตียงนอนขนาดกำลังดีของเลขาคนเก่ง
ภาพที่เห็นคือคนตัวเล็กกำลังนอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง แล้วนั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เธอตื่น สายตาคมเข้มที่เคยดุดันและแข็งกร้าว ตอนนี้กลับจ้องมองใบหน้าหวานยามหลับใหลด้วยความอ่อนโยน
เขายื่นมือหนาออกไป ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ลงมาปกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสความนุ่มของผิวแก้มด้วยความรักที่เริ่มล้นเอ่ออยู่ในหัวใจ
“ประชดเก่งจริงๆ ยัยซื่อบื้อ” ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำเสียงเบา “กลัวผมจะไม่มีเงินกินข้าว กลัวผมจะลำบาก... ทั้งที่ตัวเองเจ็บจนแทบแย่แท้ๆ”
ทิศเหนือยกผ้าห่มนุ่มขึ้นมา ค่อยๆ คลุมทับร่างบางไปจนถึงระดับหน้าอกอย่างเบามือที่สุด เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอเบาๆ เพื่อเช็กว่ามีไข้หรือเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีไข้ เขาจึงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
คนตัวโตยืนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดใจเดินไปคว้าเสื้อสูทและกระเป๋าสตางค์ ทิศเหนือเดินไปที่ประตูห้อง ค่อยๆ ดึงประตูเปิดออก แล้วหันกลับมามองร่างเล็กบนเตียงอีกครั้งด้วยสายตาละมุน
เขาปิดประตูลงอย่างเบามือ ล็อกประตูห้องให้เธอตามเดิม เพื่อความปลอดภัยของคนตัวเล็ก แล้วเดินลงที่ชั้นล่างสุด
ชายหนุ่มเดินออกมาจากลิฟต์ แล้วเดินตรงไปที่ลานจอดรถทันที เขาขึ้นไปนั่งประจำที่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรู สตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วเตรียมจะเข้าเกียร์ขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดของตัวเอง
ครืด~~ ครืด~~
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ออกรถ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับระบบบลูทูธในรถก็สว่างวาบขึ้นมาทันที พร้อมปรากฏชื่อสายเรียกเข้า โรม
ทิศเหนือขมวดคิ้วเข้ม กดรับสายเอ่ยพูดน้ำเสียงเรียบ
“มีอะไรไอ้ กูจะกลับบ้าน”
(กลับบ้านห่านอะไรของมึงวะไอ้เหนือ!) เสียงกวนประสาทของโรมดังผ่านลำโพงรถ พร้อมเสียงดนตรีหนักๆ ที่ลอยเข้าแทรก (กูรู้นะว่ามึงเพิ่งระเห็จออกจากคอนโดน้องพลอย มาหาพวกกูที่ผับเดี๋ยวนี้เลย)
“กูไม่ไป กูเหนื่อย จะกลับไปนอน” ทิศเหนือปฏิเสธทันควัน
(อย่ามาทำทรงงานยุ่ง! ไอ้ครามมันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์โชว์รูมใหม่จะคุยกับมึง แล้วกูก็มีเรื่อง ‘สำคัญมาก’ ที่กูไปได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องในบริษัทมึงจะคุยด้วย เกี่ยวกับเลขาคนโปรดของมึงด้วยนะไอ้เหนือ)
ประโยคท้ายของโรมทำเอาทิศเหนือชะงักไปในทันที
“เกี่ยวกับพลอยไพลิน? เรื่องอะไร”
(มึงอยากรู้ก็รีบเสนอหน้ามาที่ผับกูเดี๋ยวนี้เลยไอ้ประธานปากแข็ง! ถ้ามาช้า กูจะให้น้องพลอยไพลินย้ายมาเป็นเลขาผับกูแทนแน่)
ติ๊ด!
โรมตัดสายไปทันทีที่มันเอ่ยพูดจบ ทิ้งให้ทิศเหนือนั่งกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือ นัยน์ตาคมฉายแววหึงหวงและดุดันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหงุดหงิด
“ไอ้เพื่อนเวร!”
รถสปอร์ตคันหรูมุ่งตรงสู่ผับหรูใจกลางเมืองด้วยความเร็วทันที ชายหนุ่มใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยด้วยความหงุดหงิดที่แล่นอยู่ข้างใน ใบหน้าคมเข้มไม่แสดงความรู้สึกใดๆ นัยน์ตาคมจ้องมองไฟส่องทางข้างหน้า พลางคิดถึงคำพูดประชดประชันของโรมเมื่อครู่เกี่ยวกับเลขาตัวดีของเขา
ผับหรูใจกลางเมือง
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที รถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวโค้งเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงโซน VIP บริเวณหน้าผับหรู การ์ดร่างโตในชุดสูทดำรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อมทันทีที่จำได้ว่านี่คือรถของใคร
ทิศเหนือไม่ได้สวมเสื้อสูทแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรู
เขารีบลงจากรถแล้วก้าวยาวๆ เดินตรงเข้าไปภายในผับทันที รูปร่างสูงโปร่ง และใบหน้าคมเข้มของเขา เรียกสายตาจากบรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ที่กำลังวาดลวดลายดนตรีอยู่บนลานเต้นรำให้หันมามองกันเป็นตาเดียว แต่ทิศเหนือกลับไม่แม้แต่จะมองใคร เขาเดินตรงดิ่งข้ามผ่านผู้คนมุ่งหน้าไปยังโซนในสุดทันที
โซนดังกล่าวเป็นโซนVIP ที่ยกระดับสูงขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้มิดชิดจนปิดเป็นห้องส่วนตัวขนาดนั้น แต่เป็นมุมที่กว้างขวาง สามารถมองเห็นผู้คนด้านล่างได้อย่างทั่วถึง และในขณะเดียวกัน คนข้างล่างก็มองขึ้นมาเห็นพวกเขาได้อย่างชัดเจนเช่นกัน
“ไงครับท่านประธาน หน้าตึงมาเชียวนะมึง”
ครามที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเอ่ยทักเสียงระรื่น ทันทีที่เห็นเพื่อนสนิทเดินเข้ามาในโซน ทิศเหนือไม่พูดพ่ามทำเพลง เขาตรงเข้าไปนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวยาวข้างโรมที่กำลังนั่งพิงหลังยิ้มกริ่มอย่างสบายอารมณ์
“เรื่องสำคัญเกี่ยวกับพลอยคืออะไร? พูดมา” ทิศเหนือเปิดฉากถามทันที นัยน์ตาคมเข้มจ้องเค้นคำตอบจากโรมทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม
เพื่อนสนิทคลี่รอยยิ้มชอบใจทันที ยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท ก่อนจะแกว่งแก้วในมือเล่นเบาๆ
“เปล่า... ไม่มีอะไรหรอก”
“หมายความว่ายังไง?” ทิศเหนือขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันจนเป็นปม
“กูแค่แกล้งมึง” โรมตอบหน้าตาเฉย “ถ้ารู้ว่ากูไม่มีเรื่องอะไร มึงจะยอมเสนอหน้ามาที่ผับกูเหรอ มาช่วยอุดหนุนผับกูหน่อยดิ คืนนี้สายตาผู้หญิงทั้งผับมองมาที่โต๊ะพวกกูหมดแล้วเนี่ย”
ทิศเหนือชะงัก นัยน์ตาคมเข้มฉายแววโกรธออกมาทันที เขาตวัดสายตามองเพื่อนสนิทสองตัวด้วยความหงุดหงิดใจ สบถคำด่าสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัว
“กูก็นึกว่ามีเรื่องจริง ผับมึงจะเจ๊งแล้วหรือไง ถึงต้องใช้มุกควายๆ แบบนี้ลากกูมา แต่ก็ดี... เจ๊งไปซะได้ก็ดี! เจ้าของผับควายขนาดนี้ กูสงสารลูกค้า!”
“โธ่ไอ้เหนือ วาจาร้ายกาจ” ครามหัวเราะร่าอย่างชอบใจ “มึงดูมันดิไอ้โรม ห่วงเลขาจนหัวเสียหมดแล้ว มึงเล่นแรงไปนิด แต่นี่กูได้เห็นเต็มตาเลยนะว่า... คนปากแข็ง เวลาหวงเขามันสติหลุดขนาดไหน”
“เออ กูยอมรับว่ากูควายที่หลอกมึงได้” โรมกลั้วหัวเราะในลำคอ นึกขบขันกับอาการของเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็นบ่อยนัก “เอาน่า~ มาถึงแล้วก็นั่งดื่มสักแก้วสองแก้ว กูเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่มึงซิ่งรถมา”
ทิศเหนือถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความเอือมระอา แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว เขาก็ยอมถอดนาฬิกาข้อมือวางบนโต๊ะ หยิบแก้วเครื่องดื่มที่โรมรินให้ขึ้นมาจิบดับอารมณ์หงุดหงิด
ทั้งสามคนนั่งคุยเรื่องงานโปรเจกต์ใหม่ ตลอดจนสัพเพเหระกันอยู่พักใหญ่ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงที่เปิดคลออยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปได้สักพัก
เรือนร่างของหญิงสาวสวยหน้าตาดีคนหนึ่งในชุดเดรสเกาะอกสั้นกุดสีแดงเข้ม ก็เดินเซไปเซมาคล้ายคนเมาเข้ามาในโซนVIP ของพวกเขา เธอเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของสามหนุ่มอย่างมีเป้าหมาย นัยน์ตาฉ่ำปรือจ้องมองร่างสูงของประธานบริหารหนุ่มสุดหล่อที่กำลังนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่
หมับ!
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากทัก หญิงสาวคนนั้นก็ถือวิสาสะทิ้งตัวนั่งลงข้างทิศเหนือบนโซฟาทันที แล้วเอียงหัวซบลงกับไหล่กว้างของชายหนุ่ม พร้อมกับส่งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะเข้าจมูกของทิศเหนืออย่างจัง
ทิศเหนือถอนหายใจแรงๆ ออกมาทันทีด้วยความหงุดหงิดและไม่ชอบใจ ใบหน้าคมเข้มฉายแววไม่พอใจขึ้นทันที ชายหนุ่มเบือนหน้ามองหญิงสาวข้างกาย แล้วเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“อย่ามาโดนตัว”
ทว่าหญิงสาวคนดังกล่าวที่กำลังได้ใจ และมั่นใจในความสวยของตัวเองกลับไม่ฟังคำเตือน เธอไม่เพียงแต่ไม่ลุกออกไป แต่กลับขยับตัวเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม ใช้มือเรียวเล็กเอื้อมมาเกาะลูบไล้แขนแกร่งของทิศเหนือ พร้อมส่งสายตายาดเยิ้มเอ่ยพูดเสียงพร่า
“โธ่... คุณคะ ทำเป็นดุไปได้ คืนนี้เหงาไม่ใช่เหรอคะให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหม...”
