บทที่ 2 คุณชายหน้าตึง

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เขาเกลียดการรับมือกับเด็กอ่อนแอ ร่างสูงยืนนิ่งงัน ไม่เอ่ยปากขอโทษหรือทำตัวเป็นพี่ชายแสนดี เขาเพียงแค่เสตามองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

"คราวหลังก็มองทางด้วยแล้วกัน"

ข้าวหอมเม้มปากแน่น ไม่ตอบโต้

"ส่วนหนูหอม ไปเถอะลูก ตามป้าขึ้นไปดูห้องนอนดีกว่านะ ทิ้งคุณชายขี้บ่นเขาไว้ตรงนี้แหละ"

คุณนภาแตะไหล่เด็กสาวเบาๆ แล้วพาเดินไปยังประตูบานใหญ่

ข้าวหอมยังไม่วายหันกลับมามองค้อนหนุ่มรุ่นพี่อีกครั้ง ภามยืนกอดอกอยู่ตรงหน้ามุข นัยน์ตาคมกริบมองตาม ริมฝีปากหยักขยับพึมพำที่เธอพอจะอ่านปากออกได้ว่า...

ยัยตัวยุ่ง

เด็กสาวสะบัดหน้าพรืด ตั้งท่าจะก้าวเท้าเข้าบ้านทันที

"หนูหอมจ๊ะ ถอดรองเท้าก่อนลูก"

เสียงคุณนภาเรียกไว้ ทำให้เท้าของเด็กสาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ข้าวหอมก้มลงมองรองเท้าผ้าใบคู่เก่าของตัวเองทันที ตรงขอบพื้นรองเท้ามีคราบดินจางๆ ติดอยู่ เพราะก่อนออกจากบ้านสวน เธอยังแอบวิ่งไปดูต้นมะพร้าวหลังบ้านเป็นครั้งสุดท้าย เด็กสาวหน้าเจื่อน รีบชักเท้ากลับอย่างรวดเร็ว

"ขะ... ขอโทษค่ะคุณป้า หนูลืมไป"

แม่บ้านคนหนึ่งรีบเลื่อนชั้นรองเท้าไม้สีเข้มออกมาให้ ด้านข้างมีรองเท้าสลิปเปอร์ใส่ในบ้านหลายคู่เรียงเป็นระเบียบจนข้าวหอมแทบไม่กล้าหยิบ แค่รองเท้าแตะเดินในบ้านยังดูแพงกว่ารองเท้านักเรียนของเธอเสียอีก เธอค่อยๆ ถอดรองเท้าผ้าใบอย่างระมัดระวัง แต่เชือกรองเท้าข้างหนึ่งดันพันกันยุ่งจนต้องก้มลงแกะอยู่นาน

เสียงทุ้มของภามดังลอยมาจากด้านหลัง

"บ้านนี้มีระเบียบข้อแรก ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน ไม่ใช่เดินลุยเข้ามาเหมือนเพิ่งกลับจากลุยโคลนจับปู"

ข้าวหอมเงยหน้าขวับ

"หนูไม่ได้ไปจับปูค่ะ หนูมาจากสวนมะพร้าว"

"สภาพรองเท้าดูเหมือนไปลุยโคลนจับปูมาด้วย"

เด็กสาวกัดฟันยิ้มหวานเกินจริง

"ดีเลยค่ะ บ้านพี่จะได้มีบรรยากาศธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้างเหมือนหน้าเจ้าของบ้านบางคน"

"ข้าวหอม"

"คะ คุณชายหน้าตึง"

คุณนภารีบกระแอมเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่

"พอแล้วจ้ะทั้งคู่ หนูหอมใส่คู่นี้นะลูก น่าจะพอดีเท้า"

ข้าวหอมรับรองเท้าใส่ในบ้านสีครีมมาสวมอย่างเก้ๆ กังๆ พื้นรองเท้านุ่มยวบจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังเหยียบก้อนเมฆ ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป ข้าวหอมก็แทบลืมหายใจ โถงกลางบ้านสูงโปร่ง เพดานประดับโคมไฟคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ พื้นหินอ่อนขัดเงาจนเห็นเงาสะท้อนชัดเจน แจกันกระเบื้องใบสูงตั้งประดับมุมห้อง ดอกไม้สดในแจกันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

แต่สำหรับเด็กที่คุ้นชินกับกลิ่นดินหลังฝนตกและกลิ่นมะพร้าวแก่ ความหอมหรูหรานี้กลับให้ความรู้สึกห่างเหินอย่างบอกไม่ถูก ข้าวหอมเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว บ้านหลังนี้สวยมาก... แต่สวยจนเธอกลัว กลัวจะเดินเข้าห้องผิด กลัวจะเผลอจับอะไรพัง และที่กลัวที่สุดคือกลัวว่าตัวเองจะไม่มีพื้นที่ให้ยืนในบ้านหลังนี้จริงๆ

"ไม่ต้องเกร็งนะลูก"

คุณนภาคล้ายอ่านใจออก จึงบีบมือเธอเบาๆ

"อยู่ไปเดี๋ยวก็ชิน"

ระหว่างเดินผ่านโถงด้านข้าง สายตาของเด็กสาวสะดุดเข้ากับประตูห้องหนึ่งที่เปิดแง้มอยู่ ด้านในไม่เหมือนห้องอื่นในคฤหาสน์เลยสักนิด ไม่มีโซฟาหรูหรือโคมไฟระย้า มีแต่โต๊ะไม้ตัวยาวที่รกอย่างมีระเบียบ บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดาษเขียนแบบ ไม้บรรทัดเหล็ก และโมเดลสะพานขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะอย่างโดดเด่น ประกอบจากไม้เส้นเล็กๆ ไขว้กันเป็นรูปสามเหลี่ยมซับซ้อน กลิ่นกาวจางๆ กลิ่นกระดาษ และกลิ่นกาแฟเย็นลอยปะปนกันอยู่ในอากาศ

ข้าวหอมชะโงกหน้าเข้าไปดูอย่างลืมตัว ความคิดถึงที่จุกอยู่ในอกทำให้เด็กสาวเผลอพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบา

"สะพานบ้านตุ๊กตา..."

"นั่นไม่ใช่สะพานบ้านตุ๊กตาของเล่น"

เสียงทุ้มเย็นเยียบดังขัดขึ้นจากด้านหลัง ข้าวหอมสะดุ้งจนเกือบชนกรอบประตู รีบกะพริบตาไล่ความร้อนผ่าวแล้วหันขวับกลับไปมอง ก็พบว่าภามยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาคมกริบมองเธอราวกับจับได้ว่าเด็กซนกำลังจะย่องเข้าไปทำลายหลักฐานสำคัญ

"มันคือโมเดลโครงถักรับแรง"

เขาอธิบายเสียงเรียบ

"และถ้าเธอเอานิ้วไปจิ้มจนมันหัก ฉันจะให้เธอนั่งต่อใหม่ทั้งคืน"

ข้าวหอมรีบชักมือที่ยังไม่ได้ยื่นออกไปกลับมากอดอก พยายามสูดลมหายใจเพื่อซ่อนความอ่อนแอเมื่อครู่เอาไว้ให้มิดชิดที่สุด

"หนูยังไม่ได้แตะสักหน่อย แค่มองก็ผิดด้วยเหรอคะ"

"สำหรับคนที่เดินชนคนอื่นตั้งแต่นาทีแรกที่ลงจากรถ มองเฉยๆ ก็ยังน่ากังวล"

"พี่ภาม!"

"ตาภาม อย่าแกล้งน้อง"

คุณนภาปราม แต่ริมฝีปากกลับเปื้อนยิ้ม

"ห้องนี้เป็นห้องทำโปรเจกต์ของพี่เขาจ้ะ ช่วงนี้มีงานส่งอาจารย์ นอนดึกแทบทุกคืน ถ้าของขยับผิดที่นิดเดียว เขารู้หมด"

ข้าวหอมเหล่มองเจ้าของห้อง

"โห... ดินสอต้องวางทำมุมกี่องศาคะ ถึงจะถูกระเบียบคุณชายวิศวะ"

ภามเลิกคิ้ว

"สามสิบองศา"

เด็กสาวชะงัก

"พูดจริงเหรอคะ"

"ล้อเล่น"

"..."

"แต่ถ้าเธออยากลองขยับดู ฉันจะตั้งกฎเพิ่มตั้งแต่วันนี้"

ข้าวหอมกัดฟันยิ้ม

"หนูไม่ยุ่งกับห้องพี่ก็ได้ค่ะ กลัวโมเดลสะพานของพี่จะรับแรงความเก่งของหนูไม่ไหวแล้วพัง"

ภามหรี่ตา

"มั่นใจเกินไปนะเธอ"

"หนูไม่ได้มั่นใจค่ะ หนูเรียกว่ารู้ศักยภาพตัวเอง"

"ศักยภาพในการทำของพัง?"

"ศักยภาพในการเอาตัวรอดจากคนขี้บ่นค่ะ"

คุณนภาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบดันหลังข้าวหอมให้เดินต่อ

"ไปลูก ไปดูห้องก่อน ปล่อยพี่เขาทำงานเถอะ เดี๋ยวสะพานจะไม่ได้ส่งอาจารย์"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป