บทที่ 13 ตอนที่ 10 พระราชทานสมรส (ตอนปลาย)
ตอนที่ 10 พระราชทานสมรส (ตอนปลาย)
"หุบปากเจ้าพวกโง่จะร้องไห้ทำไมกัน หลันเอ๋อร์อยู่โน่น ยังไม่รีบไปเอารถม้ามารับน้องสาวเจ้าอีก" สองพี่น้องสกุลเซียวต่างก็หันไปมอง ครั้นเมื่อเห็นบิดาประคองน้องสามขึ้นมา ทั้งคู่ต่างก็ปีนขึ้นไปบนฝั่ง ร้องไห้ไม่ยอมหยุด
"ยังจะร้องไห้อีกพาพี่สาวเจ้ากลับบ้านเร็วเข้า"
"ทะ...ท่านพ่อเสี่ยวซู ฮือ...หยุดร้องไม่ได้ พี่สามข้ารักท่าน ข้าจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังท่านทุกอย่าง ท่านอย่าทำให้เสี่ยวซูตกใจเช่นนี้ได้หรือไม่" เซียวเยวี่ยหลันยกมือขึ้นไปวางบนศีรษะของน้องชาย พลางโผเข้าไปกอดร้องสะอื้น
"พี่สามไม่เป็นอะไรแล้ว เสี่ยวซู พี่ใหญ่ หลันเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรแล้ว"
"อืม ๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พี่ใหญ่...จะให้จิ้งหรีดเจ้า"เซียวเยวี่ยหลันผละตัวออกมา กอดพี่ใหญ่ของนางเช่นกัน เซียวเซิ่งหมิ่นตัวแข็งค้าง แต่แล้วก็ร้องโฮเสียงดัง นี่เป็นครั้งแรกที่น้องสาวกอดเขา นางคงตกใจมากใช่หรือไม่
เซียวอู่เห็นพี่น้องรักกันก็ตื้นตันใจเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นที่ตรงนี้ก็ไม่สมควรจริง ๆ เขากระแอมขึ้นมาเบา ๆ และให้บุตรชายพาบุตรสาวและสาวใช้กลับจวนสกุลเซียว ส่วนตนเองก็ยังอยู่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเข้ามาควบคุมพื้นที่ ครั้นเมื่อตรวจแล้วจึงลงความเห็นว่า เป็นเพราะม้าตื่นตกใจ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ มิใช่การลอบทำร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถึงแม้ทางการจะสรุปเรื่องเป็นเช่นนี้ ทว่าเซียวอู่กลับไม่ยอมเชื่อ ยิ่งรับรู้ว่าบุตรสาวมีปัญหากับเยี่ยนกุ้ยเฟยเขาก็ยิ่งไม่เชื่อ คนขับรถม้าถูกเจ้าหน้าที่พาไปสอบสวน ก็ไม่พบพิรุธใด ๆ จึงถูกปล่อยตัวออกมา
เช้าวันต่อมาเซียวอู่ยื่นฎีกาต่อฝ่าบาท ฮ่องเต้ทรงมีประสงค์ให้มือปราบไปสืบเรื่องรถม้าของคุณหนูสามสกุลเซียว แต่ผ่านไปหลายวันก็ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่ลงมือลอบทำร้าย แน่นอนว่ามือสังหารเหล่านั้นคงออกจากเมืองหลวงไปนานแล้ว ไหนเลยจะอยู่รอให้จับได้กัน เยี่ยนกุ้ยเฟยเก่งกาจถึงขนาดใช้มือปิดแผ่นฟ้าได้เช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดี
ส่วนด้านเซียวอี้บิดาของเซียวอี้ซิน ก็ได้เข้าพบซ่งอ๋องเป็นการส่วนตัว เพื่อที่จะผลักดันบุตรสาวให้เป็นพระชายาแต่งเข้าจวนอ๋อง ในเมื่อซ่งอ๋องกับบุตรสาวเขามีเรื่องอื้อฉาวกันแล้ว อย่างไรซ่งอ๋องก็คงต้องรับผิดชอบ ต่อให้เป็นเพียงพระชายารองก็ย่อมดีกว่ามิใช่หรือ เซียวอี้เลี้ยงเซียวอี้ซินมาตั้งแต่เล็ก นางสมควรจะทำประโยชน์ให้บิดาบ้าง และเรื่องที่เกิดขึ้นเขาย่อมพอใจ ทางฝั่งฮ่องเต้เองก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างเช่นกัน ดังนั้นหลังจากเรื่องลอบทำร้ายคุณหนูสามสกุลเซียวจบลง และยังจบลงโดยที่หาคนร้ายไม่ได้อีกด้วย แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่สกุลเซียวรับรู้กันดีอยู่แล้ว
ต่อมาฮ่องเต้มีพระราชโองการประทานสมรสให้ท่านอ๋องทั้งสาม คังอ๋องสมรสกับคุณหนูสกุลเจียง หย่วนอ๋องสมรสกับคุณหนูสกุลมู่ ส่วนซ่งอ๋องแต่เดิมต้องการสมรสกับเซียวเยวี่ยหลัน ทว่าเกิดเรื่องเซียวอี้ซินขึ้น ฝ่าบาทจึงมอบสมรสให้กับเซียวอี้ซินแทน แต่พระโอรสของพระองค์ยังมีอีกหนึ่งคน ที่น่าสงสารที่สุดในสายตาของผู้เป็นบิดา ฮ่องเต้ไป๋จิ้งเทียนมองไปยังเซียวอู่พลางยิ้มแย้มออกมา ราชครูเซียวถึงกับขนหัวลุกเกรียว รอยยิ้มนั้นช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง
"ในเมื่อบุตรชายของเราต่างก็มีคู่ครองกันหมดแล้ว ซ่งอวิ้นจะไม่มีพระชายาได้อย่างไร เอาเช่นนี้เถอะ แต่งคุณหนูสามสกุลเซียวเป็นพระชายาเอกจวิ้นอ๋องก็แล้วกัน ท่านราชครูเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง" ใบหน้าเซียวอู่ถอดสี ทว่าพระบัญชาของฮ่องเต้มีหรือที่ขุนนางจะกล้าขัด เห็นได้ชัดว่านี่มิใช่การสอบถามความคิดเห็น แต่เป็นราชโองการที่บังคับให้ต้องทำตาม
อันที่จริงเซียวอู่ไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ ยิ่งเกี่ยวดองเป็นพระญาติยิ่งไม่อยาก ดั่งคำที่ว่าอยู่ใกล้โอรสสวรรค์เหมือนอยู่ใกล้เสือ วันใดวันหนึ่งหากบุตรสาวของเขาเกิดพลาดพลั้งทำในสิ่งที่ไม่ควร สกุลเซียวทั้งหมดก็อาจต้องเผชิญกับการล่มสลาย และบุตรสาวเขาก็คงจะไม่มีจุดจบที่ดีกระนั้นในเวลานี้เขาก็มิอาจเอ่ยถ้อยคำปฏิเสธออกมาได้ จึงต้องกลั้นใจพูดอย่างซาบซึ้งว่า
"ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตาบุตรสาวกระหม่อม"
