บทที่ 11 ตอนที่ 9 เป็นศัตรูกับกุ้ยเฟยอย่างเปิดเผย (ตอนปลาย)

ตอนที่ 9 เป็นศัตรูกับกุ้ยเฟยอย่างเปิดเผย (ตอนปลาย)

เยี่ยนกุ้ยเฟยไม่รู้ว่าเซียวเยวี่ยหลันกำลังคิดวางแผนสิ่งใดอยู่ ทว่าในสายตานางนั้นเข้าใจว่าสตรีใดบ้างไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเรียกร้องความรักจากบุรุษ ยังไม่ทันได้แต่งเข้าจวนอ๋อง ว่าที่พระสวามีก็ทำเรื่องให้เจ็บช้ำน้ำใจ เช่นนั้นต่อไปบุตรชายนางย่อมต้องรู้สึกติดค้างต่อพระชายา และหากเซียวเยวี่ยหลันจะเรียกร้องสิ่งใด สวามีย่อมเห็นแก่หน้านางอยู่หลายส่วน

และเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวกับเซียวอี้ซินบุตรสาวสายรอง ฝ่าบาทต้องเห็นแก่หน้าสกุลเซียว ไม่แน่ว่าพี่น้องคู่นี้คงได้แต่งเข้าตำหนักซ่งอ๋องด้วยกันทั้งคู่ หลังจากนั้นพระชายาเอกย่อมมีสิทธิ์จัดการเรื่องในเรือนหลัง เยี่ยนกุ้ยเฟยแสยะยิ้มออกมาเมื่อขบคิดได้แตกแล้ว นางอยากจะปรบมือให้เสียจริง เซียวเยวี่ยหลันผู้นี้ร้ายกาจเป็นอย่างมาก เป็นเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะจะเป็นพระชายาเอกซ่งอ๋อง พระชายาที่แข็งกร้าวเห็นแก่ตัวเกินไป ไม่อาจช่วยงานใหญ่บุตรชายนางได้ความหึงหวงจนเกินไปจะฉุดรั้งให้ซ่งอ๋องตกต่ำได้ เซียวเยวี่ยหลันแต่งเข้ามาได้ แต่ต้องไม่ใช่พระชายาเอกเด็ดขาด!!!

"ข้าให้คนตรวจสอบอาภรณ์น้องสาวเจ้ามีกลิ่นหญ้าแดง เจ้ารู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร" เซียวเยวี่ยหลันแสดงสีหน้างุนงง นางส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ ดูใสซื่อยิ่งนัก

"หึ...เจ้าไม่รู้จริงหรือ อย่าคิดจะตบตาข้าได้ ข้าเป็นผู้ใดเจ้ามันก็แค่เด็กน้อยอมมือ จงเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ สตรีมากเล่ห์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เล่ห์นั้นอย่าได้เอามาใช้กับบุตรชายข้า"

"หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ เยวี่ยหลันทำสิ่งใดผิด พระสนมโปรดอย่าถือสา หม่อมฉันไม่รู้จริง ๆ"ร่างอรชรทิ้งตัวลงคุกเข่า เนื้อตัวสั่นเทา ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตา

เพล้ง!!!

"อย่ามาเสแสร้งต่อหน้าข้า!!!"เยี่ยนกุ้ยเฟยถูกยั่วโทสะจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ นางขว้างจอกชาลงไปที่ตรงหน้าหญิงสาว พลางชี้นิ้วที่สั่นเทาเต็มไปด้วยความโกรธ นางอยู่ในวังมากี่ปี ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วโทสะนาง แล้วนังเด็กนี่ถือดีอะไร 

เซียวเยวี่ยหลันรีบโขกหน้าผากจรดพื้น ทว่าริมฝีปากนางกลับกดลึกเป็นรอยยิ้มขึ้นมา เยี่ยนกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ไม่มีใครกล้ายั่วโทสะนางมานานแล้ว เห็นเช่นนี้ย่อมต้องระงับอารมณ์ไม่อยู่ แต่หากจะลงมือกับนาง นั่นก็ต้องดูด้วยว่าพระสนมกล้ามากพอหรือไม่ ซ่งอ๋องยังต้องพึ่งบิดานาง หากจัดการนางจริง ท่านพ่อจะยอมหรือ เกรงว่ามีแต่ใจแต่ไร้ความกล้ากระมัง

"ฮองเฮาเสด็จ!!!..."  รูม่านตาเยี่ยนกุ้ยเฟยขยายขึ้น นางตวัดสายตาไปมองสตรีที่ยังโขกหัวอยู่ที่พื้นพลางใช้ความคิดแต่แล้วก็รีบปรับอารมณ์ตนเองลง

เนื่องจากฮองเฮาตำแหน่งใหญ่กว่าเยี่ยนกุ้ยเฟย ที่นั่งจึงต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ยกเก้าอี้ตัวเดิมให้กับฮองเฮาและตนเองก็เลื่อนมานั่งลำดับต่ำกว่า นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นางขุ่นข้องหมองใจอยู่ตลอดเยี่ยนกุ้ยเฟยแต่งให้ฝ่าบาทตั้งแต่ครั้งที่พระองค์เป็นรัชทายาท ครั้นเมื่อขึ้นนั่งบัลลังก์นางจึงเลื่อนขึ้นเป็นกุ้ยเฟย แต่นั่นก็เข้าใจได้ แต่เมื่อจ้าวหม่านฟางตายไปแล้ว ยังมีจ้าวม่านลู่คนน้องขึ้นมาอีก ความจริงตำแหน่งมารดาแผ่นดินควรจะเป็นนางมิใช่หรือ

จ้าวฮองเฮาพระองค์นี้ไม่มีพระโอรส เพราะฉะนั้นการแก่งแย่งชิงดีในตำหนักใน พระองค์จึงไม่สนพระทัยนัก ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งฮองเฮาของพระนางก็ไม่มีวันสั่นคลอน ฮ่องเต้มิได้รักนาง แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้ตำแหน่งที่เป็นของพี่สาวนางตกไปเป็นของผู้ใด และบวกกับที่ทางสกุลจ้าวต้องการผลักดันให้นางขึ้นมาแทนที่

"กำลังคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ แล้วนั่นเหตุใดคุณหนูเซียวถึงได้คุกเข่าที่พื้นเล่า นางทำสิ่งใดให้น้องกุ้ยเฟยไม่พอใจหรือ" ฮองเฮายกจอกชาขึ้นเป่า พลางมองสตรีที่ยังคงนั่งหมอบอยู่ที่พื้น เหมือนจะไม่สนใจเท่าใดนัก

"หามิได้เพคะ คุณหนูเซียวเพียงตกใจเท่านั้น ฉินกูกูไปประคองคุณหนูเซียวขึ้นเถอะ" 

"เช่นนั้นก็ให้คุณหนูเซียวกลับไปก่อนเถอะ ข้าได้ยินว่าซ่งอ๋องเกิดเรื่องหรือ" ใบหน้าเยี่ยนกุ้ยเฟยเกร็งกระตุก แทบจะเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ สายข่าวฮองเฮาไวเสียจริง แต่แล้วก็อดจะตกใจไม่ได้ สตรีที่ไม่สนใจการแก่งแย่งต่าง ๆ เหตุใดจึงเสด็จมาที่นี่  เจตนาที่แท้จริงของฮองเฮาคืออะไรกันแน่ คงมิใช่มาเพื่อช่วยคุณหนูเซียวกระมังหากเป็นเช่นนั้นจริง เซียวเยวี่ยหลันเป็นคนของฮองเฮา ย่อมไม่อาจแต่งเข้าจวนซ่งอ๋อง หมากตัวนี้ต้องถูกกำจัดเดี๋ยวนี้!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป