บทที่ 3 คำสั่งจากแดนไกล

บานประตูไม้เนื้อแข็งสลักลายยุโรปถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งความโอ่อ่าของโถงทางเดินคฤหาสน์ศิริพัฒน์ไว้เบื้องหลัง ข้าวหอมยืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ เฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจสีขาวสะอาดตาถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เตียงนอนขนาดคิงไซซ์ปูด้วยผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่มลื่นมือ และสัมผัสเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่อย่างเงียบเชียบ

ทุกอย่างดูหรูหราสมบูรณ์แบบ ทว่าสำหรับเด็กสาววัยสิบห้าปีที่เพิ่งสูญเสียโลกทั้งใบไป ความกว้างขวางของห้องที่ใหญ่กว่าบ้านไม้หลังเก่าของเธอถึงสามเท่า กลับยิ่งตอกย้ำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวเด่นชัดขึ้นจนน่าใจหาย

ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียงอย่างอ่อนล้า ความนุ่มยุบตัวรองรับน้ำหนักจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไป สองมือที่สั่นเทาน้อยๆ ปลดสายกระเป๋าเป้ใบเก่าที่เริ่มรุ่ยออกจากบ่า ก่อนจะล้วงเอาสมาร์ตโฟนที่หน้าจอมีรอยร้าวเป็นทางยาวออกมาถือไว้ ปลายนิ้วแตะปลดล็อกหน้าจอแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันคลังภาพอย่างเชื่องช้า

ภาพแรกที่ปรากฏคือภาพของชายวัยกลางคนสวมงอบใบเก่า ผิวสีคร้ามแดด มีรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว ยืนชูทะลายมะพร้าวน้ำหอมอยู่กลางสวน โดยมีเด็กสาวผมเปียยืนชูสองนิ้วยิ้มแฉ่งอยู่ข้างๆ

หยดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านสวน ร่วงเผาะลงบนหน้าจอกระจกจนภาพนั้นพร่ามัว ข้าวหอมรีบใช้นิ้วโป้งปาดหยดน้ำตาออกอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่ารอยเปื้อนนั้นจะทำให้รอยยิ้มของพ่อเลือนหายไป เสียงสะอื้นที่อัดอั้นหลุดรอดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่

เด็กสาวกอดสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าแนบไว้กับอก ซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสูญเสียไหลทะลักออกมาท่ามกลางความเงียบงัน

ภาพความทรงจำในวันเกิดเหตุยังคงแจ่มชัด แต่สิ่งที่กรีดลึกลงไปในใจไม่แพ้กัน คือบทสนทนาผ่านสายโทรศัพท์ข้ามทวีปเมื่อสัปดาห์ก่อน

แม่ผู้ให้กำเนิด... ผู้หญิงที่เลือกเดินแยกทางไปสร้างครอบครัวใหม่ที่ประเทศแคนาดาตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ โทรศัพท์ทางไกลมาหาพร้อมกับคำสั่งเด็ดขาดราวกับสายฟ้าฟาด

'แม่จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและวีซ่าให้หนูแล้ว เก็บของซะ งานศพพ่อเสร็จเมื่อไหร่ หนูต้องบินมาอยู่กับแม่ที่แคนาดา'

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจนั้น ทำให้ข้าวหอมในตอนนั้นกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วเกร็ง เธอตอบกลับไปทันควันด้วยความดื้อดึง

'หนูไม่ไป! หนูจะอยู่ที่นี่ จะดูแลสวนของพ่อ หนูอยู่คนเดียวได้!'

'อย่ามาดื้อเอาตอนนี้นะข้าวหอม!'

เสียงปลายสายตวาดแหว

'แม่อยู่แคนาดา ไม่ได้แปลว่าจะปล่อยให้เด็กอายุสิบห้าใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่คนเดียว ถ้าหนูไม่ยอมไปอยู่กับป้านภา เพื่อนของแม่ที่กรุงเทพฯ แม่ก็จะขอยื่นคำขาด... แม่จะบินกลับไปลากตัวหนูมาอยู่ที่นี่ด้วยตัวเอง เลือกเอา!'

คำขู่ที่แฝงความจริงจังนั้น ทำให้เด็กสาวเบิกตากว้าง เธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นทำจริงแน่ และถ้าเธอถูกพาตัวไปต่างประเทศ สวนมะพร้าวที่เป็นเหมือนจิตวิญญาณของพ่อคงถูกขายทิ้งทันทีข้าวหอมไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากยอมรับเงื่อนไขข้อแรก... นั่นคือการย้ายมาอยู่ในการอุปการะของคุณป้านภา

ภาพของหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าใจดี ปรากฏตัวขึ้นในวันสวดอภิธรรมศพคืนแรก คุณป้านภาในชุดสีดำสนิทที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดี ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจความเฉอะแฉะของบ้านสวนเลยแม้แต่น้อย 

ท่านก้าวเข้ามากอดปลอบเด็กสาวที่กำลังร้องไห้จนตัวโยน พร้อมกลิ่นน้ำหอมละมุนที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ จัดการรับหน้าที่เป็นธุระเรื่องงานศพให้ทั้งหมดอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

ไม่เพียงแค่นั้น คุณป้านภายังมองเห็นความกังวลในสายตาของข้าวหอมที่ห่วงใยผืนดินของพ่อ จึงจัดการหาทางออกที่ยั่งยืนให้ด้วยการหาชาวสวนในละแวกใกล้เคียงที่ไว้ใจได้ มาทำสัญญาเช่าสวนมะพร้าวเพื่อดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไป

'ให้เขาเช่าทำกินไปก่อนนะลูก ต้นไม้จะได้ไม่โทรม แถมหนูยังมีรายได้รายเดือนเก็บสะสมไว้เป็นทุนของตัวเองด้วย ถึงมันจะไม่มากมายนัก แต่มันก็เป็นน้ำพักน้ำแรงของพ่อที่ทิ้งไว้ให้หนูนะจ๊ะ'

สัมผัสอบอุ่นและคำพูดที่เต็มไปด้วยความเมตตาของคุณป้านภาในวันนั้น คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เด็กสาวตัดสินใจเก็บกระเป๋า ก้าวออกจากสถานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในชีวิต เพื่อมาเริ่มต้นใหม่ในเมืองหลวง

ข้าวหอมสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ นัยน์ตากลมโตที่เคยวูบไหวกลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

"หอมจะเข้มแข็งจ้ะพ่อ หอมจะไม่ร้องไห้บ่อยๆ พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง... แค่รับมือกับคุณชายเจ้าระเบียบหน้าตึงคนนั้น หอมทำได้สบายมากอยู่แล้ว"

เด็กสาวพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆ ให้กับเงาในกระจก รวบรวมความกล้าและความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับชีวิตบทใหม่ในคฤหาสน์ศิริพัฒน์ ที่ซึ่งเธอรู้ดีว่า... คงมีกฎเกณฑ์และความวุ่นวายอีกมากมายรอเธออยู่หลังบานประตูห้องนี้อย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป