บทที่ 11 มีคนสนใจนะ

           จักรยานสีเขียวมัทฉะปั่นไปตามถนนเส้นๆ หญิงสาวรวบผมเป็นหางม้าหากสังเกตจะเห็นหูฟังไร้สายนั้นทำให้ริมฝีปากอิ่มสวยขยับตามเพลงที่ฟังอยู่ เจ้าของร่างเพรียวบางสวมเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสบายๆ เธอปั่นจักรยานคู่ใจมาถึงร้านอาหารริมแม่น้ำ

           ศิศิราจอดจักรยานในที่จอดแล้วเดินเข้ามาในร้านอย่างคุ้นเคย หญิงสาวเลือกนั่งโต๊ะเดี่ยวที่มองเห็นแม่น้ำที่เวลานี้พราวระยับด้วยแสงอาทิตย์อัสดงกระทบผิวน้ำ ครู่หนึ่งพนักงานจึงเข้ามารับออเดอร์และเดินออกไป  เธอวางกระเป๋าบนโต๊ะหยิบสมุดเล่มเล็กมาเปิดออกดูบันทึกตารางงานของตัวเอง แม้ทุกวันนี้มีโน้ตบุ๊คและแทบแล็ตใช้งาน แต่เธอยังชอบพกสมุดบันทึก วันนี้ส่งงานให้ลูกค้ารับงานเรียบและโอนเงินส่วนที่ค้างชำระเป็นที่เรียบร้อย นับว่าปิดงานอย่างสวยงามไปหนึ่งชิ้น เธอจึงให้รางวัลตัวเองออกมานั่งชิลที่ร้านอาหารไม่ไกลบ้านนัก

           น้ำผลไม้ปั่นถูกยกมาวางตรงหน้า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเจ้าของร้านเดินมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง ศิศิราหัวเราะเสียงใสก่อนทักทาย

           “พี่คำแก้วมาเองเลยหรือคะ”

           “นานๆ คะนิ้งจะออกจากถ้ำมาร้านพี่นี่น่า พี่ก็ต้องมาต้อนรับด้วยตัวเอง” คำแก้วหัวเราะแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอขออนุญาตจากหญิงสาวที่เป็นเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง “น้ำเหนือไม่อยู่ ใครทำกับข้าวให้กินล่ะ”

           “อย่าดูถูกคะนิ้งนะคะ อาหารง่ายๆ คะนิ้งทำกินเองได้” เธอทำปากยื่นใส่แล้วยกน้ำผลไม้ปั่นขึ้นมาจิบ

           คำแก้วสนิทกับครอบครัวนี้ไม่น้อย และรู้ว่าทุกปีน้ำเหนือจะปิดเกสต์เฮาส์เพื่อหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเวลาหนึ่งเดือน ส่วนไปเที่ยวที่ไหนนั้นเธอไม่เคยถาม

           “ถ้าเบื่อๆ เหงาๆ ก็แวะมาหาพี่ได้นะ”

           “ขอบคุณค่ะ”  ศิศิราตอบเป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานยกข้าวผัดสับปะรดมาเสิร์ฟ พร้อมลาบทอด เจ้าของร้านชิงพูดขึ้นมาก่อน

           “ลาบทอดนี้พี่เลี้ยงเอง” 

           “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วตักอาหารกิน “ร้านพี่คำแก้วคนแน่นร้านตลอดเลยนะคะ”

           “ลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ด้วยล่ะ ก็เลยมีเต็มทุกโต๊ะ” คำแก้วตอบแล้วสังเกตุสีหน้าเห็นศิศิราอารมณ์ดีขึงเอ่ยถาม “ไม่เปลี่ยนใจเหรอ”

           “คะ?”

           “ที่ดินแปลงนั้นนะ มีคนสนใจนะ ให้ราคาดีด้วย”

         ศิศิราหัวเราะเสียงใส เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำแก้วถามเรื่องนี้ ต้องนับถือในความพยายามด้วยซ้ำไป

           “ขายแล้วคะนิ้งกับพี่น้ำเหนือจะไปอยู่ที่ไหนคะ”

           “ขายแล้วก็ไปหาซื้อแปลงใหม่อยู่ คนแถวนี้ก็ทำกัน” คำแก้วยื่นหน้าไปแล้วพูดเสียงเบา “รายใหม่ที่ติดต่อมาให้ตั้งยี่สิบล้านเลยนะ”

           “ยี่สิบล้านเลยเหรอคะ”  หญิงสาวไม่ได้ตื่นเต้นกับราคาที่ได้ยินนัก แม้ว่าจะมากกว่าครั้งก่อนถึงเท่าตัว

           “นี่คราวนี้ไม่ได้ซื้อที่ไปทำโรงแรมนะ คนนี้เขาเสนอมาว่าอยากทำบ้านพักตากอากาศแบบส่วนตัว”

           “น่าจะรวยจนเงินเหลือใช้ซื้อที่ดินยี่สิบล้านได้” ศิศิรายิ้มน้อยๆ “แต่คะนิ้งคงทำให้พี่คำแก้วอดได้ค่านายหน้าแล้ว พี่น้ำเหนือเคยบอกว่ายังไงก็ไม่ขาย ที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกของทวดเลยทีเดียว”

           “แต่ที่ดินแปลงนั้นคุณตาแบ่งให้สองคนเท่าๆ กันไม่ใช่เหรอ”

           “ใช่ค่ะ แต่พี่น้ำเหนือเป็นคนกิจการเองทุกอย่าง คะนิ้งไม่ได้ช่วยอะไรเลย ถ้าจะทำอะไรก็ต้องถามความเต็มใจของพี่น้ำเหนือด้วย”

แต่ในความคิดของศิศิรา เธอไม่ได้ผูกพันกับที่นี่มากนัก ไม่เหมือนพี่ชายที่มาอยู่ที่นี่ได้ดูแลคุณตาคุณยายจนกระทั่งทั้งสองจากไปด้วยโรคชรา ส่วนเธอนั้นพี่ชายยังคงเป็นห่วงว่าจะไม่มีทรัพย์สินติดตัว คนที่ลงทุนลงแรงสร้างเกสเฮาท์และยังธุรกิจหลายอย่าง เธอมีแค่รับเงินอย่างเดียวก็เกรงใจพี่ชายจะแย่อยู่แล้ว

คำแก้วไม่เซ้าซี้และพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ “น้ำเหนือก็สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาขนาดนี้ ให้ขายก็คงเสียดายแย่”

“ค่ะ” เธอดีใจที่พี่คำแก้วเข้าใจ แต่ก็อดถามไม่ได้ “เศรษฐีที่ไหนอยากได้ที่ดินของคะนิ้งคะ”

คำแก้วทำตาวิบวับอดมีความหวังกับค่านายหน้าก้อนโตไม่ได้ “ฝรั่ง!”

“ฝรั่ง? คนต่างชาติเหรอคะ” เธอขมวดคิ้ว “คนต่างชาติซื้อที่ดินในบ้านเราได้เหรอคะ”

“เยอะแยะไป” คำแก้วหัวเราะร่วน “ก็แต่งผู้หญิงไทยเป็นเมียก็ซื้อที่ดินได้แล้ว”

“อ้อ....”  ศิศิราเคยได้ยินมาบ้าง ถ้าไม่ใช่เรื่องการลงทุนภาคธุรกิจ ก็มีการซื้อขายที่ดินในลักษณะนี้ บางคนก็รับแต่งงานกับชาวต่างชาติก็มี แต่นั้นเป็นเรื่องที่เธอเคยได้ยินมาเท่านั้น

“เห็นว่าคนนี้อยากได้ที่แถวๆนี้หลายแปลง นอกจากพี่แล้วคงมีนายหน้าคนอื่นไปถามซื้อที่ดิน ยังไงคะนิ้งอยู่คนเดียวก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ”

“แล้วนี่...จะดื่มแต่น้ำผลไม้เหรอ ถือศีลหรือไง พี่เลี้ยงก็ได้นะ อยากดื่มคอกเทล ไวน์ เหล้า เบียร์ เอาะไร พี่คำแก้วพร้อมบริการเต็มที่เลย ถ้ากลัวเมาเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”

ศิศิราส่ายหน้ารัวๆ แค่พูดถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์เธอก็คิดถึงเรื่องในคืนนั้นไม่ได้ ถ้าไม่เพราะดื่มไวน์เข้าไป เธอคงไม่ใจกล้าทำอะไรแบบนั้นกับคนแปลกหน้าได้หรอก  จะว่าไปก็นับว่าเธอยังโชคดีที่ไม่ถูกผู้ชายหลอก จากที่เธอเคยอ่านเจอ บางคนก็ถูกแอบถ่ายคลิปไว้ก็มี ยิ่งคิดก็ยิ่งจิตตก คืนนั้น...ไม่น่าเลยจริงๆ

เห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่ดีนัก คำแก้วจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอาล่ะๆ พี่ไปดูหลังร้านก่อน ถ้ามีอะไรก็เรียกพี่ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงก็คนบ้านเดียวกัน”

“ขอบคุณค่ะพี่คำแก้ว”

ศิศิรามองร่างของเจ้าของร้านอาการเดินออกไปแล้วจึงจัดการอาหารของตนเอง เธออยากลืมเรื่องคืนนั้น แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งคิดถึง ทั้งเสียงหอบหายใจ เสียงคำรามในลำคอ แค่หลับตา ภาพของคนแปลกหน้าคนนั้นก็พร้อมจะผุดขึ้นในหัว  ราวกับมีใยบางๆ ที่มองไม่เห็นผูกมัดเธอไว้กับความทรงจำแสนหวามในคืนนั้น

หญิงสาวสะบัดหน้าไปมา รู้สึกแก้มร้อนขึ้นมาทันที เธอหยิบบิลค่าอาหารตรงไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ฝากบอกพนักงานให้บอกพี่คำแก้วว่าเธอกลับบ้านแล้ว  เมื่อเดินมาหาจักรยานสีเขียวมัทฉะก็พบว่ารถของเธอนอนตะแคงอยู่ตรงนั้น

“ใครทำรถฉัน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป