บทที่ 5 การปรับตัว
ช่วงค่ำหลังมื้ออาหารที่แสนอึดอัดผ่านพ้นไป ข้าวหอมพาตัวเองกลับขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัวที่กว้างขวางกว่าห้องเดิมที่บ้านสวนถึงสามเท่า เด็กสาวทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่ม ปล่อยให้ความเงียบงันของห้องแอร์เย็นฉ่ำโอบล้อมรอบตัว
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ข้าวหอมดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แง้มประตูออกไปดูก็พบกับหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าอิ่มเอิบเปื้อนรอยยิ้มใจดี ในมือของนางถือตะกร้าหวายที่มีผ้าขนหนูผืนใหม่และของใช้ส่วนตัวจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
"ป้าขออนุญาตนะคะคุณหอม"
หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ป้าชื่อ อ้อย เป็นหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่ค่ะ ส่วน ลุงสมชัย ที่เป็นคนขับรถไปรับคุณหอมเมื่อวานก็สามีป้าเอง... คุณนภาท่านกลัวว่าคุณหอมจะขาดตกบกพร่องอะไร เลยให้ป้าเอาของใช้พวกนี้มาเตรียมไว้ให้เพิ่มค่ะ"
"เรียกหอมเฉยๆ ก็ได้ค่ะป้าอ้อย ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ หอมเกรงใจ"
เด็กสาวยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม รีบรับตะกร้ามาถือไว้
"ขอบคุณป้าอ้อยมากนะคะ"
"โธ่... เด็กดี"
ป้าอ้อยยิ้มกว้าง มองเด็กสาวด้วยแววตาเอ็นดู
"มาอยู่ที่นี่ไม่ต้องเกร็งนะลูก ถือซะว่าเป็นบ้านของเราเอง ขาดเหลืออะไร หรืออยากกินขนมอะไรเป็นพิเศษ ก็ไปกระซิบบอกป้าที่หลังครัวได้ตลอดเวลาเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ค่ะ ป้าอ้อย"
เมื่อป้าอ้อยขอตัวกลับลงไปข้างล่าง บานประตูไม้เนื้อแข็งก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ข้าวหอมวางตะกร้าลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง รอยยิ้มใจดีของแม่บ้านเมื่อครู่ช่วยให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายอุ่นวาบขึ้นมาได้บ้าง แต่มันก็ยังไม่สามารถทดแทนความว้าเหว่ที่ซุกซ่อนอยู่ส่วนลึกได้
ร่างเล็กเดินกลับมานั่งขดตัวบนเตียง มือบางล้วงหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าซึ่งหน้าจอมีรอยร้าวขึ้นมา นิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันคลังภาพ เลื่อนดูรูปถ่ายคู่กับผู้เป็นพ่อที่ถ่ายไว้เมื่อหลายเดือนก่อน
ใบหน้ากร้านแดดและรอยยิ้มกว้างของคนในรูป ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจบีบรัด ขอบตาที่พยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอมาทั้งวันเริ่มร้อนผ่าว หยาดน้ำตาใสๆ ร่วงเผาะลงบนหน้าจอกระจกจนภาพพร่ามัว ข้าวหอมกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบงัน ความคิดถึงพ่อและความรู้สึกโดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่กำลังกัดกินหัวใจดวงน้อยอย่างช้าๆ
ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งกะทันหัน ทำเอาคนที่กำลังร้องไห้สะดุ้งเฮือก ข้าวหอมรีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะเดินไปแง้มประตูดูว่าใครมาเยือนในยามวิกาล
เมื่อบานประตูเปิดออก ร่างสูงโปร่งของคุณชายเจ้าระเบียบก็ยืนตีหน้าตึงอยู่หน้าห้อง ทว่าในมือของเขากลับมีแก้วกระเบื้องเคลือบที่บรรจุนมสดอุ่นกรุ่นถืออยู่
"พี่ภาม..."
ข้าวหอมเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว พยายามหลุบตาต่ำเพื่อซ่อนร่องรอยความอ่อนแอ
แต่มีหรือจะพ้นสายตาคมกริบคู่นั้น ภามกวาดตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่บัดนี้แดงก่ำ ดวงตากลมโตบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด ปลายจมูกรั้นยังแดงเรื่อ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ายัยเด็กแสบเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล่นปลาบเข้ามาในอก ชายหนุ่มเผลอกระชับแก้วในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ทว่าด้วยฟอร์มที่จัดจ้าน เขาจึงเลือกที่จะปั้นหน้านิ่งและยื่นแก้วนมส่งให้
"แม่ให้เอามาให้... ดื่มซะ จะได้นอนหลับ"
ข้าวหอมรับแก้วนมมาถือไว้ ไออุ่นจากกระเบื้องเคลือบแผ่ซ่านมาถึงฝ่ามือ
"ขอบคุณค่ะ... แล้วมีธุระอะไรอีกไหมคะ หนูจะนอนแล้ว"
"ตาแดงช้ำขนาดนั้น ฝุ่นเข้าตาหรือไง"
ภามแกล้งเลิกคิ้วถาม แววตามีรอยเย้าแหย่เจืออยู่จางๆ
"ถ้าจะร้องไห้ขี้มูกโป่งคิดถึงบ้าน ก็ร้องให้มันเบาๆ หน่อย ฉันรำคาญเสียงสะอื้น"
คนถูกจับได้หน้าม้านไปเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณความสู้คนทำให้ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นขวับ
"หนูไม่ได้ร้องไห้เสียงดังสักหน่อย พี่หูแว่วไปเองต่างหาก! แล้วหนูก็ไม่ได้ขี้มูกโป่งด้วย!"
"ปากดีให้มันได้ตลอดเถอะ"
ภามแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้นเพื่อเข้าประเด็น
"พรุ่งนี้เช้า แม่จะพาเธอไปซื้อชุดนักเรียนใหม่ แล้วก็จะพาไปจัดการเรื่องมอบตัวที่โรงเรียน เตรียมตัวให้พร้อมตอนแปดโมงเช้า... อ้อ แล้วก็กรุณาแต่งตัวให้มันดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยนะ อย่าใส่เสื้อย้วยๆ กับกางเกงขากุดไปเดินห้างเด็ดขาด เข้าใจไหม"
ข้าวหอมเบ้ปากใส่คนขี้บ่น
"หนูรู้หรอกน่า ว่าไปข้างนอกต้องแต่งตัวยังไง ไม่ทำให้คุณป้านภาต้องอายหรอกค่ะ พี่ภามนั่นแหละไม่ต้องมายุ่ง!"
"ที่ฉันยุ่ง เพราะฉันต้องเป็นคนขับรถพาพวกเธอไปไง ยัยเด็กบ๊อง"
คำตอกกลับนั้นทำเอาคนเก่งถึงกับชะงัก เถียงไม่ออกไปชั่วขณะ ภามมองปฏิกิริยานั้นแล้วพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ดื่มนมให้หมดแก้ว แล้วก็รีบปิดไฟนอนซะ พรุ่งนี้ถ้าเธอลงมาช้าแม้แต่นาทีเดียว ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี่แหละ"
พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับไปยังโซนปีกขวาอันเป็นอาณาเขตส่วนตัว ทิ้งให้เด็กสาวมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความหมั่นไส้
ข้าวหอมปิดประตูห้อง ลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอยกแก้วนมขึ้นดื่มจนหมด รสชาติหวานมันและไออุ่นที่ไหลผ่านลำคอทำให้ความว้าวุ่นในใจสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
ร่างเล็กเดินเอาแก้วไปล้างที่อ่างในห้องน้ำ พลางจ้องมองเงาตัวเองในกระจก ชีวิตใหม่ในเมืองหลวงและการปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบของบ้านศิริพัฒน์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เธอต้องเข้มแข็ง ต้องอยู่ให้รอด และที่สำคัญ... จะต้องไม่ยอมแพ้ให้กับความเผด็จการของพี่ภามเด็ดขาด
‘พรุ่งนี้เจอกันแน่ คุณชายหน้าน้ำแข็ง!’
เด็กสาวหมายมั่นปั้นมือในใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า... และคืนนั้น นมแก้วอุ่นก็ช่วยให้เธอหลับสนิทโดยไม่มีฝันร้ายมารบกวนอีกเลย
