บทที่ 9 ตอนที่ 9 เอกสารกองโต
ตอนที่ 9 เอกสารกองโต
เช้าวันใหม่
แสงแดดยามเช้าของวันใหม่ส่องผ่านกระจกบานโตในห้องทำงานประธาน สิรินทร์กรุ๊ป
ทิศเหนือนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่ามกลางกองเอกสารอนุมัติโครงการ อนุมัติงบประมาณ และรายงานการประชุมที่วางสูงแทบจะท่วมหัว นัยน์ตาคมเข้มฉายแววอ่อนล้าเล็กน้อย ชายหนุ่มเพิ่งจะทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่มีเลขาคู่ใจคอยจัดคิว แยกหมวดหมู่ หรือยกกาแฟร้อนๆ มาวางไว้ให้ตรงเวลาเหมือนทุกวัน
มือหนาหยิบปากกาเซ็นเอกสารฉบับล่าสุดด้วยท่าทางดุดัน แต่ในใจกลับคิดถึงแต่ร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตไซส์โคร่งของเขาที่ป่านนี้คงจะยังไม่ตื่น
ปัง!
เสียงผลักประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างถือวิสาสะ โดยไม่มีการเคาะบอกเตือนใดๆ
“ไงครับท่านประธาน! วันนี้ขยันเป็นพิเศษหรือไงวะ เอกสารสูงจนแทบจะมองไม่เห็นหัวมึงแล้วเนี่ย”
เสียงกวนประสาทของ คราม เจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูระดับประเทศ เดินนำหน้าเข้ามาในห้อง พร้อมกับ โรม มาเฟียหนุ่มหน้านิ่ง เจ้าของผับและธุรกิจสีเทาหลายแห่งในไทย ที่เดินกอดอกตามเข้ามาติดๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
ทิศเหนือเงยหน้าขึ้นตวัดสายตามองเพื่อนสนิททั้งสองคนด้วยความหงุดหงิด
“พวกมึงสองตัวไม่มีงานทำการหรือไง ถึงได้เสนอหน้ามาที่นี่ตั้งแต่เช้า?”
“เอ้าวาจา!” ครามหัวเราะร่า เดินไปทรุดตัวนั่งบนโซฟานุ่มตัวยาว “พวกกูสองคนอุตส่าห์หอบสังขารมาเยี่ยมเพื่อนรัก แต่พอมาถึงหน้าห้อง... อ้าว! เลขาคนโปรดของมึงหายไปไหนซะล่ะ ปกติเห็นนั่งเฝ้าหน้าห้องแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“ยัยนั่นป่วย” ทิศเหนือตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมก้มลงมองเอกสารในมือเพื่อกลบเกลื่อน “กูให้ลาหยุด”
“ลาหยุด?” โรมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ร้อยวันพันปี คนอย่างท่านประธาน ผู้ไม่เคยเห็นหัวใคร ไม่เคยอนุญาตให้ใครป่วย ลาหยุดได้ง่ายๆ กูจำได้ว่าเลขาคนก่อนลากิจเพราะแม่เข้าโรงพยาบาล มึงยังไล่ออกทันทีเลยนี่”
“นั่นมันเลขาคนก่อน ทำงานไม่ได้เรื่อง” ทิศเหนือสวนทันควัน “แต่นี่...”
“แต่นี่น้องพลอยไพลิน” ครามเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “พูดออกมาสิมึง! พูดออกมาเลยว่าเลขาคนนี้พิเศษกว่าคนอื่น!”
“กูได้ข่าวจากวิภาบอกว่า เมื่อวานมีเรื่องกาแฟลวกแขน...” ครามเอียงคอพิจารณาเพื่อนสนิทอย่างจับผิด “แขนโดนกาแฟลวกนิดเดียว ถึงขั้นประธานบริหารต้องลงมาเซ็นเอกสารเองคนเดียวทั้งกองเลยเหรอวะไอ้เหนือ? แถมได้ข่าวว่าเมื่อเย็นวานมีคนเห็นรถสปอร์ตมึงขับออกจากบริษัทด้วยความเร็วเท่าเต่าคลาน นึกว่ามึงเปลี่ยนไปใช้น้ำมันปาล์มซะอีก ปกติมึงเหยียบมิดไมล์ตลอดนี่หว่า~~”
“ไอ้คราม... มึงอยากโดนกูยกเลิกสัญญาโปรเจกต์โชว์รูมใหม่ไหม?” ทิศเหนือขู่เสียงต่ำ สายตาเย็นชาเพ่งมองเพื่อนสนิท “บ่นมากจริงๆ กูสั่งให้ลาเพราะไม่อยากให้แผลมันติดเชื้อ เดี๋ยวจะมาทำงานให้กูช้ากว่าเดิมต่างหาก”
“ปากแข็ง!” โรมสบถเบาๆ ชายหนุ่มเดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม รินวิสกี้ใส่แก้ว “มึงดูออกง่ายจะตายไอ้เหนือ หน้ามึงเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ‘ห่วงเขาใจจะขาด’ แต่ปากดันบอกว่า... ทำงานช้า กูถามจริง มึงขู่หักเงินเดือนเขาไปกี่รอบแล้วล่ะ?”
“กูไม่ได้ห่วง!” ทิศเหนือถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง “ยัยซื่อบื้อนั่น ทำงานก็ดื้อ ซุ่มซ่าม เอาตัวไปรับแจกันแทนคนอื่นจนเจ็บตัว กูในฐานะเจ้านาย กูแค่ดูแลตามหน้าที่”
“จ้า~~~ เจ้านายตามหน้าที่” ครามลากเสียงยาว ลุกขึ้นไปเกาะขอบโต๊ะทำงานของทิศเหนือแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ดูแลตามหน้าที่ถึงขั้นพาไปหาหมอประจำตระกูล แถมไปส่งถึงห้องเลยป่าววะ? แล้วกูได้ยินมาจากสายสืบของกูว่า มึงแอบสั่งเค้กสตรอว์เบอร์รีร้านดังที่ต้องจองเป็นสัปดาห์มาให้เขาด้วยใช่ไหม?”
“มึงไปรู้เรื่องนี้มาจากไหนไอ้คราม!” ทิศเหนือตาโต หน้าเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายที่ถูกจับได้
“โธ่ไอ้เหนือ ร้านเค้กนั้นมันของรุ่นน้องกูเอง รุ่นน้องกูโทรมาบอกกูเองว่าประธานสิรินทร์กรุ๊ปเป็นคนสั่งเค้กนี้ มึงเลิกปากแข็งได้แล้วไอ้เหนือ สายตามึงเวลานึกถึงเขามันเปลี่ยนไปเยอะมาก มึงชอบน้องเขาแล้วใช่ไหมล่ะ”
“เพ้อเจ้อ!” ทิศเหนือเอ่ย หน้าคมร้อนผ่าวด้วยความหงุดหงิดผสมความเขินที่ถูกต้อนจนมุม “กูเห็นยัยนั่นเป็นแค่เลขา! เลขาที่ห่วย แต่กูก็ไม่อยากเสียเวลาหาใหม่ แค่นั้น!”
“เออๆ เลขาห่วยๆ ที่มึงตามใจจนจะเสียนิสัยนั่นแหละ” โรมกลั้วหัวเราะในลำคอ ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ “พวกกูก็แค่อยากมาเตือน ถ้ามึงยังปากแข็ง ปากร้าย วางท่าเป็นเจ้านายเผด็จการอยู่แบบนี้ ระวังเหอะ ระวังจะมีคนอื่นฉวยโอกาสตอนน้องเขากำลังอ่อนแอคว้าไปแดกนะมึง ยิ่งน้องพลอยไพลินน่ารักๆ แบบนั้น ในบริษัทมึงก็มีพวกหนุ่มๆ จ้องอยู่เยอะไม่ใช่หรือไง?”
ประโยคของโรมทำเอาทิศเหนือชะงักทันที นัยน์ตาคมฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที ความหึงหวงลึกๆ ที่แล่นขึ้นมารุกรานหัวใจอย่างรุนแรง ทำเอาเขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ใครกล้าแตะคนของกู มันได้เจอแน่!”
ครามกับโรมหันไปสบตากันแล้วหลุดหัวเราะลั่นห้องทันที
“นั่นไง! ชัดเจนเต็มสองรูหู คนของกูว่ะ” ครามตบโต๊ะหัวเราะร่าอย่างมีความสุข “ปากบอกแค่เลขา แต่พอพูดถึงคนอื่นแตะ ทำเป็นตาเขียว จะฆ่าเขา โธ่เอ๊ย... ไอ้คนปากแข็ง!”
“มึงสองตัวไสหัวไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้เลยนะ” ทิศเหนือชี้หน้าสบถไล่เพื่อนด้วยความโมโหที่โดนล้อ
“ไปก็ได้ครับท่านประธานผู้ทรงอำนาจ” ครามยักไหล่ หัวเราะคิกคัก “พวกกูก็แค่อยากมาดูหน้าคนปากแข็งที่กำลังหลงเลขาตัวเองจนหัวปักหัวปำ วันนี้ได้เห็นเต็มตาแล้ว กูสบายใจละ ไปว่ะไอ้โรม ปล่อยให้ท่านประธานเขา คิดถึงเลขาต่อ”
“เออ เซ็นเอกสารให้เสร็จนะมึง หรือถ้าใจมันลอยไปหาเขาที่คอนโดแล้ว ก็ปิดบริษัทไปเลยก็ได้นะ กูไม่ถือ” โรมตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ พร้อมกับยิ้มขบขัน
“พวกมึงสองตัว... ไปตายซะไป” ทิศเหนือสบถเสียงดังตามหลังเพื่อนสนิท
ทันทีที่เพื่อนสองตัวออกจากห้องไป ทิศเหนือก็ยกนาฬิกาข้อมือหรูขึ้นดูเวลา
นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงตรงพอดี เขากดโทรศัพท์สายตรงหาเลขาชั้นล่างสุด อีกคนทันที
“วิภา บ่ายนี้ผมมีประชุมอะไรไหม?”
(ไม่มีค่ะท่านประธาน เลื่อนประชุมช่วงบ่ายไปวันพรุ่งนี้หมดแล้วตั้งแต่เมื่อเช้าค่ะ)
“ดี”
ทิศเหนือปิดคอมพิวเตอร์ คว้าเสื้อสูทและกุญแจรถสปอร์ตเดินออกจากห้องทำงานทันที
โดยไม่สนใจเอกสารที่ยังค้างอยู่อีกครึ่งกอง เป้าหมายของเขาในตอนนี้ไม่ใช่การเซ็นอนุมัติงาน แต่เป็นการมุ่งตรงไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
ซูเปอร์มาร์เก็ต
ชายหนุ่มเดินเข็นรถเข็นคันโตไปตามแผนกต่างๆ อย่างไม่แคร์สายตาของคนที่มองมา เขากวาดทุกอย่างที่คิดว่าเลขาตัวเล็กจะชอบกิน อาหารแห้ง ข้าวสาร บะหมี่เกาหลี อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน ผลไม้เกรดเออย่างสตรอว์เบอร์รีนำเข้า ลูกพลับ โยเกิร์ต นมสด แบรนด์รังนกแท้ ตลอดจนขนมกรุบกรอบอีกหลายสิบถุง
จนกระทั่งท้ายรถสปอร์ตสุดหรูถูกแน่นแออัดไปด้วยถุงเสบียงจำนวนมหาศาล
เขาใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมงเต็มในการเลือกซื้อของ แล้วก็ขับรถมาที่คอนโดของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจอดรถสปอร์ตหน้าประตูทางเข้าคอนโด เขาเลื่อนกระจกลงแล้วเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดสองคนมาช่วย
“พวกคุณสองคน มาช่วยผมยกของพวกนี้ขึ้นไปบนห้องหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ พร้อมเปิดท้ายรถเผยให้เห็นถุงเสบียงกองโต
พนักงานยามสองคนตาโตด้วยความตกใจ แต่ก็รีบเข้ามาช่วยขนถุงของจำนวนนับสิบถุงขึ้นใส่รถเข็นของคอนโด พอขนทุกอย่างจนเสร็จ เขาก็ขับรถไปจอดที่ลานจอด แล้วรีบวิ่งมาที่หน้าคอนโด เดินนำเข้าคอนโดไปทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พลอยไพลินที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาในชุดเดรสยาวสบายๆ เดินมาเปิดประตูห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู
“ท่านประธาน...?”
หญิงสาวอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มยืนกอดอกอยู่หน้าห้อง โดยมียามสองคนกำลังช่วยกันขนถุงอาหาร ขนม ผลไม้ และเครื่องดื่มจำนวนมากเข้ามาวางเรียงรายเต็มพื้นที่โต๊ะกินข้าวและโซฟาในห้องของเธอ
“เรียบร้อยครับ” ยามเอ่ยบอกพลางปาดเหงื่อ
ทิศเหนือหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ดึงธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทจำนวนสี่ใบยื่นส่งให้พนักงานยามทั้งสองคน
“ขอบใจมาก นี่ค่าแรง เอาไปแบ่งกัน”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ ครับ” ยามสองคนไหว้รับเงินสี่พันบาทด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบถอยรถเข็นออกไปและปิดประตูห้องให้อย่างรู้หน้าที่ทันที
