บทที่ 6 ผู้ปกครองจอมเผด็จการ
เข็มนาฬิกาบนผนังชี้บอกเวลาเจ็ดโมงสี่สิบห้านาที ข้าวหอมจัดการแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เด็กสาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่
วันนี้เธอเลือกสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่ง จับคู่กับกางเกงยีนทรงกระบอกและรองเท้าผ้าใบสีมอมแมมคู่ใจ แม้จะดูทะมัดทะแมงคล่องตัวราวกับเด็กผู้ชาย แต่ก็ถือว่ามิดชิดและตรงตามกฎ ของใครบางคนที่ตั้งเอาไว้เมื่อคืนทุกประการ
ทว่าเมื่อก้าวลงมาถึงห้องโถงชั้นล่าง แทนที่จะเจอเพียงคุณป้านภาที่นั่งรออยู่บนโซฟา เด็กสาวกลับต้องแอบลอบเบ้ปาก เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของสารถีจำเป็นยืนกอดอกพิงกรอบประตูทางออก นัยน์ตาคมกริบของภามตวัดมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจการแต่งกายของคนมาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เจ็ดโมงห้าสิบนาที... ถือว่าตรงต่อเวลา"
ภามเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่กางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบของเธอ
"แต่นี่คือชุดไปเดินห้างของเธอเหรอ ฉันนึกว่าเด็กช่างกลที่ไหนหลงเข้ามาในบ้านเสียอีก"
ข้าวหอมเชิดหน้าขึ้นทันควัน
"ก็พี่ภามบอกเองว่าให้แต่งตัวมิดชิด ชุดนี้ก็มิดชิดตั้งแต่คอจรดตาตุ่มแล้วไงคะ หรือพี่จะให้หนูห่มสไบไปเดินห้าง"
"ยัยเด็กนี่... เถียงคำไม่ตกฟาก"
ภามกัดฟันกรอด ขยับตัวหมายจะเข้าไปจัดการคนปากดี ทว่าคุณป้านภาก็ลุกขึ้นมาห้ามทัพเสียก่อน
"เอาล่ะๆ พอได้แล้วทั้งสองคน วันนี้เรามีธุระต้องไปทำอีกเยอะนะ ตาภาม... ไปสตาร์ตรถรอแม่กับน้องเลยลูก ส่วนหนูหอม มาจ้ะ ไปขึ้นรถกัน"
คุณป้านภาดึงมือข้าวหอมให้เดินตามออกไป ภามทำได้เพียงพรูลมหายใจยาว กระแทกส้นเท้าเดินนำหน้าไปที่รถเอสยูวีคันใหญ่ซึ่งจอดรออยู่หน้ามุขคฤหาสน์
ตลอดการเดินทาง บรรยากาศภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบ ภามทำหน้าที่ขับรถด้วยท่าทีนิ่งขรึม สายตาจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า ในขณะที่ข้าวหอมเอาแต่นั่งมองวิวทิวทัศน์ของตึกรามบ้านช่องที่แปลกตาไปจากสวนมะพร้าวบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง มีเพียงคุณป้านภาที่คอยชวนเด็กสาวคุยเพื่อทำลายความอึดอัด
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง คุณป้านภาก็พาข้าวหอมตรงดิ่งไปยังร้านขายชุดนักเรียนแบรนด์ดังทันที พนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาบริการอย่างนอบน้อม
"ขอชุดนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนรัฐบาลค่ะ จัดมาให้ครบชุดเลยนะคะ ทั้งเสื้อ กระโปรง เข็มขัด แล้วก็รองเท้าด้วย"
คุณป้านภาสั่งการอย่างคล่องแคล่ว
พนักงานสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะดึงสายวัดออกมาเตรียมวัดสัดส่วน
"น้องตัวเล็กนะคะ แนะนำเป็นกระโปรงความยาวกำลังดี เหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย จะได้ดูสมส่วนและทะมัดทะแมงเวลาเดินค่ะ"
พนักงานเสนอความคิดเห็นพร้อมกับหยิบกระโปรงสีกรมท่าตัวหนึ่งมาทาบที่ช่วงเอวของเด็กสาว
"ดีเลยค่ะ หอมไม่ชอบใส่กระโปรงยาวๆ มันเดินลำบาก" ข้าวหอมรีบพยักหน้าเห็นด้วย
ทว่า...
"กระโปรงสั้นไป เอาตัวที่ยาวคลุมหน้าแข้งมาเลย"
เสียงทุ้มเฉียบขาดดังขึ้นจากด้านหลัง ภามก้าวเข้ามาในร้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทันสังเกต ชายหนุ่มปรายตามองกระโปรงในมือพนักงานด้วยความไม่สบอารมณ์
พนักงานสาวหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย รีบหันไปมองหน้าคุณป้านภาเพื่อขอการตัดสินใจ ส่วนข้าวหอมก็หันขวับไปจ้องหน้าคนออกคำสั่งทันที
"คลุมหน้าแข้งอะไรล่ะคะ! ยาวขนาดนั้นหนูก็เดินสะดุดชายกระโปรงล้มพอดี พี่ภามจะบ้าเหรอ ใครเขาใส่กระโปรงยาวเป็นแม่ชีขนาดนั้นกัน!"
เด็กสาวโวยวาย
"เด็กผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวเขาใส่กัน"
ภามสวนกลับทันควัน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเด็กดื้ออย่างไม่ลดละ
"ใส่สั้นๆ ไปให้พวกผู้ชายมันมองหรือไง กฎของบ้านศิริพัฒน์คือต้องแต่งตัวเรียบร้อย และฉันในฐานะผู้ปกครองของเธอ ขอสั่งให้เปลี่ยนความยาวกระโปรงเดี๋ยวนี้"
"หนูไม่ได้ใส่ไปให้ใครมอง หนูใส่ไปเรียน! พี่ภามนั่นแหละหัวโบราณ!"
"ข้าวหอม!"
ภามกดเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวเริ่มแผ่รังสีความกดดันจนพนักงานร้านถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แอบถอยร่นไปครึ่งก้าว
"เอ่อ... ตาภาม แม่ว่ายาวคลุมหน้าแข้งมันอาจจะดูรุ่มร่ามไปนิดสำหรับหนูหอมนะลูก เอาเป็นพอดีเข่าดีไหมจ๊ะ ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป เดินเหินก็สะดวกด้วย"
คุณป้านภารีบแทรกขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ย ก่อนที่ลูกชายตัวโตจะอาละวาดกลางร้าน
ภามพรูลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด เขามองหน้ามารดา ก่อนจะปรายตามองเด็กตัวแสบที่ยังคงทำหน้างอเชิดหน้าใส่เขา
"พอดีเข่าก็ได้ครับ... แต่ถ้าผมแวะไปดูที่โรงเรียน แล้วเห็นว่ากระโปรงเธอมันหดสั้นขึ้นมาเหนือเข่าเมื่อไหร่ ฉันจะเอาไม้บรรทัดตีขาเธอให้ลายเลย คอยดู!"
ชายหนุ่มคาดโทษทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปยืนรอหน้าร้าน ปล่อยให้คุณป้านภาและพนักงานจัดการลองชุดให้ข้าวหอมต่อไป เด็กสาวทำปากขมุบขมิบล้อเลียนคำพูดของเขาตามหลัง
‘ตาแก่เจ้าระเบียบเอ๊ย! คิดว่าเป็นลูกชายเจ้าของบ้านแล้วจะสั่งอะไรก็ได้หรือไง ฝันไปเถอะ!’
หลังจากจัดการเรื่องชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนเสร็จสิ้น คุณป้านภาก็ขอตัวไปทำธุระที่ธนาคาร ทิ้งให้ภามรับหน้าที่พาข้าวหอมไปหาอาหารกลางวันทาน
ชายหนุ่มเดินนำหน้าเด็กสาวเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ข้าวหอมกวาดสายตามองการตกแต่งภายในร้านและราคาในเมนูด้วยความประหม่า อาหารแต่ละจานราคาแพงกว่าค่ากับข้าวที่บ้านสวนของเธอทั้งสัปดาห์เสียอีก
"อยากกินอะไรก็สั่ง"
ภามเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าจากเมนู
"หนู... หนูไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ พี่ภามสั่งเลย"
ข้าวหอมตอบอ้อมแอ้ม ค่อยๆ วางเมนูลงบนโต๊ะ
ภามเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวที่นั่งทำตัวลีบ เขาพอจะเดาออกว่าเธอคงไม่กล้าสั่งเพราะเกรงใจเรื่องราคา ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันไปพยักหน้าเรียกพนักงาน แล้วจัดการสั่งอาหารรวดเดียวสามสี่อย่าง
เพียงไม่นาน อาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟ และหนึ่งในนั้นคือ ข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึชามโต ที่ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย
ภามเลื่อนชามข้าวหน้าหมูทอดไปตรงหน้าเด็กสาว "
กินซะ... แม่บอกว่าเธอชอบกินหมูทอด"
ข้าวหอมชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงเรียบตึง เขาทำเป็นไม่สนใจเธอและเริ่มจัดการกับซูชิในจานของตัวเอง ทว่าความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากน้ำแข็งนั้น กลับทำให้ความรู้สึกว้าวุ่นในใจของเด็กสาวอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
เขาปากร้าย ขี้บ่น และชอบวางอำนาจ... แต่ในความร้ายกาจนั้น เขากลับแฝงความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอเอาไว้เสมอ
ข้าวหอมก้มหน้าลงมองชามหมูทอด ริมฝีปากอิ่มลอบคลี่ยิ้มบางเบาโดยไม่ให้คนตรงหน้าเห็น มือเล็กหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูทอดเข้าปาก
รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมทำให้เธอลืมความขุ่นมัวเรื่องกระโปรงคลุมหน้าแข้งไปจนหมดสิ้น ดูเหมือนว่า... การใช้ชีวิตร่วมกับผู้ปกครองจอมเผด็จการคนนี้ อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรกก็ได้
